ข่าว

 อีสานปลื้มตลาดจีนและยุโรปสนใจอาหารไทย

อีสานปลื้มตลาดจีนและยุโรปสนใจอาหารไทย

03 มิ.ย. 2554

กรมส่งออกฯ อีสานปลื้มตลาดจีนและยุโรปสนใจอาหารไทย ชี้มีความต้องการสูง ยันยอดส่งออกอาหารอีสานไปต่างประเทศปี 54 พุ่งร้อยละ 20 ดันผู้ประกอบการปรับทิศทางส่งออกเจาะกลุ่มตลาดและผลิตสินค้าตามความต้องการ

          นายอฐิคม ตันติวงศ์  ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมการส่งออกภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.ขอนแก่น เปิดเผยถึงยอดรวมของธุรกิจส่งออกเฉพาะผลิตภัณฑ์อาหาร ที่ส่งจำหน่ายไปในต่างประเทศพบว่า มากกว่าร้อยละ 30 เป็นผลิตภัณฑ์จากภาคอีสาน ซึ่งยอดมูลค่ารวมของการส่งออก 3 เดือนแรกของปี  2554  มากถึง  6,287.76 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยประเทศที่ตลาดการค้าของไทยส่งออกไปนั้น อันดับ 1 ยังคงเป็นญี่ปุ่น รองลงมาคือสหรัฐอเมริกา และอินโดนีเซีย
 
          ขณะที่ผลิตภัณฑ์อาหารอีสานยังคงเป็นที่ต้องการของตลาดในต่างประเทศอย่างมาก เนื่องจากทุกประเทศต่างเห็นว่า ประเทศไทยนั้นตอนนี้ได้ผันตัวเองมากลายเป็นครัวโลก ดังนั้นการเร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้าต่างๆ จึงต้องลงลึกไปในตัวของผู้ประกอบการ และเป็นสิ่งที่กรมส่งเสริมการส่งออกจะต้องเร่งทำ แม้ปัจจุบันสมาชิกในกลุ่มผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนกับศูนย์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีมากกว่า 200 ราย  ส่วนใหญ่จัดอยู่ในกลุ่มอาหารและหัตถกรรม ซึ่งมีอัตราเฉลี่ยของการส่งออกในแต่ละไตรมาสไม่ต่างกันมากนัก ขณะที่ในช่วงระยะนี้ความต้องการในด้านของอาหาร ยังคงเป็นอันดับ 1 ที่จะสร้างโอกาสให้กับคนอีสานได้อย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มตลาดยุโรปและเอเชียที่มียอดของการสั่งซื้อเป็นจำนวนมากในแต่ ละเดือน          ตลาดยุโรปมียอดของการสั่งซื้อเป็นประจำอย่างต่อเนื่องทุกเดือน ขณะที่ตลาดเอเชีย โดยเฉพาะประเทศจีนและญี่ปุ่น ยังคงชื่นชอบอาหารจากภาคอีสาน อาทิ หมูหยอง,กุนเชียง,หมูยอ,ผัก,ผลไม้และผลิตภัณฑ์อาหารกระป๋องสำเร็จรูป ที่มีการสั่งซื้อเป็นจำนวนมาก จนทำให้ผู้ประกอบการบางรายผลิตไม่ทัน ดังนั้นการเปิดโอกาสให้กับผู้ประกอบการหน้าใหม่ที่ต้องการขยายฐานการตลาดจากเดิมที่มีอยู่ในประเทศและต่างประเทศ และเป็นแบบเฉพาะกลุ่ม
  
         การเปิดตลาดใหม่ๆ ที่เน้นเฉพาะกลุ่มและการผลิตภัณฑ์ตามความต้องการ ก็ยังคงเป็นสิ่งที่ศูนย์จะต้องเร่งดำเนินการเช่นกัน ผู้ประกอบการตัวแทนของภาคอีสาน 6 บริษัทฯ ประกอบด้วย ข้าวกล้อง อก กาบา ของกลุ่ม บริษัท ศรีไทยใหม่ , ขนมถั่วตัดและของฝาก ของ บ.เตีย ฮั่ว หยู ขอนแก่น ,แคบหมูชาววัง,น้ำปลาร้าปรุงสุก และ แจ่วบองตรารสแซบ ของ บ.1999 ขอนแก่นฟู๊ดโปรดักส์ และ สุดท้ายคือ สินค้าเส้นหมี่ข้าวกล้อง จาก จ.สุรินทร์  ที่ได้เข้าร่วมงาน  THAIFEX-World of  food  ASIA 2011
  
       กระทรวงพาณิชย์ได้จัดขึ้น ในการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการธุรกิจอาหาร จากทั่วประเทศได้เจรจราซื้อขายกับผู้ประกอบการและลูกค้าจากหลายประเทศทั่ว โลก นับเป็นการจุดประกายให้กับผู้ประกอบการในภูมิภาคได้เรียนรู้จาก บริษัทขนาดใหญ่สำหรับการนำกลับไปพัฒนาคุณภาพสินค้าและมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ และก้าวสู่การเป็นผู้ค้าส่งออกที่สำคัญในระดับภูมิภาคได้อย่างำเร็จ ด้วยค่าการตลาดที่เพิ่มขึ้นจากเดิมที่มีอยู่”
  
        นายอฐิคม กล่าวต่ออีกว่า ตลาดเอเชีย หลายประเทศยังคงมีความต้องการผลิตภัณฑ์อาหารจากภาคอีสาน ด้วยเหตุเพราะภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่นำมาผลิตเป็นอาหารส่งจำหน่ายในชุมชน ได้รับความสนใจจากชาวต่างชาติ ดังนั้นการเร่งพัฒนาคุณภาพของสินค้า ที่ต้องเข้าไปพูดคุยและกำหนดวิธีการร่วมกันในการที่จะร่วมกันผลิตสินค้า เพื่อสร้างรายได้ให้กับชุมชน โดยที่ไม่ต้องย่ำอยู่กับตลาดในรูปแบบเดิมและผลิตสินค้าที่เป็นไปตามความต้องการของตลาดก็เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการและศูนย์ในภาคอีสานจะต้องเร่งดำเนินการเช่นกัน  ซึ่งในปี  2554 นี้ยังคงมั่นใจว่า ตลาดอาหารของอีสานจะได้รับความสนใจจากตลาดส่งออกในหลายประเทศที่มีอัตราการเติบโตมากถึงร้อยละ 20  ในกลุ่มผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ,อาหารกระป๋องพร้อมปรุง ที่มีคุณค่าทางโภชนาการและได้มาตรฐานตามความต้องการของตลาดในต่างประเทศ