
ภท.ประกาศจุดยืนไม่ร่วมรบ.เพื่อไทย
ภท. ออกแถลงการณ์แจงจุดยืน โต้ไม่ร่วมรัฐบาลเพื่อไทย "บุญจง" ย้ำลั่นไม่ร่วม 100 เปอร์เซ็นต์ ด้าน "ศุภชัย" กร้าวหนีมาตั้งพรรคใหม่ เหตุไม่อยากร่วมชายคา ชี้แนวคิดอุดมการณ์แตกต่างสุดขั้ว ดักทาง "ป๋าเติ้ง" ไปกับเพื่อไทย ได้ แต่ขัดแย้งปรองดอง ด้านเทพเทือก ชี้
(3มิ.ย.) นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย อ่านแถลงการณ์ตอบโต้กรณีพรรคเพื่อไทยออกแถลงการณ์จะไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย ว่า 1.พรรคยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย ที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข 2.พรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคการเมืองที่ยึดอุดมการณ์ทางการเมืองที่ยึดสงบ สันติ สามัค คี 3.พรรคภูมิใจไทยมีนโยบาย สร้างรายได้ไม่สร้างหนี้ให้กับคนรากหญ้า อย่างไรก็ตามไม่ว่าใครจะเป็นรัฐบาลพรรคภูมิใจไทยจะไม่ร่วมกับรัฐบาลก็พรรคการเมืองที่มีอุดมการณ์แตกต่างกัน
นายบุญจง กล่าวว่า ในสภาวะที่บ้านเมืองต้องการความปรองดองอย่าคิดว่าพรรคเล็กจะจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ เพราะหาก 2 ขั้ว คือพรรคเพื่อไทย และประชาธิปัตย์เป็นแกนนำ ปัญหาบ้านเมืองก็ยังไม่จบโดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย บัญชีรายชื่อก็มีแต่ นปช.ที่มีผู้ต้องหาที่เกี่ยวกับคดีเผาบ้าน เผาเมือง แต่ส่วนพรรคขนาดเล็กพรรคไหนจะเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลและชูใครเป็นนายกรัฐมนตรี ก็ต้องหาหลังวันที่ 3 ก.ค.
ผู้สื่อข่าวถามว่าแสดงว่าประกาศชัดเจนไม่ร่วมงานเพื่อไทย นายบุญจง กล่าวว่า วันนี้ร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่มีทางที่จะร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยแน่นอน แต่เรามั่นใจนโยบายสร้างรายได้ อาชีพ สร้างงานให้ประชาชน อยากขอโอกาสการสนับสนุนจากประชาชน ถ้าเราเป็นรัฐบาลเราจะผลักดันนโยบายเหล่านี้ให้สำเร็จ ส่วนการจะร่วมรัฐบาลหรือไม่นั้นเราไม่ต้องการให้เกิดความแตกแยกในบ้านเมือง สร้างความผาสุก
เมื่อถามว่า พรรคภูมิใจไทยพร้อมเป็นฝ่ายค้านหรือไม่ นายบุญจง กล่าวว่า เราเคารพการตัดสินใจของประชาชน ย้ำว่าหากเป็นรัฐบาล เราก็ผลักดันนโยบาย หากเป็นฝ่ายค้าน ก็จะปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน
ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่พรรคเพื่อไทยออกแถลงการณ์กระทบต่อการหาเสียงของผู้สมัครของภูมิใจไทยหรือไม่ นายบุญจง กล่าวว่า การแถลงของเพื่อไทย ไม่กระทบสนามเลือกตั้ง ผู้สมัครขยันลงพื้นที่ นโยบายพรรคสร้างงาน เพิ่มเงินให้ชาวบ้าน การแสดงของเพื่อไทยก็คือเพื่อไทย เรายืนยันทำงานให้รากหญ้า เราประกาศชัดกับเกษตรกร โดยเฉพาะชาวนาอยากได้การประกันรายได้ ให้เลือกภูมิใจไทย หากอยากได้จำนำเลือกเพื่อไทย ที่ทำให้เป็นหนี้มาตลอด หากพรรคชาติไทยพัฒนาจะไปร่วมก็ต้องหารือกันอีกครั้ง ทั้งนี้พรรคชาติไทยพัฒนาชูเรื่องปรองดอง
ด้านนายศุภชัย กล่าวยืนยันว่า เราจะไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยแน่นอน ส่วนตัวว่าไม่อยากให้มีการพูดก่อน เพราะวันที่ 3 ก.ค. เจ้าของอำนาจแท้จริงจะไปตัดสิน และตนไม่คิดว่านายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย มีอำนาจแท้จริง ไม่ใช่ความหมายว่าโฆษกพรรคลนลาน
“ความแตกต่างทางการเมือง มันต่างกันสุดขั้ว ท่าทีของพรรคเพื่อไทยพยายามแสดงว่าต้องการให้เกิดปรองดองในชาติ แต่อยากให้ประชาชนตัดสินว่าแถลงการณ์ที่ออกมาเป็นแนวทางปรองดองหรือไม่ การที่เราตัดสินใจไม่ร่วมรัฐบาลกับเพื่อไทยเมื่อ 2 ปีก่อน เป็นท่าทีชัดเจนว่าไม่กับร่วมเพื่อไทย และการมาตั้งพรรคใหม่ก็แสดงว่า “ผมไม่เอาท่านอยู่แล้ว” ซึ่งแถลงการณ์ดังกล่าวไม่เคารพพรรคการเมืองด้วยกัน พรรคพร้อมทำงานกับทุกพรรคที่มีอุดมการณ์ทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข จะเห็นว่าผู้สมัครระบบรายชื่อพรรคเพื่อไทย บางคนถูกตั้งข้อกล่าวหาว่าเผาบ้านเผาเมือง และมีความผิดฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพและประกันตัวออกมา บุคลิกแบบเพื่อไทยไม่ใช่อุดมการณ์ที่เราจะร่วมแน่นอน" นายศุภชัย กล่าว
นายศุภชัย กล่าวว่า ตนตั้งข้อสังเกตว่าพรรคเพื่อไทยกระแสลดน้อยลง จึงมาพาดพิงภูมิใจไทย เพื่อเป็นผลประโยชน์ทางการเมืองเท่านั้น
เมื่อถามว่า หากพรรคชาติไทยพัฒนาจะไปร่วมรัฐบาลจะไปด้วยหรือไม่ นายศุภชัย กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องพรรค และเป็นเหตุผลของท่าน เรายืนยันไม่ไปแน่นอน เมื่อถามย้ำว่าแต่พรรคมีสัญญาใจกับนายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา นายศุภชัย กล่าวว่า ถือเป็นอีกเรื่องหนึ่ง และพรรคชาติไทยฯ ต้องดูว่าตัวเองชูเรื่องปรองดอง การอออกแถลงการณ์เพื่อไทย แถลงการณ์หรือไม่ เรามองว่าตรงนี้ขัดแย้งกับสิ่งที่พรรคชาติไทยพัฒนาทำอยู่
ด้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการออกแถลงการณ์ของพรรคเพื่อไทย ที่ไม่เอาพรรคภูมิใจไทยร่วมรัฐบาล หากได้เสียงข้างมากว่า ต้องถือว่าทารุณไปหน่อยในทางการเมือง แต่ก็ดีเหมือนกัน ชัดเจนดี ซึ่งสมาชิกพรรคภูมิใจไทยก็ไม่ต้องคิดอะไรมาก ก็คิดซะว่า “เราก็ชายหมายมาดว่าชาติเชื้อ ก็ต้องยืนหยัดบนขาตัวเอง” การเลือกตั้งก็เป็นอย่างนี้ บางที บางพรรคเขาก็อาจจะไม่ต้องการให้ใครมาเกาะเกี่ยวกับเขาเพื่อหาคะแนนเสียง เขาก็ตัดไมตรี
ผู้สื่อข่าวถามว่า ถือว่าเป็นผลดีกับพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ ที่มั่นใจได้ว่าพรรคภูมิใจไทยไม่ไปอยู่กับพรรคเพื่อไทยแน่นอน เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่ค่อยกังวลใจเรื่องเหล่านี้อยู่แล้ว เพราะประชาชนจะเป็นคนตัดสินในวันเลือกตั้ง 3 ก.ค. ถึงตอนนั้นก็จะรู้ว่าใครจะไปทางไหน ใครจะอยู่อย่างไร แต่ตอนนี้ก็เป็นลีลา เป็นเทคนิค เป็นวิธีการของพรรคเขาเท่านั้นเอง
ผู้สื่อข่าวถามว่าแต่ดูเหมือนพรรคภูมิใจไทยจะหมดทางเลือก เพราะมีแค่ 2 ขั้วใหญ่ ถ้าไม่ไปเพื่อไทย ก็ต้องมาพรรคประชาธิปัตย์ นายสุเทพ กล่าวว่า ทำไมไม่คิดในแง่ที่ว่าถ้าพรรคภูมิใจไทยเขาได้สัก 150 เสียง เขาไปทำสัมพันธไมตรีไว้กับพรรคชาติไทยพัฒนา ที่อาจจะได้สัก 50-60 เสียงขึ้นมา เขาก็อาจจัดตั้งรัฐบาลเองก็ได้
“ เราอย่าเพิ่งไปตัดสินว่าพรรคภูมิใจไทย เขาจะจนหนทางไปไหนไม่ได้แล้ว ผมให้ความนับถือพรรคการเมืองทุกพรรค และถือว่าแต่ละพรรคก็มีอิสระที่จะตัดสินใจ แต่ผมเชื่อว่าการตัดสินใจของแต่ละพรรคการเมือง ผู้นำพรรค ผู้บริหารพรรคต้องฟังเสียงประชาชนเป็นสำคัญ สัมผัสกับประชาชนอยู่ ฟังเสียงประชาชนดู แล้วมาตรึกตรองดูว่าอนาคตของประเทศไทย ควรจะเป็นอย่างไร ในมุมมองของผม ผมคิดเหมือนกับคนไทยส่วนใหญ่ว่า วันนี้เพื่อให้บ้านเมืองอยู่ได้ ระบอบประชาธิปไตยอยู่ได้ ต้องเข้ามาร่วมมือกับพรรคประชาธิปัตย์และจัดตั้งรัฐบาลเพื่อแก้ไขและรักษาบ้านเมืองให้เดินหน้าต่อไป ” เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว
ส่วนกรณีที่สถาบันจัดทำโพลล์ออกมายอมรับว่า มีนักการเมืองมาขอให้ช่วยทำโพลล์ให้พรรคตัวเองมีคะแนนดีๆ เพื่อหวังผลในการเลือกตั้งในแง่ของจิตวิทยา ถือว่าเป็นการผิดกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า คงไม่ผิด เราคงเอาพยานหลักฐานอะไรมามัดเขายาก แต่ตนไม่แปลกใจเพราะตนเคยพูดแล้วว่า ตนเคยได้รับรายงานข่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้เน้นใช้วิชาการตลาดในการหาเสียคราวนี้ พยายามสร้างภาพให้คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าเป็นอย่างนั้น อย่างนี้ และขณะเดียวกันก็พยายามใช้สมุน บริวารทั้งหลายที่แฝงตัวอยู่ในสื่อประเภทต่างๆ ให้โหมเชียร์ว่ากระแสของพรรคเพื่อไทยดี นำคู่ต่อสู้ซึ่งก็อาจจะเลยเถิดไปถึงกลุ่มผู้ทำโพลล์ก็ได้ ซึ่งตนไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นอะไร
“ผมค่อนข้างมั่นใจและเชื่อมั่นในเสียงของประชาชน ว่าสามารถแยกแยะได้ ผมคิดว่าโพลล์ไม่สามารถมาชี้นำประชาชนได้ และโพลล์ก็ผิดบ่อยๆ ซึ่งก็จะเป็นความอับอายขายหน้าของผู้ทำโพลล์เองที่ผิดบ่อยๆ” นายสุเทพ กล่าว
เมื่อถามว่ามองว่าโพลล์ที่ผ่านมา น่าจะมีนักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องเพื่อชี้นำให้พรรคใด พรรคหนึ่งมีคะแนนนำหรือไม่ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนคงไปพูดเหมารวมอย่างนั้นไม่ได้ ตนไม่ได้ไปวิเคราะห์ว่าแต่ละโพลล์ แต่ละสำนักเขาผูกพันอยู่กับนักการเมืองคนไหน พรรคไหน อย่างไร เอาเป็นว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่มีก็แล้วกัน ตนไม่มีอิทธิฤทธิ์ อิทธิพลที่จะไปกดดันหรือขอให้เขาทำอย่างนั้น อย่างนี้
ส่วนกรณีที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้สมัครระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ออกมาระบุว่ามีบางพรรคไปบอกให้ทหารช่วยลงคะแนนให้ นายสุเทพ กล่าวว่า ทั้งนายจตุพร และนายณัฐวุฒิ ได้พูดจาให้เกิดความแตกแยก และร้าวฉานในบ้านเมืองมาตลอด ปลุกระดมให้คนเกลียดชังกัน
“ 2 คนนี้พยายามใส่ร้ายกองทัพ ใส่ร้ายทหารมาตลอด พยายามโยงเรื่องพรรคประชาธิปัตย์มีความสัมพันธ์กับทางกองทัพหรือทหาร และบอกว่าทหารจะต้องมาช่วยพรรคประชาธิปัตย์ ถือเป็นคนพูดจาให้เขาเสียหาย ผมยืนยันว่าไม่มีหรอก ผมกับบรรดาพี่น้องทหารทั้งหลายได้ร่วมมือกันทำงานเพื่อรักษาบ้านเมือง รักษาแผ่นดิน ทำงานเพื่อประชาชน ทำงานเพื่อแผ่นดิน ไม่ได้เอาตัวเองมาเป็นที่ตั้ง คุณณัฐวุฒิ คุณจตุพร คุณทักษิณ เขาโกรธเคืองมาตั้งแต่ยุคที่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี และใช้ให้ทหารออกมาปราบม็อบ แล้วทหารเขาไม่ทำ คนเหล่านี้ก็ยังโกรธอยู่ และโกรธสะสมมาเรื่อย ยิ่งเห็นว่าพอรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์สามารถขอกำลังเจ้าหน้าที่ทหารมาช่วยรักษาความสงบเรียบร้อยให้บ้านเมืองได้ในปี 52 และปี 53 ไอ้คนเสื้อแดงเหล่านี้ก็โกรธและพยายามหาโอกาสที่มาทำร้ายทหาร ทำร้ายกองทัพให้เสียหายอย่างนี้ ก็ขอให้ประชาชนได้ช่วยใช้ดุลพินิจวินิจฉัยก็แล้วกัน ” นายสุเทพ กล่าว
เมื่อถามถึงกรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดง ปาน้ำแข็งใส่ขบวนรถของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระหว่างการเดินทางไปช่วยผู้สมัครของพรรคหาเสียงที่จังหวัดเชียงใหม่ ถือว่าขัดต่อกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนขอฟ้องกับประชาชนแล้วกันว่า การที่พรรคเพื่อไทยใช้ 2 วิธีการคู่ขนานกันไป คือหาเสียงแข่งกับพรรคประชาธิปัตย์ในรูปแบบของพรรคการเมือง และการเอากลุ่มเสื้อแดงมาก่อกวน มาสร้างปัญหา มาคุกคาม ก็ขอให้ประชาชนดูเถอะเพราะนี่ไม่ใช่วิธีการประชาธิปไตย ที่เขาใช้กันในประเทศอารยะทั้งโลกนี้ แล้วกกต.ก็ช่วยกรุณาดูด้วย ว่ากกต.รู้สึกอย่างไรกับภาพที่เกิดขึ้น และกกต.คิดอย่างไร ก็ขอให้ช่วยอธิบายด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อเกิดเหตุขนาดนี้ ทางพรรคควรต้องจี้ไปที่คณะกรรมการการเอกตั้ง (กกต.) โดยตรงเลยหรือไม่ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า นี่ก็จี้ผ่านสื่อ ผ่านประชาชนให้ได้ยินกันทั้งประเทศแล้ว ถ้ากกต.จะทนได้ก็ให้รู้ไป
นักวิชาการชี้แถลงการณ์ “พท.”แค่ตัดญาติกับ“ภท.”
นายสุขุม นวลสกุล อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยออกแถลงการณ์แสดงจุดยืนไม่ร่วมงานการเมืองร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย ว่าประเด็นดังกล่าวตนเชื่อว่าจะไม่สร้างความเข้มข้นของการเลือกตั้งในแต่ละพื้นที่ หรือสร้างความรุนแรงระหว่างคนของพรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทยในพื้นที่เลือกตั้งอย่างแน่นอน ทั้งนี้ตนมองว่าเหตุที่พรรคเพื่อไทยออกแถลงจุดยืนเป็นเพียงกลยุทธ์ทางการเมืองที่ต้องการปัดภูมิใจไทยออกไป หรือไม่ก็ต้องการให้พรรคภูมิใจไทยโหนชื่อพรรคเพื่อไทยในการหาเสียงเลือกตั้ง ที่สื่อมวลชนได้นำเสนอว่า พรรคภูมิใจไทยหาเสียงกับคนในพื้นที่ว่าหากเลือกคนของภูมิใจไทยเป็นส.ส.เมื่อเข้าสภาแล้วจะยกมือสนับสนุนให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทยเป็นนายกฯ
“ความรุนแรงการเมืองผมไม่อยากพูด เพราะไม่ต้องการสร้างกระแสเลือกตั้งเลือด ให้คนเขากลัว ส่วนในพื้นที่ไหนจะมีความรุนแรงหรือไม่ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ ” นายสุขุม กล่าว
ด้านนายโคทม อารียา ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวในประเด็นเดียวกันว่า ประเด็นดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับความรุนแรงของการเลือกตั้ง แต่สิ่งที่ทางพรรคเพื่อไทยสะท้อนคือต้องการตัดญาติขาดมิตรกับพรรคภูมิใจไทย และทำให้ประชาชนมีความชัดเจนว่าจะเลือกพรรคใดพรรคหนึ่ง ซึ่งถือว่าเป็นนัยยะให้ประชาชนเลือกข้าง
“เรื่องของความรุงแรงของการเลือกตั้ง หากเป็นพื้นที่ที่ผู้สมัครของทั้ง 2 พรรคเป็นตัวเก็งคงมีการแข่งขันกันเต็มที่ ซึ่งเราต้องจับตาว่าจะมีการซื้อเสียง ใช้อิทธิพลหรืออำนาจรัฐหรือไม่ ซึ่งผมมองว่าเขาจะใช้วิธีนี้มากกว่าการใช้ความรุงแรงทางตรง” นายโคทม กล่าว



