
นายกฯหญิง
ใครที่เชียร์ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ 1 พรรคเพื่อไทย เป็นนายกฯ ก็คงต้องเป่าปากพรวดแบบโล่งอกกันเป็นแน่ เพราะ กกต.ได้ตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครรับเลือกตั้ง แบบบัญชีรายชื่อนั้น ปรากฏว่า ยิ่งลักษณ์ เป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง
ที่ต้องบอกว่า โล่งอก ก็เพราะวันที่เขาเลือกตั้ง ส.ว.เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2551 น้องสาวสุดที่รักของ ทักษิณ ชินวัตร ไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ซึ่งหากใช้ข้อมูลตรงนี้ ก็คงจะต้องดับฝันทักษิณ ไปชนิดที่เรียกว่า "ตายน้ำตื้น"
แต่เผอิญว่า วันที่เขาเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 6 กทม. ยิ่งลักษณ์ ซึ่งมีบ้านช่องห้องหออยู่แถวนั้นก็ไปใช้สิทธิเลือกตั้งรวมทั้งเลือก ส.ก.-ส.ข. ก็ไปด้วย จึงไม่มีปัญหาสำหรับเรื่องนี้
แต่ก็ใช่ว่า ปัญหาเฉพาะตัวของยิ่งลักษณ์ จะไม่มีเลยเสียทีเดียว !
จริงอยู่ ผ่านงานบริหารบริษัทขนาดใหญ่มา แต่ไปถามใครต่างก็รู้สึกว่า มีเงาของพี่ชายทอทาบอยู่ แล้วนี่จะมาเป็นนายกฯ โคลนนิ่ง ให้แก่พี่ชาย ถามว่าคนทั่วไปจะรู้สึกอย่างไร
จะรู้สึกเหมือนที่ ทักษิณ พูดออกมาเต็มปากเต็มคำแล้วก็จะกลายเป็นเรื่องดีที่ว่า "เลือกยิ่งลักษณ์ ได้ทักษิณ" อย่างนั้นหรือ
ชาวบ้านส่วนหนึ่งคงไม่รู้สึกดีถ้าเป็นเช่นนั้น สื่อฝรั่งเองก็ยังมอง ยิ่งลักษณ์ ในอีกรูปแบบเขาเปรียบเปรยว่า ยิ่งลักษณ์ในวันนี้ก็เหมือน ทักษิณ สวมกระโปรง ซึ่งเป็นการเปรียบเทียบจากความรู้สึก ไม่ใช่คำเสียดสีเย้ยหยันในแบบของสังคมไทย
แต่โดยรวมก็คือ ถ้าหากชนะเลือกตั้ง หากได้เป็นรัฐบาล และหากได้เป็นนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์จะทำตัวอย่างไร
จะใช้ความเป็นตัวของตัวเองในการบริหารราชการแผ่นดิน ที่จะต้องอยู่บนพื้นฐานความรับผิดชอบต่อคนไทยทั้งประเทศได้อย่างไร
หรือว่าทุกเรื่องต้องรอยกหูถามพี่ชายที่อยู่เมืองนอกว่า "เอาไงดี" เสียก่อน
เรื่องอย่างนี้ไม่ใช่จะยกมาถามกันเล่นๆ รัฐมนตรีหลายคนในยุครัฐบาลนอมินี ก็เป็นแบบนี้
แล้วจะทำอย่างไร ในเมื่อตลอดเวลานับแต่เปิดตัวลงพื้นที่หาเสียง ยิ่งลักษณ์ ยังไม่ได้แสดงให้เห็นว่า นี่คือตัวตน นี่คือการตัดสินใจ นี่คือทิศทางของประเทศที่กลั่นออกมาจากสมองว่า หากได้เป็นผู้นำประเทศแล้วจะก้าวเดินไปในทิศทางไหน
นี่ยังไม่ได้พูดถึงเรื่องคดีความที่ยิ่งลักษณ์ไปให้การต่อศาล ต่อ ก.ล.ต. ว่าหากถูกขุดคุ้ยแล้วถ้าเกิดคดีความขึ้นมา ยิ่งลักษณ์จะทำอย่างไร ถ้าวันนั้นอยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
ศรายุทธ สายคำมี
[email protected]



