ข่าว

สุเทพปูด4แผนเพื่อไทยเตรียมล้มรัฐบาล

สุเทพปูด4แผนเพื่อไทยเตรียมล้มรัฐบาล

20 เม.ย. 2552

"สุเทพ"ปูดเพื่อไทยเตรียม 4 แผน ล้มรัฐบาลทั้งขยายแนวร่วมให้เกิดความขัดแย้งมากขึ้นในสังคม - ใช้เงินซื้อพรรคร่วมฯ - กดดันอภิสิทธิ์ลาออก-และหมายหัวหัวหน้าพรรค แนะทางออกใช้เวทีร่วม 2 สภา รับฟังความเห็น-หาทางออก ชี้แก้ไขรธน.บางส่วน ซึ่งเป็นความผิดทางการเมือง

(20เม.ย.) ที่พรรคประชาธิปัตย์ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก ในฐานะรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ในที่ประชุม ส.ส.ของพรรค โดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง และเลขาธิการพรรค ได้วิเคราะห์ว่าพรรคเพื่อไทยกำลังทำอะไรกับสังคมไทย โดยเห็นว่ามีความพยายามดำเนินการ 4 อย่าง คือ

1. ขยายแนวร่วมให้เกิดความขัดแย้งมากขึ้นในสังคมไทย ด้วยการให้ข่าวว่ามีคนตายจำนวนมาก ในเหตุการณ์สลายการชุมนุม และใช้สองมาตรฐาน ในการปราบม็อบเพื่อให้เกิดความเกลียดชังในสังคม

2.พยายามทำให้เกิดความขัดแย้งในพรรคร่วมรัฐบาล และขอให้ระวังว่าจะมีการใช้เงินซื้อพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อให้เกิดความขัดแย้ง และจะทำให้รัฐบาลไม่สามารถอยู่ได้ และต้องล้มไปในที่สุด 3.ใช้มาตรการกดดันนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ให้ลาออก ซึ่งหาก 3 ข้อ ไม่ได้ผล ก็จะดำเนินการในข้อที่ 4. คือ ดำเนินการหมายเอาชีวิตนายกรัฐมนตรี

ที่ประชุมได้พูดคุยกันถึงแนวทางการให้ความเป็นธรรมกับประชาชน โดยนายกฯ และรองนายกฯ ยืนยันว่าประชาชนมีสิทธิที่จะชุมนุม จะไม่มีการจับกุมผู้บริสุทธิ์ ฉะนั้นการที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อไทย และแกนนำนปช. ระบุว่าจะมีการจับผู้ชุมนุมอีก 3 แสนคน จึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้

แต่รัฐบาลยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับคนที่ทำผิดกฎหมายอาญาและพ.ร.ก.ฉุกเฉิน นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้พูดถึงทางออกที่จะเกิดขึ้น โดยรัฐบาลจะใช้เวทีการประชุมร่วมรัฐสภา ในการรับฟังความเห็นและหาทางออก และจะให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญบางส่วน ซึ่งเป็นความผิดทางการเมือง ไม่เกี่ยวข้องกับความผิดทางอาญา

เผย“สุเทพ”ห่วงเตือนให้ระวังใช้หลักฐานเท็จ

ขณะที่นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงผลการประชุมส.ส.พรรคนัดพิเศษ ว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรค กับนายสุเทพ ได้รายงานถึงสถานการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้น และพูดถึงแนวทางในการแก้ไขปัญหา โดยนายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า แนวทางการดูแลรักษาความสงบบ้านเมืองในช่วงเวลาที่ผ่านมา ได้กำชับให้มีการสูญเสียน้อยที่สุดและไม่ให้ใช้ความรุนแรงกับผู้ชุมนุมอย่างเคร่งครัด ซึ่งทางทหารและตำรวจก็ได้ทำหน้าที่ ตามนโยบายที่รัฐบาลตั้งไว้ ในช่วงประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินได้เป็นอย่างดี ทำให้เหตุการณ์ไม่ขยายวงลุกลามออกไป ทั้งนี้นายสุเทพได้นำยอดผู้บาดเจ็บมารายงานในที่ประชุม พร้อมยืนยันว่าไม่มีผู้เสียชีวิตจาการทำงานของทหารแม้แต่คนเดียว

 โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า นายสุเทพได้แสดงความเป็นห่วงว่า อาจมีการสร้างหลักฐานเท็จบิดเบือนความจริงกรณีผู้สูญหาย บาดเจ็บ และเสียชีวิต มาในระหว่างการประชุมร่วม 2 สภา ซึ่งเท่าที่ตนตรวจสอบข้อมูลวีดีทัศน์ ที่ทางกลุ่มคนเสื้อแดงนำมาฉายที่โรงแรมรัตนโกสินทร์นั้น ปรากฏว่า สื่อต่างประเทศทั้งสำนักข่าว โทรทัศน์ และหนังสือสิ่งพิมพ์ได้ปฏิเสธการเป็นเจ้าของภาพดังกล่าว ดังนั้นที่คนเสื้อแดงอ้างว่าได้จากสื่อต่างประเทศว่ามีการรายงานผู้เสียชีวิต จึงไม่เป็นความจริงแม้แต่น้อย โดยที่ประชุมยังเห็นตรงกันว่า วีดีทัศน์ดังกล่าวยังผ่านการตัดต่อเพื่อให้เกิดความสับสน เข้าใจผิด สร้างความเกลียดชังการทำงานของทหารและรัฐบาล อันจะนำไปสู่ความขัดแย้งรอบใหม่

 นพ.บุรณัชย์ กล่าวว่า ที่ประชุมยังได้วิเคราะห์การเคลื่อนไหวของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ใช้การเคลื่อนไหวผ่านเวทีต่างประเทศ สร้างความไม่สงบภายในประเทศ โดยเห็นว่า บทบาทของพ.ต.ท.ทักษิณถูกจำกัดลงอย่างมาก โดยเฉพาะหลังจากที่พ.ต.ท.ทักษิณให้สัมภาษณ์ขอบคุณผู้ที่เดินทางไปขัดขวางการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนและคู่เจรจา ทำให้ผู้นำทั้ง 15 ประเทศ เห็นเจตนาที่แท้จริงของพ.ต.ท.ทักษิณ โดยนายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลทุกคน ใช้เวทีสภาในลดปัญหาความขัดแย้งและแก้วิกฤตทางการเมืองที่เพิ่งเกิดขึ้น

 โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง แนวคิดเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญของนายกรัฐมนตรีนั้นซึ่งให้เวลาพรรคร่วมรัฐบาล 2 สัปดาห์ไปหาแนวทางในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งในส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ได้มอบหมายให้ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.สัดส่วนของพรรค เป็นประธานคณะทำงานพิจารณาประเด็นปัญหาการเมืองและแนวทางในการแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อไป

ปชป.บีบ“เกียรติกร”แจงเหตุขึ้นเวทีคนเสื้อแดง

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ส.ส.กทม. รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวสด้วยว่า ที่ประชุมส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้หารือถึงกรณีที่นายเกียรติกร พากเพียรศิลป์ ส.ส.ปราจีนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ที่ไปขึ้นเวทีปราศัยของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ(นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง โดยนายเกียรติกรไม่ได้เข้าร่วมประชุม แต่ที่ประชุมมีมติส่งให้กรรมการบริหารพรรคเป็นผู้ตัดสินใจว่า จะดำเนินการอย่างไรกับกรณีนี้ โดยเบื้องต้นได้ให้นายเกียรติกร ทำหนังสือชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรถึงเหตุผลการขึ้นเวที

ด้านนพ.วรงค์  กล่าวเสริมว่า ที่ประชุมได้มีส.ส.บางกลุ่มเสนอว่า น่าจะขับนายเกียรติกร จากการเป็นสมาชิกพรรค แต่มีส.ส.อีกกลุ่มเห็นว่า หากขับนายเกียรติกรออกจากพรรค จะเป็นการเข้าทางนายเกียรติกร ที่จะสามารถหาพรรคการเมืองใหม่สังกัดได้ จึงได้เสนอให้ใช้มาตรการโซเชียลแซงชั่น หรือที่ภาษาไทยเรียกว่า“ตัดหางปล่อยวัด”จะอยู่อย่างไรก็ปล่อยไปไม่ให้ความสนใจ อย่างไรก็ตาม หลังจากที่นายเกียรติกรขึ้นเวทีนปช.แล้ว นายเกียรติกรได้โทรศัพท์ถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในฐานหัวหน้าพรรค และได้พยายามชี้แจงถึงเหตุผลว่าการขึ้นเวทีนั้นเป็นการทำเพื่อพรรคประชาธิปัตย์ และยืนยันว่ายังอยากอยู่กับพรรรคประชาธิปัตย์ต่อไป แต่นายกรัฐมนตรีะบุว่า ไม่เข้าใจถึงเหตุผลของนายเกียรติกร จึงได้สั่งให้นายเกียรติกรไปทำรายละเอียดชี้แจงเป็นรายลักษณ์อักษร