ข่าว

คุณค่าชาติพันธุ์ตนเอง

คุณค่าชาติพันธุ์ตนเอง

03 มิ.ย. 2554

บทความเรื่องชาติพันธุ์คงจะมีคนเขียนในมุมมองต่างๆ มากมาย แต่วันนี้ของยกประเด็นเรื่องชาติพันธุ์ใหม่ที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ กล่าวคือในยุคที่มีการติดต่อสื่อสารอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการเดินทางในโลกยุคโลกาภิวัตน์มันได้เคลื่อนที่เร็วมากๆ

การเคลื่อนที่ที่จะกล่าวต่อไปนี้คือการเดินทางไปมาของผู้คนจากจุดหนึ่งไปสู่อีกที่หนึ่งซึ่งอยู่ห่างไกลมาก มีผู้คนไม่มากนักที่จะมีโอกาสเดินทางไปมาอย่างสะดวก เพราะโอกาส เวลา ค่าใช้จ่าย สุขภาพหรือบางทีอาจจะเกี่ยวเนื่องกับโชคชะตาที่ถูกลิขิต เช่นบางคนต้องระหกระเหินทิ้งบ้านห่างเมืองมาตุภูมิเพราะหน้าที่การงาน การเงิน การเมือง เหล่านี้คือส่วนประกอบที่สำคัญที่มีต่อการเดินทาง

 จากการที่ได้มีโอกาสพบเห็นผู้คนที่เคยมีภูมิลำเนาเดิมในประเทศไทย จะเป็นคนชาติพันธุ์ใดก็ตาม ซึ่งเป็นชาติพันธุ์ดั้งเดิมที่ไม่ใช่ได้เพราะถูกกฎหมายกำหนดว่าเป็นเชื้อชาติ “ไทย” เดียวกันหมด เช่นชาติพันธุ์ม้ง แม้ว กะเหรี่ยง ลาว พม่า สยาม มลายู ฯลฯ แต่มาผกผันต้องไปใช้ชีวิตในต่างแดน จะด้วยการเดินทางเพื่อการสิ่งใดก็ตาม แต่เมื่อต้องอยู่อย่างยาวนานเพราะมีภาระเรื่องการมีครอบครัว มีลูกมีหลานมากคนขึ้น ได้สังเกตเห็นความเป็นอยู่ของผู้คนในหลายๆครอบครัว ที่พยายามจะรักษาให้สมาชิกในครอบครัวได้ใช้วิถีดั้งเดิมของตน เช่นการใช้ภาษา อาหารการกินในครอบครัว การรักษาวิถีความเชื่อและศรัทธาทางศาสนา การจัดงานเพื่อเฉลิมฉลองตามวัฒนธรรมและประเพณีดั้งเดิมที่ติดมาจากมาตุภูมิอันไกลโพ้น หรือการมีกำหนดวันเวลาสถานที่ในการพบปะสังสรรค์ระหว่างครอบครัวของคนที่มาจากชุมชนบ้านเดียวกัน ล้วนเป็นกิจกรรมที่มีเป้าหมายเพื่อรักษาไว้ซึ่งวิถีมาตุภูมิดั้งเดิมเป็นสำคัญ หรือแม้แต่จะมีกิจกรรมกลับบ้านเกิด เช่นในแต่ละปีลูกหลานจะต้องหาโอกาสกลับมาเมืองไทยเพื่อสร้างความใกล้ชิดกับคุณปู่ คุณตา คุณย่า คุณยาย ตลอดจนญาติสนิทมิตรสหายก็ยังปฏิบัติอยู่เป็นเนืองนิตย์ ทั้งนี้ เพื่อสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมวิถีของแต่ละชาติพันธุ์

 มองดูเพียงกระผีกผิวส่วนนอกของกิจกรรมก็จะเป็นส่วนที่ดีไม่น้อย เขาทั้งหลายยังคงประคับประคองวิถีดั้งเดิมได้ในระดับหนึ่ง หากมองลึกลงไปในเนื้อหาสาระและบริบทที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันทั้งระบบ กิจกรรมเหล่านั้นเป็นเพียงเศษส่วนย่อยอันน้อยนิด ที่ไม่อาจจะสู้แรงปะทะที่เขาทั้งหลายต้องประสบในชีวิตประจำวันในโลกแห่งความจริงได้เลย

 กรณีตัวอย่างที่เกิดขึ้นกับครอบครัวหนึ่งที่พ่อแม่เป็นคนไทยภาคกลาง แต่บั้นปลายชีวิตต้องอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาเพราะลูกๆ หลายคนได้รับการศึกษาที่นั่นจนสามารถทำงานทำการในตำแหน่งที่ดีมีเงินเดือนมากมาย เมื่อพ่อแม่อยากจะชวนลูกกลับอยู่เมืองไทย ลูกๆ บอกพ่อแม่ว่า “หนูอยู่เมืองไทยไม่ได้ ถึงแม้ลูกจะฟังภาษาไทยได้ แต่หนูพูดภาษาอังกฤษคล่องกว่า ที่สำคัญที่นี่คือบ้านเกิดของหนู และหนูคือคนอเมริกันเชื้อสายไทย”

 อีกครอบครัวหนึ่งที่เกิดขึ้นในประเทศเยอรมนี คุณพ่อเป็นคนไทยเชื้อสายมลายู มีภรรยาเป็นคนเชื้อสายตุรกีที่เกิดในประเทศเยอรมนี ซึ่งผู้เป็นพ่อได้รำพึงรำเพยเกี่ยวกับชีวิตที่แสนสับสนของตนเองว่า “ตัวเองเปรียบเสมือนนกกระจอกบ้าน แต่มาอยู่กินเป็นสามีภรรยากับนกพิราบ ลูกสองคนออกมาสับสนหมด พ่อพูดมลายู แม่พูดเยอรมัน” ถึงแม้แม่ลูกจะเคยมาใช้ชีวิตช่วงสั้นๆ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้จนสามารถปรับตัวและมีพฤติกรรมการบริโภคที่เหมือนชาวมลายูได้ แต่ก็เป็นเพียงระยะชั่วครั้งชั่วคราว เมื่อกลับไปเยอรมัน ลูกๆ จะอยู่และดำเนินชีวิตเป็นชาวเยอรมันเป็นส่วนใหญ่

 หากพิจารณาในส่วนลึกของความรู้สึกความเข้าใจในรากเหง้าเหล่ากอของลูกๆ เขาทั้งหลายจะมีความรู้สึกและเข้าใจชีวิตของตนเองว่าเขาเป็นเยอรมันมากกว่า และไม่แตกต่างอะไรกับครอบครัวอื่นที่มีลักษณะคล้ายๆ กันกับสองครอบครัวตัวอย่างข้างต้นนี้ เมื่อคนรุ่นลูกเกิดและใช้ชีวิตอยู่ในประเทศนั้นๆ เป็นเวลานาน คุณค่าแห่งชาติพันธุ์ดั้งเดิมจะเข้มข้นเพียงคนรุ่นพ่อเท่านั้น หากคนรุ่นที่สองสามคือลูกๆ และหลานๆ อาจจะพูดได้ว่า “คุณ (ถูก) ฆ่าชาติพันธุ์ดั้งเดิมโดยสิ้นเชิงไปแล้ว” เว้นเสียแต่ว่าเขาเหล่านั้นสามารถรักษาความเข้มข้นและความเข้มแข็งในวิถีความเชื่อศรัทธาทางศาสนาของปู่ย่าตายายเขามากน้อยเพียงใดเท่านั้น ที่คุณค่าแห่งชาติพันธุ์ดั้งเดิมจะยังคงอยู่อย่างมั่นคงยาวนานสืบไป

อัฮหมัด สมบูรณ์  บัวหลวง 
[email protected]