ข่าว

ไทยเวฟ-จีนเวฟ

ไทยเวฟ-จีนเวฟ

03 มิ.ย. 2554

วันก่อนคุยกับเพื่อนซึ่งไปทำธุรกิจอยู่ที่เมืองจีน เขาเล่าให้ฟังว่าตอนนี้กระแสความนิยมละครโทรทัศน์ของไทยในหมู่ชาวจีนกำลังมาแรงมาก ละครดังๆ ของไทยหลายเรื่องถูกนำไปออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ของจีน

 ถัดมาอีกไม่กี่วันไปกินข้าวกับเพื่อนรุ่นน้องซึ่งอยู่ในแวดวงหนังสือต่างประเทศ เขาก็เล่าตรงกันเรื่องกระแสไทยเวฟในเมืองจีน และได้ทราบด้วยความยินดีว่าด้วยความแรงสุดๆ ของละครโทรทัศน์เรื่อง ”เลือดขัตติยา” ทำให้คุณหญิงวิมล ศิริไพบูลย์ หรือป้า “ทมยันตี” ของนักอ่าน ได้รับเชิญให้เดินทางไปพบแฟนๆ ชาวจีนที่เซี่ยงไฮ้ ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมนี้

 ย้อนหลังไปเมื่อสิบกว่าปีก่อน ประเทศจีนเป็นสถานที่เปิดตัวของนักร้องนักเต้นเกาหลี ซึ่งในเวลานั้นหนัง ดนตรี ดารา หรือแฟชั่นเกาหลี ยังไม่เป็นที่รู้จักของชาวโลก และคำว่า “กระแสเกาหลี” ก็ถูกบัญญัติขึ้นโดยหนังสือพิมพ์จีน หลังจากนั้นชั่วเวลาเพียงหนึ่งทศวรรษ อิทธิพลทางวัฒนธรรมของเกาหลีก็แพร่กระจายออกไปทั่วโลก และครอบงำจิตใจของคนรุ่นใหม่ในเอเชียรวมทั้งในหมู่ของวัยรุ่นจีนเอง จนทางการจีนเองก็เริ่มจะวิตกกังวล เพราะลึกๆ แล้ว จีนถือว่าตนเป็นชาติที่มีวัฒนธรรมสูง และเป็นต้นแบบของวัฒนธรรมญี่ปุ่นและเกาหลี การที่คนจีนรุ่นหลังจะต้องมารับวัฒนธรรมของเกาหลี จึงเป็นสิ่งที่รบกวนจิตใจของคนรุ่นเก่าอยู่ไม่น้อย

 ไทยเวฟเกิดขึ้นในเมืองจีนช่วงนี้แหละครับ คือเป็นช่วงที่คนจีนรุ่นใหม่เริ่มอิ่มตัวกับกระแสเกาหลี และต้องการบริโภคสินค้าวัฒนธรรมที่มีความแปลกใหม่แตกต่างไปจากเดิม ขณะที่คนรุ่นเก่าก็มองเห็นว่าสินค้าวัฒนธรรมของไทยไม่กระทบต่อวัฒนธรรมจีนหรือความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมของตนเองของจีน จึงมีการนำเข้าละครโทรทัศน์จากไทยมากขึ้น

 เพื่อนที่ไปทำธุรกิจอยู่เมืองจีนเล่าให้ฟังต่อไปว่า อันที่จริงคนจีนก็ต้องการที่จะชมภาพยนตร์ไทย ได้มีการติดต่อมายังผู้สร้างของไทยหลายครั้ง แต่ปัญหาใหญ่ที่ยังไม่มีการเปิดตลาดภาพยนตร์ไทยในจีนอย่างเป็นเรื่องเป็นราว เป็นเพราะฝ่ายไทยมีความกังวลเรื่องการก๊อบปี้ภาพยนตร์ ซึ่งเช่นเดียวกับตลาดหนังสือที่มักจะมีการแจ้งยอดที่ไม่ตรงกับจำนวนพิมพ์หรือจำนวนจำหน่าย ขณะเดียวกันตอนนี้ก็มีการลักลอบแปลนิยายดังๆ ของไทยเป็นภาษาจีนลงในเว็บไซต์อย่างแพร่หลายในประเทศจีน

 ถ้าจะมองว่าไทยเวฟเป็นโอกาสทองของสินค้าวัฒนธรรมไทยก็คงจะได้ แต่เราก็คงต้องกลับมาถามตัวเองว่าเราได้มีการวางแผน กำหนดนโยบาย และยุทธศาสตร์ สำหรับเรื่องนี้อย่างไรบ้าง หากเปรียบเทียบกับเกาหลี จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเขามีแนวคิด มีการเตรียมการ วางระบบ และมีการส่งเสริมอย่างเอาจริงเอาจังล่วงหน้ามาพักใหญ่ จนทำให้กระแสเกาหลีเป็นเสมือนยี่ห้อของสินค้าที่โด่งดัง นำรายได้เข้าประเทศทั้งทางตรงและทางอ้อมเป็นจำนวนมหาศาล แต่หากไทยเรายังคงปล่อยไทยเวฟให้เป็นเช่นกระแสน้ำขึ้นน้ำลงตามธรรมชาติ โดยไม่มีการบริหารจัดการที่ดีมารองรับ มิช้ามินานหรอกครับคลื่นลูกนี้ก็คงจะจางหายไปจากทะเลจีน

 พูดกันอย่างตรงไปตรงมาแล้ว รายได้ของประเทศไทยในอนาคตคงจะต้องขึ้นอยู่กับสินค้าสองประเภท คือการท่องเที่ยวกับสินค้าวัฒนธรรม แต่ก็น่าสลดใจที่รัฐบาลที่ผ่านๆ มา ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวและสินค้าวัฒนธรรมเท่าที่ควรทั้งสองกระทรวงถูกจัดเกรดไว้ในลำดับท้ายๆ มีรัฐมนตรีที่ไม่ได้มาจากต้นแถว ทั้งๆ ที่รัฐมนตรีสองกระทรวงนี้ ควรจะต้องร่วมอยู่ในคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ หรือ ครม.ชุดเล็ก ด้วยซ้ำไป

 อีกเรื่องหนึ่งซึ่งเพื่อนเล่าให้ฟังก็คือ จีนไม่ได้คิดเพียงแค่การต้านกระแสเกาหลีในประเทศจีนเท่านั้น แต่จีนยังคิดที่จะสร้างกระแสจีนขึ้นในโลก และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเอเชีย ซึ่งประเทศหนึ่งที่เป็นเป้าหมายของกระแสจีนก็คือประเทศไทยของเรานี่แหละครับ

 และด้วยรูปแบบของเกาหลีเวฟ สินค้าวัฒนธรรมจีนจะมาพร้อมกับสินค้านานาชนิดจากประเทศจีน ซึ่งเมื่อถึงตอนนั้นอากาศเย็นจากประเทศจีนก็อาจจะรุนแรงจนธุรกิจและอุตสาหกรรมไทยหนาวไปตามๆ กัน ทีเดียว