
เรื่องที่คนไทยควรรู้
ทั้งๆ ที่ยังมีเวลาอยู่อีกตั้งหนึ่งเดือนเต็มกว่าคนไทยจะร่วมกันกำหนดอนาคตของประเทศผ่านการหย่อนบัตรเลือกตั้งในวันที่ 3 กรกฎาคม แต่ไม่ทันไร พรรคการเมืองใหญ่น้อยต่างก้าวกระโดดข้ามไปพูดถึงการจัดตั้งรัฐบาลผสมกันแล้ว ราวกับไม่เห็นความสำคัญของคะแนนเสียงของประชาชน
ทั้งๆ ที่ผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งที่แท้จริง ไม่ใช่ขบวนจัดตั้งของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งต่างต้องการจะฟังนโยบายที่เป็นรูปธรรมของพรรคต่างๆ เพื่อประกอบการตัดสินใจโดยเฉพาะนโยบายแก้ไขปัญหาข้าวยากหมากแพงและการที่สินค้ามีแต่ปรับราคาสูงขึ้น ส่งผลให้เกิดปัญหาทำให้ค่าครองชีพสูงขึ้นตามมาเช่นเดียวกับเงินเฟ้อก่อนหน้านี้ องค์การสหประชาชาติรายงานว่าราคาอาหารโลกได้ปรับตัวสูงขึ้นตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จนเป็นชนวนให้เกิดจลาจลในแอฟริกาเหนือและตะวันออกกลาง อีกทั้งยังเป็นปัจจัยกดดันให้ธนาคารกลางในกว่า 10 ประเทศต้องปรับดอกเบี้ยให้สูงขึ้นเพื่อรับมือกับปัญหาเงินเฟ้อจากราคาอาหารขยับตัวภายในปีนี้
ด้านมูลนิธิออกซ์แฟม มูลนิธิเพื่อการกุศลชั้นนำแห่งอังกฤษเปิดเผยผลการศึกษาล่าสุดพบว่าราคาอาหารทั่วโลกมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นระหว่าง 120-180% ภายใน 20 ปีข้างหน้า เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศโลก และจำนวนประชากรที่เพิ่มสูงขึ้นสวนทางกับกำลังการผลิตอาหาร และภายในปี 2593 ความต้องการอาหารของประชากรโลกจะเพิ่มสูงขึ้น 70% ขณะที่อัตราการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรมีแนวโน้มลดต่ำลงน้อยกว่า 1% ในทศวรรษหน้า
เป็นเรื่องแปลกที่คนไทยส่วนใหญ่กลับไม่ได้รับรู้ข้อเท็จจริงดังกล่าว จึงปักใจเชื่อว่าการที่สินค้ามีราคาสูงขึ้นเป็นเพราะการเมืองในประเทศ ไม่ใช่เพราะปัจจัยภายนอก เห็นได้จากผลการสำรวจความเห็นของศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและพยากรณ์ทางการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พบว่าส่วนใหญ่ถึง 84.2 เปอร์เซ็นต์ไม่เชื่อมั่นว่ารัฐบาลใหม่หลังการเลือกตั้งแล้วจะสามารถแก้ไขปัญหาข้าวยากหมากแพงได้ โดย 44.7 เปอร์เซ็นต์มองว่ารัฐบาลในแต่ละชุดที่เลือกขึ้นมานั้นมักเห็นแก่พวกพ้องตัวเอง มีการคอรัปชั่น นโยบายที่ออกมาเป็นเพียงเพื่อเรียกร้องคะแนนเสียงจากประชาชนเท่านั้น ขณะที่ 36.3 เปอร์เซ็นต์เห็นว่าไม่ว่ารัฐบาลชุดไหนก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้
เพื่อให้เสียงของประชาชนเป็นเสียงสวรรค์จริงๆ จึงเป็นหน้าที่ของทุกคนที่จะเรียกร้องให้ทุกพรรคการเมืองละเลิกการช่วงชิงพื้นที่สื่อและเบี่ยงเบนประเด็นการเลือกตั้งให้กลายเป็นการจัดตั้งรัฐบาล ให้หันมาสนใจการชูนโยบายหลักของพรรคแทนโดยเฉพาะการแก้ปัญหาปากท้องของประชาชน



