ข่าว

กกต.ตัดสิทธิ์32ผู้สมัครปาตี้ลิสต์พท.1

กกต.ตัดสิทธิ์32ผู้สมัครปาตี้ลิสต์พท.1

02 มิ.ย. 2554

กกต. ตัดสิทธิ์ 32 ผู้สมัครส.ส.ปาตี้ลิสต์เหตุขาดคุณสมบัติ เผย พท. 1 คน ไร้ ปชป. พลังคนกีฬาสูงสุด 11 ราย แต่สามารถยื่นร้องคัดค้านต่อศาลฏีกาฯภายใน 7 วัน

(2มิ.ย.) นายประพันธ์ นัยโกวิท คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวถึงรายชื่อผู้ไม่มีสิทธิสมัคร ว่า วันนี้กกต. ได้มีการประชุมและประกาศรายชื่อบุคคลผู้มีสิทธิ์ลงสมัครรับเลือกตั้งส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ทั้งนี้ มีผู้ที่ขาดคุณสมบัติเป็นจำนวนมาก ซึ่งผู้ที่ไม่มีชื่อในประกาศของกกต. หรือผู้ไม่มีสิทธิลงสมัคร ขอให้พิจารณาดูว่าหากเห็นว่าตนเองเป็นผู้มีคุณสมบัติในการลงสมัคร ก็ขอให้รีบไปดำเนินการยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้งภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันที่กกต.ประกาศรายชื่อผู้สมัคร

ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งจะเป็นผู้พิจารณาว่าให้เป็นผู้มีคุณสมบัติลงสมัครหรือไม่ หากศาลฎีกาเห็นว่ามีคุณสมบัติเพียงพอ กกต.ก็จะเพิ่มชื่อให้เป็นผู้ลงสมัครส.ส.แบบบัญชีรายชื่อต่อไป ส่วนส.ส.แบ่งเขตเลือกตั้ง ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของกกต. ซึ่งกกต.ประจำเขตจะเป็นผู้พิจารณา อย่างไรก็ตาม เมื่อประกาศรายชื่อแล้วผู้ใดไม่มีชื่อ ก็สามารถไปยื่นคำร้องที่ต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งได้ ภายในเวลา 7 วันเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ ผู้ใดที่ขาดคุณสมบัติ เนื่องจากถูกลงโทษ หากปรากฎว่ามีพ.ร.บ.ล้างมลทิน กกต.ก็จะถือว่าผู้นั้นเป็นผู้สิทธิ์ลงสมัครรับเลือกตั้งได้

                 นายประพันธ์ กล่าวถึงกรณีพรรคการเมืองใหม่ ว่า ทาง กกต. ได้ประกาศให้เป็นผู้มีสิทธิ์ลงสมัครเลือกตั้ง เนื่องจากในพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 40 ระบุว่า การไม่ปฏิบัติตามมาตรา 37 มาตรา 38 หรือมาตรา 39 ของพรรคการเมืองไม่มีผลกระทบต่อการสมัคร และการได้รับเลือกตั้งเป็นส.ส.ของสมาชิก ซึ่งพรรคการเมืองนั้นส่งเข้าสมัครรับเลือกตั้ง ดังนั้น การที่พรรคการเมืองใหม่จะส่งผู้สมัครส.ส. หากผ่านความเห็นชอบของกรรมการบริหารพรรค ก็ไม่กระทบกับการที่จะได้รับเลือกให้ลงสมัคร ส่วนจะขาดคุณสมบัติที่ไม่กระทำตามมติที่ประชุมใหญ่ของพรรคนั้น ถือเป็นเรื่องของพรรคที่จะดำเนินการ หากผู้ใดที่พรรคส่งลงสมัครอย่างถูกต้อง และทางกกต.ได้ประกาศรายชื่อไปแล้ว ทางกกต.ก็ยินดีรับสมัคร

                 เมื่อถามว่ารายชื่อที่ถูกตัดสิทธิส่วนใหญ่ขาดคุณสมบัติอย่างไร นายประพันธ์ กล่าวว่า ส่วนใหญ่อยู่ในกรณีที่ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา หรือเป็นสมาชิกพรรคการเมืองอย่างไม่ถูกต้อง เป็นบุคคลล้มละลาย และอื่นๆ อย่างไรก็ตาม รายละเอียดดังกล่าวต้องให้สำนักงานกกต.เป็นผู้ชี้แจงรายละเอียดทั้งหมดอีกครั้ง

                ผู้สื่อข่าวรายงานว่า   ผู้สมัครส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อที่กกต.พิจารณาและตรวจสอบคุณสมบัติ และลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครรับเลือกตั้ง แล้วขาดคุณสมบัติมีจำนวน 32 คน ประกอบด้วย   1. พรรคเพื่อไทย จำนวน 1 ราย ได้แก่ นาย ยุทธพงษ์ แสงศรี ลำดับที่ 98 (ไม่เป็นสมาชิกพรรค)   2. พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน จำนวน 2 ราย ได้แก่   นายพัสกร วัฒนโพธิ์ทอง ลำดับที่ 46 (เสียสิทธิ ) นายธน ชำนาญกิจ   ลำดับที่ 47 (เสียสิทธิฯ) 3. พรรคประชาธิปไตยใหม่ จำนวน 1 ราย ได้แก่ นาย สุรทิน พิจารณ์ ลำดับที่ 1 (ล้มละลาย) 4. พรรคประชาธรรม จำนวน 2 ราย ได้แก่   นายภูษิต เมิงขุนทด ลำดับที่ 17 (พ้นโทษยังไม่ถึง 5 ปี)   นายกิตติปกรณ์ จีรวัฒน์ศุภโชค ลำดับที่ 18 (เสียสิทธิ ฯ)

                5. พรรคดำรงไทย จำนวน 1 ราย ได้แก่ นาย สุจินดา จำปานิล ลำดับที่ 12 (เสียสิทธิ ) 6. พรรคพลังมวลชน จำนวน 1 ราย ได้แก่ น.ส. จิตรลดา หลวงเกื้อกูล ลำดับที่ 3 (เสียสิทธิ)7. พรรคกิจสังคม จำนวน 3 ราย   ได้แก่ ร.ท. สมชาย ยุซิ ลำดับที่ 91 (ล้มละลาย) นายถวัลย์ ปัตตานัง ลำดับที่ 100   (เสียสิทธิ ฯ) นางชัญญาพร กอนเทียน ลำดับที่ 122 (เสียสิทธิ)) 8. พรรคชาติไทยพัฒนา จำนวน 1 ราย ได้แก่ นาง อารีย์ วชิรวราการ ลำดับที่ 17 (ไม่เป็นสมาชิกพรรค) 9. พรรคบำรุงเมือง จำนวน 1 ราย ได้แก่ นาย อิทธิชัย จิตลดาพร ลำดับที่ 7 (ไม่เป็นสมาชิกพรรค)10. พรรคกสิกรไทย จำนวน 1 ราย ได้แก่ นาย เสนีย์ น้อยอ่ำ ลำดับที่ 2 (ล้มละลาย) 11. พรรคมหาชน จำนวน 1 ราย   ได้แก่ นาย เริงพันธุ์ ศิริวนิชสุนทร ลำดับที่ 4 (เสียสิทธิ )12. พรรคความหวังใหม่ จำนวน 3 ราย   ได้แก่     นายบรรจง บุญรัตน์ ลำดับที่ 30 (ไม่เป็นสมาชิกพรรค)   น.ส. เศรษฐิณีพร ขจรศิลป์ ลำดับที่ 39 (เสียสิทธิ) นาย สุทิน ปิ่นกุล ลำดับที่ 82   (ล้มละลาย)

                13. พรรคพลังคนกีฬา จำนวน 11 ราย ได้แก่   น.ส.เพ็ญนภา อินทฉาย ลำดับที่ 14   นายทิวัตถ์ เกิดชูกุล ลำดับที่ 23     น.ส.เรไร พุ่มจันทร์ ลำดับที่ 37   น.ส.บัวลอน เสนาพันธ์ ลำดับที่ 45 .นายสมเจตน์ นุชนาค ลำดับที่ 52   นางปวันรัตน์ เมฆขำ ลำดับที่ 55   นางสาคร นิ่มนวล ลำดับที่ 58   .น.ส.นารี เสนาพันธ์ ลำดับที่ ลำดับที่ 70 นายบอกษา แก้ววาสิงห์ ลำดับที่ 84 นายยุทธเดช เมธวลี ลำดับที่ 101น.ส.มนันแสง จะโต๊ะ ลำดับที่ 100   โดยทั้งหมดนี้เสียสิทธิ์        14 . พรรคไทยสร้างสรรค์ จำนวน 1 คน ได้แก่ น.ส. พิชานันท์ จงใจสิทธิ์ ลำดับที่ 4 (เสียสิทธิ) 15. พรรคเพื่อนเกษตรไทย จำนวน 1 ราย   ได้แก่ นาย ภารินทร์ ทรัพย์สมาน ลำดับที่ 21 (ไม่เป็นสมาชิกพรรค) (เสียสิทธิ) 16. พรรคมหารัฐพัฒนา จำนวน 1 ราย ได้แก่ น.ส.ปพัชญา นรรัตน์ ลำดับที่ 2 (เสียสิทธิ)

                   อย่างไรก็ตาม ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ไม่มีชื่อเป็นผู้สมัครในประกาศของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ก็สามารถยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาได้ ภายใน 7 วัน นับแต่วันประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง     ซึ่งจะไปสิ้นสุดในวันที่ 9 มิถุนายน 2554 นี้

"กกต.-ไปรษณีย์ไทย-กรมการกงสุล"เปิดศูนย์ส่งบัตรเลือกตั้ง

 ขณะเดียวกันที่สำนักงานใหญ่บริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด บริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด ถ.แจ้งวัฒนะ นายประพันธ์  เป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์ประสานงานการขนส่งหีบบัตรเลือกตั้งส.ส.แบบบัญชีรายชื่อและแบบแบ่งเขตเลือกตั้งทั้งในประเทศและต่างประเทศ พร้อมปล่อยขบวนรถขนหีบบัตรเลือกตั้งล่วงหน้านอกราชอาณาจักรเที่ยวแรก จำนวน 300,000 ฉบับ โดยจะจัดส่งไปยัง 66 ประเทศ 90 เมือง ซึ่งใช้เวลาการขนส่ง 4 วัน โดยมี น.ส.อานุสรา จิตต์มิตรภาพ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทไปรษณีย์ไทย นายจักร บุญ-หลง อธิบดีกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ที่ปรึกษาสบ. 10 ด้านความมั่นคง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในฐานะรองผอ.ศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อยในการเลือกตั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ศรส.ลต.ตร.) พร้อมด้วยตัวแทนพรรคการเมืองต่างๆ อาทิ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทย พรรครักษ์สันติ พรรคกิจสังคม และพรรคไทยสร้างสรรค์ และสื่อมวลชนร่วมพิธีเปิด  

 น.ส.อานุสรา กล่าวว่า ที่เก็บบัตรเลือกตั้งของไปรษณีย์ไทยนั้นมีมาตรฐานที่รัดกุมตามมาตรฐานของกกต.แล้ว ยังมีมาตราการรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติมอีกอย่างเต็มที่ ทั้งด้านบุคคลากรของไปรษณีย์ไทยที่ระดมมาเต็มอัตราในการขนส่งบุตรทุกขั้นตอนทั้งการขนส่งบัตร   นำจ่ายหนังหนังสือรายชื่อผุ้มีสิทธิเลบือกตั้ง ( ส.ส. 11) และการคัดแยกบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าที่ละคะแนนแล้วไปยัง 375 เขตเลือกตั้ง อีกทั้งยังได้นำเทคโนโลยีต่างๆมาช่วยสนับสนุนการปฏิบัติงาน

  “เราได้ติดตั้งกล้องวงจรปิดเอาไว้ภายในศูนย์ประสานงานฯ ศูนย์ไปรษณีย์ภูมิภาค ไปรษณีย์จังหวัด และปณ.อื่นๆ รวมกว่า 200 แห่ง เพื่อตรวจสอบการทำงานในทุกขั้นตอน รมทั้งติดตั้งระบบกำหนดพิกัดผ่านดาวเทียม หรือ gps ในรถขนส่งบัตรเลือกตั้ง รวมถึงได้การอนุเคราะห์จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการจัดกำลังตำรวจรักษาความปลอดภัยอีกด้วย ” นายอานุสรา กล่าว

 นายจักร กล่าวต่อว่า ในการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรนั้น ทางกรมการกงสุลเป็นจะผู้ประสานงาน ซึ่งได้มีการเตรียมการเลือกตั้งล่วงหน้ามานาน และประชาสัมพันธ์ในภูมิภาคหลัก 4 แห่ง อย่างต่อเนื่อง คือ ในเอเชีย จะเป็นที่เซี้ยงไฮ้ ประเทศจีน ในอเมริกาเหนือ จะเป็นที่ลอสเอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา   ส่วนโซนยุโรปจะมีศูนย์กลางที่กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก สำหรับในโซนตะวันออกกลางนั้นจะเป็นเมืองดูไป ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรส ซึ่งทางกกต.ก็ได้ส่งคนไปตอบข้อซักถามและข้อกฎหมายด้วย โดยผลจากการประชาสัมพันธ์แต่ละพื้นที่อย่างเข้มข้นส่งผลให้มีผู้มาลงทะเบียนล่วงหน้านอกราชอาณาจักรในครั้งนี้ จำนวนทั้งสิ้น 140,900 คนเมื่อเทียบกับการเลือกตั้งปี 50 ที่มีเพียง 80,000 คน ก็ถือว่า เพิ่มขึ้นเป็น 75.7 % สะท้อนถึงความตื่นตัวทางการเมืองของประชาชน

 พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า ในส่วนของการเคลื่อนย้ายดูแลรักษาบัตรเลือกตั้งไปในแต่ละที่นั้น จะเป็นหน้าที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งในครั้งนี้นั้นได้เพิ่มระดับความเข้มข้นในการคุ้มกันและดูแลบัตรเลือกตั้ง โดยเพื่อป้องกันการปล้นหีบบัตรระหว่างการขนส่ง โดยได้ใช้ตำรวจกองปราบพร้อมอาวุธประจำการในรถ และมีรถนำขบวนในการขนส่งหีบบัตรไปในแต่ละที่ อีกทั้งยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบทำหน้าที่ดูแลรักษารถขนหีบบัตรเพิ่มเติมด้วยทั้งเปิดและปิดขบวนรถขนส่งหีบบัตรเลือกตั้ง ทั้งนี้ในส่วนของพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีความเสี่ยงสูงนั้นจำเป็นจะต้องจัดชุดคุ้มกันพิเศษเพิ่มเติม รวมถึงจัดเฮลิคอปเตอร์ในการสอดส่องดูแลระหว่างรถขนส่งหีบบัตรเลือกตั้งไปถึง พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบเพื่อสืบสวนหาข่าวในพื้นที่ด้วย   ซึ่งขอให้มั่นใจในการรักษาความปลอดภัย

 จากนั้นนายประพันธ์ได้เป็นประธานปล่อยขบวนรถขนส่งบัตรเลือกตั้งล่วงหน้านอกราชอาณาจักร โดยกระบวนการขนส่งบัตรเลือกตั้งในครั้งนี้ ส่วนบัตรเลือกตั้งในราชอาณาจักรนั้นทางบริษัทไปรษณีย์จะนำจ่ายบัตรและคัดแยกบัตรส่งไปยัง 375 เขตเลือกตั้ง โดยมีการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิดภายในศูนย์ฯ และศูนย์ไปรษณีย์ภูมิภาคกว่า 200 แห่ง โดยระบบจะมีการตรวจสอบทุกขั้นตอนด้วยระบบติดตามพิกัดดาวเทียม ทั้งนี้บริษัทไปรษณีย์ไทยยังได้เปิดทวิตเตอร์ที่ @ballotwatch เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนและสื่อมวลชนติดตาม