ข่าว

ปะทะโจรใต้วิสามัญแนวร่วมRKKดับ3ศพ

ปะทะโจรใต้วิสามัญแนวร่วมRKKดับ3ศพ

02 มิ.ย. 2554

นาวิกโยธินภาคใต้ค่ายจุฬาภรณ์ นำกำลังลุยค้นเทือกเขาบูโดปะทะโจรใต้ที่บาเจาะ ก่อนวิสามัญแนวร่วมอาร์เคเคดับ 3 ศพ ยึดอาวุธปืน 3 กระบอก

 เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 2 มิ.ย. น.อ.สมเกียรติ ผลประยูร ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน ภาคใต้ ค่ายจุฬาภรณ์ อ.เมือง จ.นราธิวาส ได้สั่งการให้ น.ท.รัฐโรจน์ อภิรัชช์รัศมี ผบ.ฉก.นราธิวาส 32 สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.นราธิวาส 32 จำนวน 8 นาย นำโดย พ.จ.อ.สมพงษ์ หมานหมาด หัวหน้าชุดจู่โจม ทำการติดตามไล่ล่ากองกำลังติดอาวุธ RKK ซึ่งเป็นสมุนของนายมะรอโซ จันทราวดี แกนนำ RKK ระดับสั่งการคนสำคัญที่เคลื่อนไหวก่อเหตุในพื้นที่ อ.บาเจาะและใกล้เคียงอย่างโชกโชนหลายคดี ซึ่ง RKK จำนวน 5 คนได้หลบหนีการจับกุมหลังกองกำลังผสมนาวิกโยธินและกรมทหารพรานที่ 46 บุกขึ้นไปทะลายค่ายพัก 3 จุดใหญ่ พร้อมยึดของกลางอุปกรณ์ป่วนใต้กว่า 100 รายการบนเทือกเขาบูโด ม.6 บ.บาดง ต.บาเจาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เมื่อวานนี้

  โดยสืบเนื่องมาจากการขยายผลนายซูกิบรี จิเดร์ และนายมะยากี คาเดร์ 2 ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้และให้การที่เป็นประโยชน์กับเจ้าหน้าที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่คาดว่า RKK ทั้ง 5 ที่ลงมากบดานในหมู่บ้านใกล้เคียงต้องย้อนรอยขึ้นไปที่ค่ายพักบนเทือกเขาบูโดอีกครั้ง และเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ โดยขณะที่แนวร่วม RKK ทั้ง 5 คนกำลังเดินขึ้นไปที่ค่ายพักซึ่งถูกทะลายเหลือเพียงซาก ได้สังเกตเห็นเจ้าหน้าที่ทหารทั้ง 8 นายพร้อมอาวุธปืนครบมือที่ดักซุ่มอยู่ในป่าสวนยางพาราใกล้ค่ายพัก RKK ทั้ง 5 ต่างพากันตกใจ เห็นท่าไม่ดีจึงได้ใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่เจ้าหน้าที่ จนเกิดการยิงปะทะกันเป็นระลอกๆ เสียงดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วหมู่บ้าน คนร้ายเห็นจวนตัวจึงได้สั่งกำลังล่าถอย แต่เจ้าหน้าที่ทหารเปิดเกมรุกอย่างไม่ยั้งมือ จนสามารถปลิดชีพ RKK ได้ 3 ศพ ส่วนคนร้ายที่เหลืออีก 2 คนวิ่งหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่อย่างกระเซอะกระเซิงไปบนเทือกเขาบูโด

 เมื่อเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบศพผู้เสียชีวิตทั้ง 3 ราย ในสภาพถูกกระสุนเป็นรูพรุนทั้งร่างบริเวณเนินป่าสวนยางพาราที่ลาดชันพร้อมอาวุธปืน 3 กระบอกคือ ปืนสงครามเอ็ม 16 จำนวน 2 กระบอกและปืนพกสั้นขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก ระเบิดชนิดขว้าง จำนวน 1 ลูก ระเบิดแบบเท้าเหยียบจำนวน 1 ลูกรวมทั้งกระสุนปืนนานาชนิดอีกรวมกว่า 100 นัด ส่วนศพคนร้ายทั้ง 3 รายทราบชื่อต่อมาคือ 1.นายรอยะ กาลมอ อยู่บ้านเลขที่ 492 ม.5 ต.บาเจาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ซึ่งมีหมายจับ ป วิอาญา จำนวน 7 หมาย 2.นายอาบัส เจ๊ะหะ และ 3.นายมูรามัน ทำเมาะ ซึ่ง 2 รายหลังเป็นคนในพื้นที่ บ.ดูกู ต.บาเจาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส

 อย่างไรก็ตามการปฏิบัติการครั้งนี้เป็นยุทธการเชิงรุกที่ พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาคที่ 4 เน้นย้ำให้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อทำให้ทุกพื้นที่ปลอดจากกองกำลังติดอาวุธ ควบคู่ไปกับการสร้างมวลชนกับชาวบ้านเพื่อเป็นเบาะแสให้กับทางการมากยิ่งขึ้นต่อไป