
สภาฯ-สสส.จับขรก.สภาฯวางแผนชีวิตเพื่อสุขภาพจิตดี
วันที่ 1 มิ.ย. ที่ห้องกรุงธนบอลล์รูม รร.รอยัลริเวอร์ สำนักพัฒนาบุคลากร สภาผู้แทนฯ ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ภายใต้โครงการสร้างเสริมสุขภาพในองค์กรทางนิติบัญญัติ
จัดสัมมนา”โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติ ราชการ” รุ่นที่ 3 โดย นพ.เฉก ธนะสิริ ประธานมูลนิธิฟื้นฟูส่งเสริมการแพทย์ไทยเดิมฯ เป็นวิทยากรหัวข้อ “วิธีการดูแลสุขภาพอย่างมีประสิทธิภาพ”
นพ.เฉกระบุว่า 1.การทำให้มีความสุขและอายุยืนยาวเกิน 100 ปี คือ การที่ต้องหมั่นดูแลรักษาสุขภาพกายและใจให้ดีอยู่เสมอด้วยการนั่งสมาธิถือเป็นส่วนประกอบสำคัญที่จะช่วยให้ชีวิตมีความสุข 2. ผู้สูงอายุทรงพลัง คือ ต้องเป็นบุคคลที่ปราศจากโรค หลีกเลี่ยงภาววะซึมเศร้าให้ความสำคัญกับการให้กำลังใจตนเองเป็นสำคัญ อย่าปล่อยให้ตนเองอยู่ในภาวะโดดเดี่ยวเดียวดาย เพราะอาจจะทำให้เกิด “โรคสมองเสื่อม” 3.ลมหายใจ-น้ำและพืชพรรณธัญญาหาร คือ ชีวิต คือ ลมหายใจให้พลังงานกับหัวใจและปอดช่วยให้การเต้นของหัวใจแข็งแรง เช่นเดียวกับอาหารถือเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ชีวิตยืนยาวได้ถ้ากินอาหาร ที่ถูกต้อง 4.ศิลปะของการใช้ชีวิต คือควรสร้างเสริมภูมิต้านทานให้ตนเองทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหารที่ถูกต้อง หมั่นตรวจสุขภาพออกกำลังกายและทำจิตใจให้เบิกบานอยู่เสมอ
อย่างไรก็ตาม นพ.เฉก ยังเปิดโอกาสให้ผู้เข้าสัมมนาได้ชักถามข้อสงสัยในเรื่องต่างๆ เช่น ภาวะด้านอารมณ์สำหรับผู้ที่อยู่ในวัยทอง โทษของการสูบบุหรี่มีความเสี่ยงอายุสั้นกว่ามาตราฐาน 20 ปี ร่วมถึงการปฏิบัติตนสำหรับผู้ที่ป่วยเป็นโรคกรดยูริกถึงหลักการรับประทาน อาหารและการปฏิบัติตนที่ถูกต้องโดยไม่ต้องพึ่งพาแพทย์แผนปัจจุบัน
ขณะที่นพ.กัมปนาท ตันสิถบุตรกุล จิตแพทย์อิสสระ รพ.สมิติเวชศรีนครินทร์ บรรยายในหัวข้อ “วางแผนชีวิตเพื่อให้มีสุขภาพจิตที่ดี” โดยระบุปัญหาสุขภาพจิตสาเหตุเกิดจากแนวความคิดผิดปกติทางด้านจิตใจ ส่วนปัญหาทางอารมณ์แปรปรวนเกิดจากความวิตกกังวลในสิ่งที่เกิดยังไม่เกิดขึ้น นอกจากนี้ยังอาจเป็นโรคติดสารเสพติดซึ่งสาเหตุเกิดจากการใช้ยาบางตัวเกินขนาดหรือในบุคคลที่ใช้สารเสพติด ขณะที่ปัญหาด้านบุคลิกภาพสาเหตุเกิดจากพฤติกรรมชอบตำหนิผู้อื่น ทั้งนี้เราควรรู้จักตนเองทางด้านกายภาพ และการดูแลสุขภาพจิตและเสริมสร้างความภาคภูมิใจให้กับตนเอง คือ “จิตเป็นกาย นายเป็นบ่าว”
อย่างไรก็ตาม นพ.กัมปนาท ยังกล่าวถึงการคลายความเครียดในการทำงานทำได้ด้วยการออกกำลังกายจะส่งผลให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมน Endorphin ซึ่งฮอร์โมนชนิดนี้จะส่งผลดีต่อร่างกาย ทั้งนี้ยังรวมไปถึงการฝึกสร้างพฤติกรรมทางด้านอารมณ์ คือ ควรรู้จักควบคุมอารมณ์สังเกตอารมณ์ของตนที่จะเกิดขึ้นหลังแสดงออกว่ามีผล เสียหรือผลดีตามมาอย่างไร คิดอย่างใช้เหตุผลและควรมองโลกในแง่ดีก่อนเสมอเพราะจะทำให้ลดการวิตกกังวลลงได้ พร้อมกันนี้ยังให้ผู้เข้าร่วมทำแบบประเมินความฉลาดทางอารมณ์และแบบประเมินวิเคราะห์ความเครียดด้วยตนเอง



