
เสธ.หนั่นชี้วิวาทะเติ้ง-มาร์คแค่หยอก
"เสธ.หนั่น" ชี้ถูกจำกัดสิทธิทางการเมือง ไม่ใช่ถูกจำกัดสิทธิการพูด ระบุวิวาทะ "เติ้ง - มาร์ค" แค่กระเซ้าเย้าแหย่ หากจะปรองดองต้องหนักแน่น ปัดไม่รู้เรื่อง "เฮียเพ้ง" มาทาบทามร่วมรัฐบาล พร้อมร่วมงานกับทุกพรรคที่มีแนวทางปรองดอง "ชุมพล" ยันสัมพันธ์ปชป.ยังแน่น
(2มิ.ย.) พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงกรณีที่จะมีผู้ร้องเรียนพรรคชาติไทยพัฒนา จากกรณีการสัมภาษณ์ของนายบรรหาร ศิลปอาชา ว่า นายบรรหาร เป็นอดีตนายกฯ เป็นคนไทยคนหนึ่งที่สามารถวิพากษ์วิจารณ์อะไรก็ได้ ไม่ใช่ถูกจำกัดสิทธิ์ทางการเมืองจะพูดจาทางการเมืองไม่ได้เลย เป็นสิทธิของคนไทยถ้าไม่พูดเลยก็เป็นใบ้ อดีตผู้ใหญ่ของบ้านเมืองต้องพูดได้ แม้แต่วิจารณ์พรรคโน้นพรรคนี่ก็ต้องได้ แต่ไม่ได้เข้ามาช่วยหาเสียง ตรงนี้ต้องทำใจให้ได้ คนที่ทำอะไรไม่เหมาะสมมีตั้งหลายคนไม่เห็นมาว่าอะไรเลย
ผู้สื่อข่าวถามถึงการโต้กันไปมาระหว่างนายบรรหารกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พล.ต.สนั่น กล่าวว่า คิดว่าเป็นเรื่องการหยอกเย้ากระเซ้าแหย่กันเท่านั้น ไม่ได้เป็นเรื่องจริงจังอะไร ถ้าจะปรองดองก็ต้องหนักแน่น นายอภิสิทธิ์ต้องก้าวข้ามกันบ้าง และให้อภัยกันไป นักการเมืองก็อย่างนี้ เหน็บอะไรกันบ้าง ไม่ใช่เรื่องใหญ่โต เชื่อว่าสุดท้ายก็จับมือกันได้
เสธ.หนั่นปัดไม่รู้เรื่อง"เฮียเพ้ง"ทาบร่วมรัฐบาล
พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรีและประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯให้นายพงษ์ศักดิ์ รัตน์พงษ์ไพศาล อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยเป็นคนกลางประสานในการจัดตั้งรัฐบาลว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการประสาน ส่วนกับหัวหน้าพรรคก็ยังไม่มีการพูดคุยกัน เพราะเวลานี้ต่างคนต่างต้องเดินสายหาเสียง กว่าจะได้เจออีกครั้งก็เป็นการประชุมในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ จึงยังไม่ทราบว่ามีใครมาทาบทามพรรคบ้างอย่างไรก็ตามเรื่องนี้คงต้องว่ากันหลังเลือกตั้ง และขณะนี้ต้องขอเสียงสนับสนุนให้มากที่สุดเพื่อทำให้เห็นว่าวคนไทยต้องการปรองดอง
ผู้สื่อข่าวถามว่า การจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้จะมีกลุ่มงูเห่าหรือไม่ พล.ต.สนั่น กล่าวว่า อาจจะมีได้ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้จัดการรัฐบาล เวลานี้ไม่ทราบว่าในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทยจะประสานกันเข้ามาอย่างไร แต่หากเป็นแนวทางการปรองดองแล้วตนพร้อมจะช่วยทุกพรรคการเมือง เพียงแต่ขอให้มีแนวทางที่ชัดเจนว่าหลังเลือกตั้งจะปรองดอง แต่ดูจากที่ตนได้ดูการที่นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ และนายณัฐวุฒิ ใสเกื้อ ผู้สมัครระบบบัญชีรายชื่อของทั้งสองพรรคออกรายการทีวีหารือกันเรื่องความปรองดองก็ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี เริ่มดีขึ้นแล้ว
"ชุมพล"ยันสัมพันธ์ปชป.ยังแน่น
ทั้งนี้เวลา 10.00 น. ที่สีลม นายชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) พร้อมด้วยแกนนำของพรรค เช่น พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ประธานที่ปรึกษาพรรค นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คลัง พร้อมด้วยผู้สมัครส.ส.กทม.และบัญชีรายชื่อ ได้เดินทางมาหาเสียงเลือกตั้งย่านสีลม กทม. โดยเริ่มต้นเดินเท้าจากอาคารสีลม คอมเพล็กซ์ ไปจนถึงซอยละลายทรัพย์ เพื่อนำเสนอนโยบายการสร้างความปรองดองให้กับประชาชนได้รับทราบ
นายชุมพล ให้สัมภาษณ์ถึงความสัมพันธ์ทางการเมืองกับพรรคประชาธิปัตย์ภายหลังมีการให้สัมภาษณ์โจมตีกันมาตลอดหลายวันว่า เชื่อว่าปัญหาระหว่างพรรคชาติไทยพัฒนาและประชาธิปัตย์คงจะไม่บานปลาย เพราะถือเป็นปกติของการหาเสียงเลือกตั้งที่ต้องมีกระทบกระทั่งกันบ้าง ทุกฝ่ายต้องการชิงความได้เปรียบขอสะกิดๆ หน่อย แต่ไม่ใช่เรื่องที่ต้องมาลำหักลำโค่นกัน อย่างที่ปล่อยให้รายการของช่อง 11 มากระแนะกระแหนต่อว่าพรรคชาติไทยพัฒนาตลอดเวลาแบบนี้มันไม่ถูกทาง เราก็กระแนะกระแหนแต่ไม่มีอะไร อย่างวันก่อนก็ประชุมคณะรัฐมนตรีร่วมกัน ความสัมพันธ์ระหว่างสองพรรคยังเหมือนเดิ มส่วนเรื่องอื่นๆก็ต้องไปว่ากันหลังเลือกตั้ง ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่าก่อนการให้สัมภาษณ์นายชุมพลได้ปิดหน้าอกเสื้อคลุมสีชมพูของพรรคพร้อมกับบอกผู้สื่อข่าวว่า "การเปิดหน้าอกถือเป็นการแสดงให้เห็นว่าเป็นคนโปร่งใสบริสุทธิ์ผุดผ่อง สามารถตรวจสอบได้เลยเพราะเห็นหัวใจตับไตไส้พุง"
เมื่อถามว่า แสดงว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เข้าใจนายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเป็นอย่างดี นายชุมพล กล่าวว่า เข้าใจกันดีเพราะที่ผ่านมาก็เป็นพันธมิตรกันอยู่กันตั้งหลายปีและเป็นสภามหาวิทยาลัยศิลปากรร่วมกันมาก่อน เข้าใจกันดีไม่มีอะไร นายกฯอภิสิทธิ์เป็นคนพูดเก่ง ช่างพูด บางครั้งคิดอะไรก็พูดออกไปก็สะท้อนความบริสุทธิ์ออกมาเหมือนกับตนเองที่ชอบเปิดอกคุย
เมื่อถามว่า ตอนนี้รู้สึกทุกพรรคการเมืองกำลังเปิดอกคุยกันทุกพรรค นายชุมพล กล่าวว่า ทุกคนก็เปิดเหมือนกันแต่ต้องเอ็กซเรย์ข้างในดูว่ามีอะไรบ้าง พร้อมเปิดกันหมดเพื่อให้เอ็กซเรย์อยู่ที่ว่าเราจะเอกซ์เรย์หรือไม่เท่านั้น คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไรใหญ่โต ช่วงเวลาในการหาเสียงเลือกตั้งหัวหน้าพรรคบ้าง ลูกพรรคบ้าง ท่านอาวุโสทางการเมืองบ้า งก็มีคำแนะนำที่ดีเพื่อความปรองดองและอนาคตของประเทศไทยต่อไปหลังการเลือกตั้ง ดังนั้น การเลือกตั้งอยากให้มีบรรยากาศการปรองดองเพื่อนำไปสู่ความปรองดองต่อไปโดยอยากให้ทุกฝ่ายทำอย่างจริงจัง
เมื่อถามว่า พรรคประชาธิปัตย์จะเข้าใจหรือไม่ว่าพรรคชาติไทยพัฒนาเปลี่ยนขั้วการเมืองไปอยู่กับพรรคเพื่อไทย นายชุมพล กล่าวว่า โอ๊ย!! เปลี่ยนขั้วกระทันหันไฟต้องช็อตเอาเลย ยืนยันเวลานี้ยังอยู่ด้วยกันยังรักกันอยู่ ส่วนเรื่องรัฐบาลก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งคนละเรื่องไม่เกี่ยวข้องกับบุคคลส่วนบุคคล พรรคก็ส่วนพรรค การร่วมรัฐบาลก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งคนละเรื่องกันต้องแยกให้ออกเป็นทีละขั้นตอนไป เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวออกมาว่าผู้ใหญ่ของพรรคเพื่อไทยเข้ามาทาบแกนนำพรรคชาติไทยพัฒนาให้มาร่วมตั้งรัฐบาลแล้ว นายชุมพล กล่าวว่า จนถึงบัดนี้ยังไม่ได้รับข่าวเลยแต่ถ้าสมาชิกจะไปพูดจาอะไรกันก็คงไม่ทราบ แต่เท่าที่ตนทราบตอนนี้ยังไม่มีเลย ซึ่งทุกคนก็เป็นเพื่อนกันทั้งนั้น อย่างนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยก็รู้จักกันมาตลอดเพราะนายธวัช วิชัยดิษฐ์ พี่ชายเขาก็เป็นเพื่อนกันมาก่อนซี้ย่ำปึ๊กกันมาตลอด
เมื่อถามว่า ดูเหมือนว่าพรรคชาติไทยพัฒนาให้ข่าวเพื่อต่อรองกับพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ นายชุมพล กล่าวว่า ไม่มีแน่นอน เป็นการสะท้อนเพื่อแสดงความคิดเห็นเท่านั้ นอย่างที่นายบรรหารออกมาพูดก็เป็นแสดงความคิดเห็น ทั้งนี้การจับขั้วรัฐบาลคงต้องรอหลังการเลือกตั้งวันที่ 3 ก.ค. ค่อยหารือกันว่าผลการเลือตั้งจะออกมาเป็นอย่างไร แต่เชื่อว่าต้องเป็นรัฐบาลผสมแน่นอน เพราะระบบสองพรรคการเมืองสำหรับประเทศไทยยังไม่มี เกิดได้ยากระบบนี้ บางพรรคเกิดขึ้นเป็นพรรคเฉพาะกิจ พอตัวผู้นำไม่อยู่พรรคก็อาจจะมีอันเป็นไป พอพรรคเกิดขึ้นมาปุ๊บก็หายวับไปกับตา
นพ.สุรวิทย์ยอมรับปัญหา"อัสนี"ไม่ช่วยหาเสียง
รายงานข่าว กรณี นายอัสนี เชิดชัย ผู้สมัคร ส.ส.แบบสัดส่วน ลำดับที่ 29 พรรคเพื่อไทย ลูกชายคนโปรด “เจ๊เกียว ” นางสุจินดา เชิดชัย นายกสมาคมผู้ประกอบการ รถโดยสารประเทศไทย และ สามี นางลินดา เชิดชัย ผู้สมัคร ส.ส.เขต 3 จ.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ได้แจ้ง ให้ผู้สมัคร ส.ส.เขต จ.นครราชสีมา ถึงการสนับสนุน การหาเสียงเลือกตั้ง โดยนายอัสนี จะรับผิดชอบ เฉพาะ เขต 3 ที่มี นางลินดา ภริยา ลงสมัคร แข่งขันกับนายประเสริฐ บุญชัยสุข ผู้สมัคร พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน ศิษย์ก้นกุฏิ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ และ เขต 14 ของนายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส่วนที่เหลือ 13 เขต ได้ปัดความรับผิดชอบให้ นายวิรัช รัตนเศรษฐ ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 32 ดูแลแทน สร้างความสับสน และ ตั้งคำถาม ให้แก่บรรดา ผู้สมัคร ส.ส.เขต และ มวลชนผู้สนับสนุน เนื่องจาก กระแสของพรรคเพื่อไทย ที่ชู นางยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี หญิงคนแรก กำลังดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 7 จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย เปิดเผยในฐานะ เลขานุการ คณะกรรมการภาคอีสาน พรรคเพื่อไทย ว่า เรื่องทั้งหมดเป็นความจริง ผู้ใหญ่ในพรรค รับทราบปัญหาแล้ว ต่างไม่สบายใจ กับปัญหาที่เกิดขึ้น ตนได้รับมอบหมายจาก นายพายัพ ชินวัตร ประธาน อำนวยการหาเสียงภาคอีสาน ให้ชี้แจงทำความเข้าใจ กับบรรดาผู้เกี่ยวข้อง เพื่อให้การทำงานเป็นเอกภาพ และ มีความสามัคคีรวมเป็นหนึ่งเดียว ซึ่งต้องยอมรับความจริง หลายเขตมีการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ และ ค่อนข้างหนักหลายเขต การดูแล ผู้สมัคร บางเขตอาจจะน้อยไป แต่เราก็มีทีมงานลงพื้นที่ประเมินสถานการณ์ในแต่ละเขตตลอด พร้อมจัดตาราง ส่งทีมงานชุดใหญ่ ลงพื้นที่ตั้งเวทีปราศรัย และ ระดมเพิ่มแผ่นป้ายประชาสัมพันธ์ผู้สมัคร



