
ริ้วรอย - ความหมองคล้ำ
เมื่อ ริ้วรอย ความหย่อนคล้อยของผิวพรรณ และ ความหมองคล้ำ ได้กลายมาเป็นศัตรูตัวฉกาจของผู้หญิง โดยเฉพาะสาวๆ ที่ก้าวเข้าสู่วัยเลข 3 ขึ้นไป เนื่องจากปริมาณคอลลาเจนและอิลาสตินในชั้นใต้ผิวหนังบริเวณหนังแท้เริ่มเสื่อมสภาพ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงในชั้นหนังแท้นี้ คือ ป
และภายในงานประชุมวิชาการด้านผิวหนังระดับโลก ครั้งที่ 22 (World Congress of Dermatology) ที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ที่ผ่านมาแบรนด์เครื่องสำอางขายตรงอย่าง อาร์ทิสทรี โดย บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด จึงไม่รอช้า พาสื่อมวลชนกว่าสิบชีวิต บินลัดฟ้าไปค้นหาข้อมูลความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ผิวพรรณ “Collaborations at the Frontier of Skincare Science” เกี่ยวกับเทคโนโลยีล่าสุดในการชะลอริ้วรอยแห่งวัยกันอย่างใกล้ชิด โดยได้รับเชิญจากสองผู้เชี่ยวชาญจากคณะที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์จากอาร์ทิสทรี ได้แก่ ดร.แกรี เจ. ฟิชเชอร์ ศาสตราจารย์สาขาจิตวิทยาระดับโมเลกุล จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน ผู้นำด้านการค้นคว้าวิจัยในศาสตร์แห่งการชะลอริ้วรอยแห่งวัย และ ดร.จอห์น พาเวเลค นักวิจัยอาวุโสจากมหาวิทยาลัยเยล ผู้เชี่ยวชาญด้านกระบวนการสร้างเม็ดสี มาให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่ผู้เข้าร่วมสัมมนา
"อ้อย" รัตนา ชาญนรา ผอ.ฝ่ายการตลาด บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เดี๋ยวนี้ไม่เพียงแต่สาวๆ อยากจะมีผิวขาวไร้จุดด่างดำและความหมองคล้ำเท่านั้น แต่จากการวิจัยยังพบว่าตอนนี้ผู้หญิงสาวใหญ่ ยังต้องการที่จะให้ผิวของตัวเองอ่อนเยาว์อยู่เสมอ จึงเกิดเป็น ปีเตอร์ แพน เทรนด์ ขึ้นมา เพื่อต้องการผลิตภัณฑ์ที่ช่วยฟื้นฟูผิวให้กลับมาอ่อนเยาว์อยู่เสมอ ซึ่งเรื่องเหล่านี้มักเกิดขึ้นกับผู้หญิงทุกประเทศในเอเชีย เพราะเมื่อผิวพรรณภายนอกดูดีแล้ว สภาพจิตใจก็จะดูดีตามไปด้วย
"อะไรที่เป็นผลิตภัณฑ์ที่มาจากธรรมชาติสาวๆ มักจะสนใจเพราะมีประสบการณ์หรือมีมุมมองว่า สารที่สกัดจากธรรมชาติจะไม่เกิดการสะสมในร่างกาย ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งชนิดต่างๆ ด้วย ดังนั้นเราจึงพยายามพัฒนาผลิตภัณฑ์โดยร่วมกับนักวิทยาศาสตร์ เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้หญิงได้อย่างครบถ้วน" ผอ.ฝ่ายการตลาด บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว
และเนื่องจากริ้วรอยเป็นสิ่งที่สาวๆ หลีกหนีไม่พ้น ดังนั้นนักวิทยาศาสตร์อย่าง ดร.แกรี จึงคิดค้นผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณ ที่สามารถชะลอริ้วรอยแห่งวัยโดยการใช้เรตินอยด์ผสมในผลิตภัณฑ์บำรุงผิว เนื่องจากเรตินอยด์มีผลในการต่อต้านริ้วรอยได้อย่างน่าอัศจรรย์นั่นเอง ซึ่งได้รับการยอมรับจากผู้เชี่ยวชาญด้านการบำรุงผิวว่า เป็นมาตรฐานระดับทองคำในการบำบัดริ้วรอยบนผิว
"เรตินอยด์เป็นระดับของโมเลกุลที่เกี่ยวข้องทางเคมีกับวิตามินเอ และช่วยควบคุมการเติบโตของเซลล์ผิวหนัง ซึ่งแต่ก่อนเรตินอยด์ใช้สำหรับการรักษาสิวเพียงอย่างเดียว แต่ปัจจุบันถูกนำมาใช้เพื่อรักษาโรคสะเก็ดเงินและโรคมะเร็งผิวหนัง รวมถึงปรับปรุงสภาพผิวที่มีริ้วรอยจากวัยด้วยการใช้กรดเรติโนอิก แต่ยังคงมีผลข้างเคียง คือ มีขุยเหมือนผิวหนังหลุดลอกออกซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ จึงต้องสรรหากลยุทธ์เพื่อยับยั้งการงอกของหนังกำพร้า จึงได้ใช้สารสกัดจากถั่วเหลืองอย่างไอโซฟลาโวน 3 รูปแบบหลัก คือ เจนิสทีน ดาอิดซีน และไกลซิทีน โดยเจนิสทีนนี้สามารถยับยั้งการแพร่กระจายของเซลล์เนื้อร้ายในมนุษย์ จึงนำมาใช้เพื่อลดการงอกของชั้นหนังกำพร้า เพื่อลดผลข้างเคียงของหนังเป็นขุยถ้าใช้ร่วมกัน ด้วยเหตุนี้เรตินอยด์จึงกลายเป็นมาตราฐานสำคัญ ที่พิสูจน์การดูแลผิวที่เสื่อมสภาพตามวัย กระตุ้นคอลลาเจนให้ดูอ่อนเยาว์ด้วยการจับตัวกับไอโซฟลาโวน ที่จะยับยั้งการงอกของหนังกำพร้า ยอมให้เรตินอยด์ออกฤทธิ์สูงสุดและได้ผลสูงสุดนั่นเอง" ดร.แกรี กล่าว
ไม่เพียงแต่สาวๆ จะต้องการมีผิวที่อ่อนกว่าวัยเท่านั้น แต่จุดด่างดำและสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ ยังเป็นสิ่งที่ผู้หญิงให้ความสำคัญไม่แพ้กัน ดร.จอห์น เผยว่า เม็ดสีในผิวหนังเกิดจากเมลานินที่สร้างขึ้นโดยเซลล์สร้างเม็ดสี ที่เรียกว่าเมลาโนไซด์จึงทำให้มนุษย์มีสีผิวที่ต่างกัน เมลาโนไซด์อยู่ในชั้นล่างซึ่งจะต้องกระจายตัวอย่างราบเรียบเท่ากันหมด หากเมลาโนไซด์กระจายตัวไม่ราบเรียบ จะทำให้เกิดจุดด่างดำบนผิวหนังได้ซึ่งเป็นปัญหาที่ผู้หญิงให้ความสำคัญไม่แพ้ริ้วรอยแห่งวัย เป้าหมายที่เราจะต้องหาวิธีการรักษาการมีสารสีเกินซึ่งเป็นขั้นตอนที่ซับซ้อนมาก ซึ่งมีการใช้ โกลด์ โมเลกุล ไฮโดรควิโนน ซึ่งไม่สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป ต้องให้แพทย์ผิวหนังสั่งและใช้ในปริมาณที่แพทย์สั่งด้วย การศึกษาวิจัยหากลไกการรักษาใหม่ๆ ใช้เวลานานมากและเพิ่งค้นพบเมื่อ 1 ปีก่อน เรื่องนี้ดูมีความหวังมากแต่ขณะนี้ยังไม่สามารถให้ข้อมูลที่ละเอียดมากกว่านี้ได้ คาดว่าอีกประมาณ 3-5 ปี น่าจะประสบความสำเร็จในการคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อแก้ไขปัญหาฝ้าและจุดด่างดำได้



