
เนวินฟ้องแล้วจตุพร-ณัฐวุฒิ-อดิศรหมิ่น
เนวินส่งทนายแจ้งความดำเนินคดี 4 แกนนำ นปช."จตุพร ณัฐวุฒิอดิศร-สมคิด"ข้อหาหมิ่นประมาท เหตุมีการระบุ "เนวิน"อยู่เบื้องหลังคนเสื้อสีน้ำเงินสั่งเผารถเมล์และก่อเหตุจลาจล ไม่แตะลูกชาย"สนธิ" เทพไท โต้ เพื่อไทยคนหาย คือ แกนนำนปช. "วิปวุฒิ"ขอ6 ชั่วโมงอ
นายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรคภูมิใจไทย และคนใกล้ชิดนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยว่า ในวันนี้ เวลา 14.00 น. ตนพร้อมด้วยทีมทนายความ จะเดินทางเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.ดุสิต ให้ดำเนินคดีกับนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.นายณัฐวุมิ ใสยเกื้อ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย สองแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ( นปช.)
ในข้อหาหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา กรณีหมิ่นประมาทนายเนวิน และดำเนินคดีนายจตุพร และนายอดิศร เพียงเกษ ประธานกรรมการบริหารสถานีโทรทัศน์ดีทีวี และอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 85 กรณีได้ทำโฆษณาหรือประกาศแก่บุคคลทั่วไปให้กระทำความผิด ในการฆ่าผู้อื่นอันเป็นความผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288
ต่อมาเมื่อเวลา 14.15 น.นายชนินทร์ แก่นนิรันดร์ ทนายความรับมอบอำนาจจากนายเนวิน เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงดังกล่าวร่วมถึงนายสมคิด บรรณารัตน์ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงเช่นกัน ต่อตำรวจ สน.ดุสิต นายศุภชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า เนื่องจากจากนายจตุพรกล่าวอ้างว่าเหตุการณ์เผารถเมล์และรถบรรทุกแก๊สรวมทั้งเหตุการณ์บุกเข้าทำลายมัสยิดย่านพญาไทมีนายเนวินอยู่เบื้องหลัง ซึ่งการกล่าวอ้างนี้ล้วนแต่เป็นเท็จเนื่องจากตนได้สอบถามจาก ขสมก.และยืนยันว่าเหตุการณ์ยึดรถของ ขสมก.เป็นพวกกลุ่มเสื้อแดง มีหลักฐานพยานยืนยัน ซึ่งทางขสมก.ได้แจ้งความดำเนินคดีไว้ที่สน.นางเลิ้งสามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงได้
"ขอยืนยันว่าแม้กลุ่มเสื้อสีน้ำเงินภายในพรรคภูมิใจไทยแต่ก็ไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเพราะนโยบายของพรรคได้ยึดหลักสงบ สันติ สามัคคี"นายศุภชัยกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่นายจิตตนาถ ลิ้มทองกุล ลูกชายของนายสนธิ ลิ้มทองกุล อ้างมีหลักฐานเกี่ยวกับผู้ที่อยู่เบื้องหลังเกี่ยวกับเหตุการณ์ชุลมุนที่เกิดขึ้นจะมีการแจ้งความดำเนินคดีด้วยหรือไม่ นายศุภชัยกล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่คิดจะดำเนินคดีใด ๆ กับนายจิตตนาถ แต่หากมีพยานหลักฐานที่แท้จริงว่าใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลังกับเหตุการณ์ความวุ่นวายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นก็ข้อให้นำมามอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อจะได้ดำเนินการตามกฏหมายต่อไป
“เทพไท”เย้ยข้อมูลเพื่อไทยคนหายคือนปช.
นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีพรรคเพื่อไทยไปยื่นเรื่องต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อให้สอบสวนเรื่องมีผู้เสียชีวิต 2 ราย และ สูญหาย 8 รายระหว่างการควบคุมการชุมนุม ว่า ในส่วนของผู้เสียชีวิต น่าจะเป็นกรณีการเสียชีวิตของ รปภ. 2 รายที่จมน้ำย่านสะพานปิ่นเกล้า แต่ไม่แน่ใจกรณีผู้สูญหายว่าเป็นใคร หรือออาจจะเป็นแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)ที่หายตัวไป เช่น นายจักรภพ เพ็ญแข นายชินวัตร หาบุญพาด และพวกแกนนำอื่นๆที่หลบลงใต้ดิน ซึ่งรวมแล้วอาจจะครบ 8 คน
โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรณีที่พรรคเพื่อไทยปล่อยข่าวบิดเบือนว่า มีผู้อยู่ในเหตุการณ์คนหนึ่งถูกควบคุมตัวไปที่จังหวัดลพบุรี แต่ฟื้นขึ้นมาเห็นผู้เสียชีวิตนับ 10 รายอยู่บนรถคันนั้นแล้วกระโดดหนีมาได้ที่จังหวัดสิงห์บุรีนั้น ต้องถามว่าทำไมหากจะไปจังหวัดลพบุรี จะต้องขับผ่าน จ.สิงห์บุรีด้วยหรือ หรือจะเป็นการสร้างเรื่องขึ้นมา แต่หากจะสร้างเรื่องขึ้นมาจะต้องสร้างเรื่องให้เป็นเหตุเป็นผล
"วิปวุฒิ"ขอ6 ชั่วโมงอภิปรายร่วม2สภา
ที่รัฐสภา เมื่อเวลา 14.00 น.มีการประชุมคณะกรรมาธิการกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิ) โดยมีนายนิคม ไวยรัชพานิช รองประธานวุฒิสภา เป็นประธาน ซึ่งที่ประชุมได้พิจารณาเกี่ยวกับกรณีที่รัฐบาลของเปิดประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อหารือถึงสถานการณ์บ้านเมือง ตามที่นายกรัฐมนตรี ได้ขอเปิดตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 179 ในวันที่ 22 - 23 เม.ย.
พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ส.ว.สรรหา วิปวุฒิ กล่าวภายหลังการประชุมวิปวุฒิว่า ทางส.ว.ได้เตรียมผู้อภิปรายไว้จำนวน 22 คน จากคณะกรรมาธิการสามัญประจำวุฒิสภาคณะละ 1 คนโดยทางวิปวุฒิได้ส่งตัวแทน 5 คนเข้าไปหารือในการประชุมร่วมของวิป 3 ฝ่ายวันที่ 21 เม.ย. ซึ่งในเบื้องต้นมีการจัดสรรเวลาให้วุฒิสภาเพียง 4 ชั่วโมง แต่วุฒิสภาจะขอเพิ่มเป็น 6 ชั่วโมง
ทั้งนี้การอภิปรายจะอยู่ใน 3 ประเด็นคือ ปัญหาแนวทางการยุติปัญหา และการแก้ปัญหาในระยะยาว ซึ่งการอภิปรายสมาชิกจะมีอิสระเต็มที่ ขึ้นอยู่กับมุมมองในการแสดงความคิดเห็น ส่วนประเด็นนิรโทษกรรม และการตัดสิทธิทางการเมืองนั้น วันนี้นายกฯ คิดไปไกลกว่าส.ว.แล้ว ซึ่งยังไม่รู้ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เกิดขึ้นจะสามารถยุติปัญหาความขัดแย้งได้ หรือจะกลายเป็นการทำให้สถานการณ์ความขัดแย้งบานปลายมากขึ้น อย่างไรก็ดีในวุฒิสภาก็มีส.ว.ที่มีความเห็นว่าไม่ควรแก้ไขรัฐธรรมนูญ ขณะที่ตนและส.ว.บางส่วนเห็นว่าควรแก้ไข เพราะมีหลายมาตราที่เป็นปัญหา และไม่เป็นประชาธิปไตย อาทิ ยุบพรรค การตัดสิทธิทางการเมือง หรือประเด็นที่ศาลมีอำนาจมากเกินไป



