
ท่านเปาหายไปไหน (2)
"ตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ผมต้องทุกข์ทนกับความอยุติธรรมอย่างที่สุด ไม่สามารถแสวงหาความยุติธรรมได้จากที่ไหน ถูกบังคับให้ต้องเดินไปตามเส้นทางที่ไม่ปรารถนาแม้แต่น้อย" นายเฉียนได้ระบายความคับแค้นใจในไมโครบล็อกของตัวเอง
"ผมจะต้องหาความยุติธรรมเองแม้จะต้องใช้วิธีการที่แข็งกร้าวรุนแรงก็ตาม"
หนังสือพิมพ์ไชนา บิสซิเนสส์ นิวส์เผยว่าความสิ้นหวังของนายเฉียนมาจากการต้องสูญเสียบ้านหลังแรกเมื่อปี 2538 เนื่องจากถูกเวนคืนให้ทำทางหลวงสายหนึ่ง ต่อมาบ้านหลังใหม่ก็ถูกรื้อทำลายเมื่อปี 2544 เพื่อทำถนนหลวงสายเดียวกันนั้น
ตลอดช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา นายเฉียนได้เขียนข้อความระบายความโกรธและความอัดอั้นตันใจในไมโครบล้อกถึง 300 ชิ้น กล่าวหาพรรคคอมมิวนิสต์ในเมืองฟูโจวและข้ารัฐการในเมืองนั้นว่าทุจริตคอรัปชั่นนำเงินค่าชดเชยจากการเวนคืนที่ดินของตัวเองไปเข้ากระเป๋าของข้ารัฐการชั่วเหล่านั้น
"ผมต้องสูญเงินไปประมาณ 2 ล้านหยวน (ราว 10 ล้านบาท) ซึ่งเป็นเงินก้อนใหญ่ที่สุดในชีวิตของผม"
ก่อนหน้าจะเกิดเหตุระเบิดรถยนต์ราว 2 สัปดาห์ ได้เกิดเหตุชายคนหนึ่งในมณฑลกานสู ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ ปาระเบิดขวดใส่ธนาคารแห่งหนึ่งด้วยความโกรธที่ถูกไล่ออกจากงานโดยไม่รู้ตัว ทำให้มีผู้บาดเจ็บราว 40 คน
ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายจีนหลายคนให้ความเห็นว่าสารพัดปัญหาที่เป็นชนวนของการก่อเหตุร้าย มีตั้งแต่ปัญหาการถูกเวนคืนที่เพื่อสนองโครงการพัฒนาประเทศ การถูกไล่ออก ปัญหาความขัดแย้งทางธุรกิจ ตลอดจนปัญหาที่สืบเนื่องมาจากโครงการเร่งรัดพัฒนาจนทำให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องใช้ความรุนแรงเป็นเครื่องมือในการตอบโต้
เมื่อเดือนกันยายน ปีที่แล้ว มีชาวเมืองฟูโจว 3 คนจุดไฟเผาตัวเองทั้งเป็นตรงจุดที่นายเฉียนวางระเบิดรถยนต์ เนื่องจากปัญหาขัดแย้งด้านที่ดิน มีคนเสียชีวิต 1 คน
ก่อนหน้านั้นเมื่อต้นปีที่แล้ว ก็เกิดแฟชั่นฮิตมีคนร้ายบุกเข้าไปในโรงเรียนอนุบาลและโรงเรียนประถม ทำร้ายครูและนักเรียน ปรากฏว่าตลอดช่วง 2 เดือนที่เกิดเหตุต่อเนื่องมีผู้เสียชีวิต 17 คน รวมไปถึงเด็ก 5 คน บาดเจ็บอีกกว่า 80 คน
คนร้ายส่วนใหญ่เป็นคนที่สิ้นหวังในชีวิตหรือจิตฟั่นเฟือนจากผลของการมุ่งพัฒนาเศรษฐกิจให้ทันสมัย จนชาวนาเกิดปัญหาไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับสังคมที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วได้
"ทางการควรจะเปิดช่องทางให้กว้างขึ้นสำหรับคนที่จะส่งเรื่องมาร้องเรียนก่อนที่ปัญหาจะบานปลายกลายเป็นการเผชิญหน้าและความรุนแรง" นายเหมา ซู่หลง ศาสตราจารย์ฝ่ายนโยบายสาธารณะของมหาวิทยาลัยเหรินหมินให้ความเห็น
บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์



