
ชวนชี้เศรษฐีทำผิดรับโทษนิดเดียวไม่ได้
"ชวน"นำทีมผู้สมัครส.ส.ปชป.เขต 30 หาเสียง พร้อมอ้อนปชช.อย่างโกรธ"อภิสิทธิ์"เรื่องราคาข้าวของแพง ชี้ไทยยังไม่อดอยากเหมือน"อินโดฯ" ที่รัฐบาลขอให้ปชช.ไม่กินข้าว ชี้เศรษฐี-คนธรรมดาทำผิดต้องรับโทษ
(1มิ.ย.) ที่เขตทวีวัฒนา เมื่อเวลา 16.00 น. นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ได้ลงพื้นที่ ช่วยนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ พร้อมพันธุ์ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 29 ประชาธิปัตย์ และนางอรอนงค์ คล้ายนก ผู้สมัคร ส.ส.เขต 30 หาเสียง โดยคณะของ นายชวนได้ขึ้นรถแห่ ไปตามถนนเพชรเกษม ซึ่งประชาชนบริเวณ 2 ข้างทางมีหลากหลายอารมณ์ โดยบ้างก็โบกมือให้ , บางคนชูมือ 2 ข้างเป็นสัญญาลักษณ์ เลข 10 , บ้างก็ยกมือไหว้ และมีบางส่วนไม่ให้สนใจ นอกจากนี้ ได้มีประชาชนมอบดอกกุหลาบ และน้ำดื่ม ให้นายชวน และผู้สมัคร ส.ส.
นอกจากนั้น เมื่อคณะของนายชวน ได้แก่มาบริเวณตลาดแสงฟ้า 5 แยก ได้มีผู้ชายคนหนึ่งสวมหมวกและสวมเสื้อเชิ้ตสีดำ วิ่งขึ้นไปบนสะพานลอย พร้อมชูนิ้วชี้ และตะโกนขึ้นมาว่า "เบอร์ 1" ซึ่งคณะของนายชวนและทีมไม่ได้ให้ความสนใจ แต่ชาวบ้านและพ่อค้าแม่ค้าบริเวณดังกล่าว ได้ วิจารณ์การกระทำของชายคนนั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อมาถึงบริเวณ ตลาดเพชรเกษม 77 นายชวนได้ขึ้นปราศรัยบนรถแห่ตอนหนึ่งว่า วันนี้ข้าวของยังแพงอยู่ แต่พี่น้องประชาชน อย่าไปโทษนายอภิสิทธิ์เลย เพราะวันนี้ ประเทศอินโดนีเซีย ได้ประกาศขอร้องให้ประชาชนอย่ากินข้าว และรณรงค์ให้กินมันสำปะหลังแทน ถือว่าลำบากมาก แต่เรายังโชคดี ยังได้กินข้าว ไม่มีใครอยากให้ข้าวของแพง ซึ่งถือว่า เป็นวิกฤติที่วนเวียนอยู่โดยรัฐบาลก็ต้องรับผิดชอบดูแลประชาชน ที่ตนพูด ไม่ได้แก้ตัวให้นายอภิสิทธิ์ แต่อยากให้เห็นถึงความเป็นจริง เพราะโชคดีที่ประเทศไทยมีการรณรงค์ในเรื่องของความพอเพียง และทุกประเทศก็มีปัญหาเหมือนกันหมด ที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์ ถูกฟ้องให้ยุบพรรค แต่เราก็ถือหลักกฎหมายศักดิ์สิทธิ์ ใครผิดก็ต้องรับโทษ วันนี้มีบางฝ่ายรณรงค์ให้ออกกฎหมายนิรโทษกรรมยกเว้นโทษ พวกเราประชาชนโดยจับทำผิดเช่น กฎจราจร มีใครไปร้องเรียนให้ยกโทษคืนค่าปรับให้บ้างหรือไม่ แต่คนที่ทำผิดกฎหมายอาญากลับจะเรียกร้องให้ล้างความผิดให้ตัวเอง ขอให้พี่น้องใช้สมองคิด เพราะบ้านเมืองจะมาทำเล่น ๆ ไม่ได้ ไม่มีอะไรศักดิ์สิทธิ์ไปมากกว่ากฎหมาย หากกฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์ย่อมเป็นไปไม่ได้ เมื่อประกาศใช้แล้วทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายที่เท่าเทียมกัน
" เศรษฐีหรือคนธรรมดาทำผิดก็ต้องรับโทษ ไม่ใช่ว่า เศรษฐีทำผิดแล้วรับโทษนิดเดียว และหากเลือกประชาธิปัตย์ เลือกผม ก็จะเข้าไปทำหน้าที่ดูแลผลประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชน เพราะผมไม่ใช่นักธุรกิจการเมือง ไม่ได้ทำงานเพื่อธุรกิจของตัวเอง หรือต้องการมาแสวงหากำไร " นายชวนกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อนายชวนปราศรัยจบ ชาวบ้าน พ่อค้า และแม่ค้า ที่อยู่บริเวณตลาดต่างปรมมือ จากนั้น คณะของนายชวนได้เคลื่อนรถแห่หาเสียง ไปตามถนนเพชรเกษม โดยสวนทางกับรถขบวนแห่หาเสียงของ ผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทย โดยต่างฝ่ายต่างยิ้มกัน พร้อมทั้งชูนิ้ว เป็นสัญญาลักษณ์ หมายเลขผู้สมัคร รับเลือกตั้งของแต่พรรคตัวเอง ขณะที่นายชวนก็ยิ้มให้ผู้สมัคร จากพรรคเพื่อไทยเช่นกัน
ต่อมานายชวนและคณะได้ขึ้นรถแห่ไปที่หมู่บ้านหรรษา เขตหนองแขม และได้ปราศรัยตอนหนึ่งว่า พรรคประชาธิปัตย์ อยู่มาได้ 65 ปี ผ่านเหตุการณ์มาหลายเหตุการณ์ แม้จะถูกคดียุบพรรคแต่เราก็สู้ผ่านพ้นมาด้วยความภาคภูมิใจ ทั้งที่มีคนพยายามวิ่งเต้นให้พรรคประชาธิปัตย์ถูกยุบ แต่สุดท้ายพรรคก็ผ่านพ้นมาได้ อย่างไรก็ตาม วันที่ 24 มิ.ย.ที่จะถึงนี้จะครบ 79 ปี ของการเปลี่ยนแปลงการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งประชาธิปไตยก็มีการเปลี่ยนผ่านอะไรมาค่อนข้างมากและตนก็อยู่ในการเมืองมาถึง 43 ปี ไม่เคยสอบตก 40 ปี ที่ผ่านมา บ้านเมืองเปลี่ยนแปลงไปมาก เจริญพัฒนาขึ้น มีคนที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาสู่วงการการเมืองมากขึ้น ซึ่งก็เป็นปกติที่มีทั้งคนดีและคนไม่ดี และมีสิ่งเลวร้ายเกิดขึ้น ทั้งนี้ช่วงหลัง การเมืองก็เลวร้ายลงมากกว่าเดิม มีการใช้เงินซื้อเสียง ทุจริตเลือกตั้ง โกงกิน ดังนั้น การเลือกตั้งครั้งนี้ขอให้ประชาชนใช้วิจารณญาณ ในการเลือกคนดีเข้ามาพัฒนา ประเทศเพราะประเทศไทยไม่ใช่บริษัทของใคร และไม่ใช่จะเอาประเทศไปขายแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ให้กับตัวเอง อย่างไรขอให้เลือกตน และผู้สมัครของพรรค เข้าไปทำงานเพื่อประเทศชาติต่อไป



