
ผีสอยปอมปีย์-เชลซีกลืนทอฟฟี่
ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันพุธนี้ มีโปรแกรมฟาดแข้งทั้งหมด 2 คู่ โดย 3 สโมสรที่ต้องลงเล่นศึกเอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศ เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
โดย "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดบ้านรับการมาเยือน "ปอมปีย์" ปอร์ทสมัธ ขณะที่ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี เฝ้ารังเผชิญหน้ากับ "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน นอกจากนี้ยังมีโปรแกรมการแข่งขัน ศึกสแปนิช ลาลีกา รวมถึงศึกฟุตบอลถ้วย โคปปา อิตาเลีย, เดเอฟเบ โพคาล และเฟรนช์ คัพ ซึ่งเป็นเกมในรอบรองชนะเลิศทั้งหมดให้ได้ติดตามลุ้นกันอีกด้วย
พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
แมนฯ ยูไนเต็ด - ปอร์ทสมัธ
สนาม - โอลด์ แทรฟฟอร์ด
เวลา - 02.00 น.
ถ่ายทอดสด - ทรูวิชั่นส์ ช่อง 59
สำหรับผลการเผชิญหน้ากันในช่วงครึ่งฤดูกาลแรก ปรากฏว่า แมนฯ ยูไนเต็ด บุกไปเฉือนชนะ ปอร์ทสมัธ 1-0 ขณะที่ผลการแข่งขันภายในสนามแห่งนี้ เมื่อช่วงฤดูกาลก่อน ปรากฏว่า แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นฝ่ายชนะ ปอร์ทสมัธ 2-0
ส่วนผลงานในเกมลีกสูงสุดเมืองผู้ดี 5 นัดหลังสุด แมนฯ ยูไนเต็ด เริ่มกลับมาเล่นกันได้แบบมีความมั่นใจอีกครั้ง หลังฟอร์มหลุดไปอยู่ช่วงหนึ่ง ด้วยผลงาน ชนะ 3 แพ้ 2 จึงทำให้ "ปีศาจแดง" ยังคงเป็นทีมหัวแถวบนตารางคะแนน แข่ง 31 นัด 71 คะแนน ขณะที่ ปอร์ทสมัธ ทำผลงานได้ค่อนข้างดีมาก หลังต้องร่วงลงไปอยู่ในโซนท้ายตารางที่ต้องหนีการตกชั้น แต่ตอนนี้เริ่มหายใจได้โล่งขึ้น ด้วยผลงาน ชนะ 2 เสมอ 3 ไม่พบความปราชัยแม้แต่เกมเดียว พร้อมกับขยับขึ้นไปอยู่ในโซนเกือบกลางตารางในอันดับ 14 แข่ง 32 นัด มี 37 แต้ม
เชื่อว่า "เฟอร์กี้" เซอร์อเลกซ์ เฟอร์กูสัน จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับเกมนัดนี้มากเป็นพิเศษ เพื่อทำคะแนนทิ้งห่าง "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล คู่ปรับตัวฉกาจในการลุ้นแชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดีให้ได้มากที่สุดแบบไม่ต้องหวังพึ่งเกมนัดตกค้างที่มีอยู่ในมือ 1 เกม แถมยังเป็นการลบล้างผิดหวังจากศึกเอฟเอ คัพ อีกด้วย หลังเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน คู่แข่งรอบตัดเชือก ในช่วงดวลจุดโทษตัดสินไปแบบน่าเจ็บใจ
ขณะที่ พอล ฮาร์ท กุนซือขัดตาทัพ "ปอมปีย์" จำเป็นต้องเก็บคะแนนให้ได้มากที่สุดในทุกๆ เกมที่ลงสนามในช่วงต่อจากนี้ไป เพื่อความอยู่รอดปลอดภัยของตัวเองเป็นหลัก เนื่องจาก ปอร์ทสมัธ มีสถานการณ์โดยรวมยังไม่ค่อยดีนัก แถมยังมีโอกาสตกชั้นอยู่พอสมควรอีกด้วย
นัดนี้ "ปีศาจแดง" เตรียมส่งผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามอย่างแน่นอน หลังปล่อยให้แข้งหลักหลายคนได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ แม้ว่า "ปอมปีย์" พร้อมส่งขุมกำลังสำคัญลงเล่นเหมือนกัน แต่ทว่าสภาพทีมยังคงเป็นรองเจ้าถิ่นค่อนข้างเยอะ ดังนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด น่าจะเป็นเก็บชัยชนะได้แบบไม่ยากเย็กนัก
ผลที่คาด - แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ ปอร์ทสมัธ 2-0
เชลซี - เอฟเวอร์ตัน
สนาม - สแตมฟอร์ด บริดจ์
เวลา - 02.00 น.
ถ่ายทอดสด - ทรูวิชั่นส์ ช่อง 61
สำหรับผลการเผชิญหน้ากันในช่วงครึ่งฤดูกาลแรก ปรากฏว่า เชลซี บุกไปเสมอ เอฟเวอร์ตัน 0-0 ขณะที่ผลการแข่งขันภายในสนามแห่งนี้ เมื่อช่วงฤดูกาลก่อน ปรากฏว่า เชลซี เป็นฝ่ายเฉือนชนะ เอฟเวอร์ตัน 2-1
ส่วนผลงานในเกมลีกสูงสุดเมืองผู้ดี 5 นัดหลังสุด เชลซี โชว์ฟอร์มได้ดีมาก แม้จะต้องพบกับความปราชัย 1 เกม แต่สามารถเก็บชัยชนะได้ถึง 4 เกมเลยทีเดียว จึงทำให้ "สิงโตน้ำเงินคราม" ยังคงรั้งอันดับ 3 แข่ง 32 นัด มี 67 คะแนน ขณะที่ เอฟเวอร์ตัน โชว์ฟอร์มได้ไม่ค่อยคงเส้นคงวาเสียเท่าไรนัก ด้วยผลงาน ชนะ 2 เสมอ 2 แพ้ 1 ส่งผลให้ "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" อยู่ในอันดับ 6 แข่ง 32 นัด มี 52 แต้ม
แม้ว่า กุส ฮิดดิงค์ กุนซือ "สิงโตน้ำเงินคราม" เบนเข็มหันไปให้ความสนใจกับการแข่งขันฟุตบอลถ้วยมากกว่า เพราะกำลังมีลุ้นถึง 2 รายการ หลังผ่านเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศศึกเอฟเอ คัพ รวมถึงศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ที่ทะลุเข้าถึงรอบรองชนะเลิศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่เชื่อว่าลึกๆ แล้ว ฮิดดิงค์ อยากที่จะสัมผัสตำแหน่งแชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดีเหมือนกัน เนื่องจาก เชลซี มีคะแนนตามหลัง 2 ทีมนำที่อยู่เหนือกว่าเพียงแค่ไม่กี่แต้มเท่านั้น แถมยังพอมีโอกาสที่จะแซงหน้าได้อีกด้วย ดังนั้น "สิงโตน้ำเงินคราม" พร้อมที่จะลงเล่นในเกมนี้แบบเต็มที่อย่างแน่นอน
ขณะที่ เดวิด มอยส์ กุนซือ "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" มีสภาพทีมที่ลงตัวมาก โดยเฉพาะผู้เล่นในแผงแดนกลางที่สามารถเติมเกมขึ้นไปยิงประตูได้ทุกคน โดย เอฟเวอร์ตัน กำลังตั้งเป้าหวังที่จะยึดอันดับ 5 เพราะตอนนี้มีคะแนนตามหลัง "สิงห์ผงาด" แอสตัน วิลล่า เพียงแค่ 2 แต้มเท่านั้น หากสามารถเก็บชัยชนะในเกมนัดนี้ได้สำเร็จ พวกเขาก็จะสามารถทำตามเป้าที่วางเอาไว้ได้ทันที
ถือได้ว่าเกมคู่นี้เป็นการชิมลางศึกเอฟเอ คัพ รอบชิงชนะเลิศ ก็ว่าได้ หลังทั้งคู่ต้องโคจรมาเผชิญหน้ากันเองเพื่อแย่งแชมป์ฟุตบอลถ้วยรายการนี้ อย่างไรก็ตาม เชลซี พร้อมที่จะส่งผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามเหมือนอย่างที่เคยใช้งานอยู่เป็นประจำค่อนข้างแน่ ขณะที่ เอฟเวอร์ตัน อาจมีการพักผู้เล่นตัวหลักหลายตำแหน่ง หลังเพิ่งกรำศึกหนักกับ "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด จนถึงช่วงดวลจุดโทษตัดสิน ดังนั้น "สิงโตน้ำเงินคราม" น่าจะเป็นฝ่ายเก็บชัยชนะได้แบบหวุดหวิด
ผลที่คาด - เชลซี ชนะ เอฟเวอร์ตัน 1-0



