ข่าว

  ประชา(ไม่)นิยม

ประชา(ไม่)นิยม

02 มิ.ย. 2554

ถึงวันนี้ นโยบายประชานิยม ที่เคยเป็นที่รังเกียจของนักวิชาการและพรรคการเมืองบางพรรค หลังการสิ้นสุดระบอบทักษิณ ก็กลับมาเป็นนโยบายหลักที่ถูกบรรจุไว้ในแผนเศรษฐกิจของทุกพรรคในการเลือกตั้งครั้งนี้

     อาจยกเว้นพรรคชาติไทยพัฒนา ที่ไม่ได้ให้ความสำคัญมากไปกว่าการชูนโยบายปรองดอง ผ่านอิมเมจเมกเกอร์ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ในแง่ของประชาชนโดยเฉพาะในกลุ่มรากหญ้า ย่อมไม่อาจปฏิเสธประชานิยมที่อย่างน้อยทำให้คุณภาพชีวิตของเขาดีขึ้น แม้กระทั่งคนจนเมืองหรือผู้ที่มีรายได้น้อยถึงปานกลางในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ก็ได้อานิสงส์จากการขึ้นรถเมล์ฟรี รถไฟฟรี ส่วนลดค่าน้ำประปา ซึ่งเป็นประชานิยมต่อเนื่องมาจากรัฐบาลก่อน

 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี คิดอ่านใช้นโยบายประชานิยมซื้อใจคนยากไร้เช่นกัน คิดต่อยอดประชานิยมยุคก่อนๆ จนกระทั่งคิดช่วยเหลือประชาชนผู้ยากไร้ ด้วยของฟรีชนิดยั่งยืน ซึ่งต้องใช้งบประมาณอย่างมหาศาล ถึงแม้ว่าเขาจะเรียกสิ่งนี้ว่าเป็นการช่วยให้ประชาชนมีกำลังซื้อมากขึ้น หรือเรียกมันว่า "วาระประชาชน" ก็ตาม คนไทยคงไม่ลืมว่า ประเด็นสำคัญที่นำไปสู่การโค่นล้มระบอบทักษิณ เมื่อสี่ปีเศษที่ผ่านมา คือความหวาดหวั่นในอนาคตของประเทศ จากการใช้นโยบายประชานิยมของรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จนกระทั่งบนเวทีของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย มีการนำกรณีของอาร์เจนตินามาอธิบายถึงเหตุผลในการสกัดกั้นมิให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นำพาประเทศไปสู่หายนะด้วยนโยบายประชานิยมอีกต่อไป

 แต่แล้วเมื่อมีการเลือกตั้ง 2 ครั้งสุดท้ายนี้ พรรคการเมืองทุกพรรค ต่างชูนโยบายประชานิยม เพื่อช่วงชิงคะแนนเสียงกันทั้งสิ้น ตั้งแต่พรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเคยแสดงอาการรังเกียจนโยบายประชานิยม รวมทั้งพรรคการเมืองที่แตกหน่อมาจากพรรคไทยรักไทย เว้นแต่นโยบายเอาใจชาวบ้านแล้ว ไม่มีพรรคการเมืองใดเสนอนโยบายที่แปลกใหม่ และสะท้อนแนวคิดที่คำนึงถึงฐานะทางการเงิน การคลังของประเทศในอนาคตเลย นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย อธิบายว่า เขาจะหาเงินจากการท่องเที่ยวมาเป็นทุนสนับสนุนนโยบายประชานิยม ซึ่งก็ไม่ได้มีเหตุผลชัดเจนว่า เงินรายได้จากการท่องเที่ยวจะนำมาใช้หว่านโปรยประชานิยมของรัฐบาลอย่างไร

 ถ้าจะบอกว่า นโยบายประชานิยมมิใช่สิ่งที่เลวร้ายก็อาจจะกล่าวได้ ขึ้นอยู่กับว่าจะกล่าวถ้อยคำนี้ในบริบทใด การโจมตีนโยบายประชานิยมก่อนหน้านี้ ก็อาจเป็นเพียงวิธีการทางการเมืองที่จะทำลายความชอบธรรมของอีกฝ่ายหนึ่ง ประชาชนย่อมคาดหวังชีวิตที่มีสุข ชีวิตที่ดีกว่า ซึ่งก็มีเพียงนโยบายประชานิยมเท่านั้นที่จะตอบสนองความต้องการนี้ได้ ประเด็นก็คือ นโยบายประชานิยมแบบไหนที่เป็นไปได้ในทางปฏิบัติ นโยบายประชานิยมของพรรคการเมืองใดที่สามารถแปรผลมาใช้ในความเป็นจริงได้ หาใช่เพียงนโยบายประชานิยมที่แห่ตามกัน เพราะเชื่อว่า "ขายได้" หลังจากนั้นค่อยค้นคิดวิธีปฏิบัติ หรือขอเพียงได้จูงใจประชาชนด้วยการลด แลก แจก แถม หลังจากนั้นจะเกิดอะไรขึ้น ก็แล้วแต่บุญกรรมของลูกหลานเราในอนาคต