
คู่เดือด2กำนันดัง"ชิงดำ"ศึกเลือกตั้งเมืองกาญจน์
ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวรทางการเมือง มีแต่ผลประโยชน์เท่านั้น ยังคงเป็นคำกล่าวที่ไม่เคยล้าสมัยในสังคมคนการเมืองไม่ว่าในยุคสมัยใด การสลับขั้วโยกย้ายสังกัดพรรคการเมือง เพื่อก้าวขึ้นสู่อำนาจการบริหารประเทศจึงมีให้เห็นอยู่จนชาชิน
แม้ว่าในอดีตจะเคยมีเรื่องบาดหมางกันเพียงใดก็ตาม ขอเพียงแค่จัดสรรผลประโยชน์ร่วมกันให้ลงตัว ก็พร้อมจะหันมา "จูบปาก-จับมือ" กันได้อย่างไม่เคอะเขิน แต่หากวันใดผลประโยชน์ไม่ลงตัวก็พร้อมจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ พร้อมโรมรัน "ใส่ร้าย-ห้ำหั่น" กันได้เช่นกัน !!
สนามชิงชัยศึกเลือกตั้ง ส.ส. ในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี เขต 4 พื้นที่เฝ้าระวังเป็นพิเศษ 1 ใน 3 ของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 หลังมีการเปิดตัวผู้สมัครรับเลือกตั้ง 2 กำนันผู้โด่งดังอย่าง "กำนันเซียะ" นายประชา โพธิพิพิธ สวมเสื้อของพรรคประชาธิปัตย์ และ "กำนันหยุน" นายไพบูลย์ พิมพ์พิสิฐถาวร สวมเสื้อของพรรคเพื่อไทย ซึ่งทั้งสองเคยสนิทสนมชิดเชื้อกันแต่ครั้งอดีต ปัจจุบันหันหลังให้กันจับขั้วการเมืองกันคนละพรรค และประกาศชิงชัยในพื้นที่เดียวกัน
สำหรับพื้นที่เขต 4 จ.กาญจนบุรี ประกอบด้วย อ.บ่อพลอย อ.เลาขวัญ อ.ห้วยกระเจา อ.หนองปรือ และ ต.เขาโจด อ.ศรีสวัสดิ์ ถิ่นเดิมของ “กำนันหยุน” ซึ่งเป็น ส.ส.ในพื้นที่นี้มาแล้วถึง 3 สมัย จึงไม่น่าแปลกใจที่หลายๆ คนจะมั่นใจว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ก็จะเป็นหนังม้วนเดิมอีก แต่คราวนี้ "กำนันหยุน" ต้องเจอศึกใหญ่ที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน เมื่อ "กำนันเซียะ" ที่ร้างราวงการเมืองไปกว่า 10 ปี ยอมใจอ่อนกับ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ร้องขอให้มาลงรับสมัครเลือกตั้งอีกครั้งหนึ่งในระบบแบ่งเขตเลือกตั้ง แม้ว่าช่วงแรกมีข่าวว่าจะลงสมัครระบบปาร์ตี้ลิสต์ แต่กลับเปลี่ยนใจในช่วงวินาทีสุดท้าย มาลงสู้ศึกในสนามเลือกตั้งเขต 4 จ.กาญจนบุรี
เมื่อเปรียบเทียบฐานจากคะแนนเสียงของทั้ง 2 ฝ่าย พบว่าชาวบ้านในพื้นที่เขต 4 แทบทุกคนรู้จัก “กำนันหยุน” เพราะสมัยที่ดำรงตำแหน่ง ส.ส. ได้สร้างผลงานไว้ดีมาก ไม่ว่าจะเป็นการผลักดันเรื่องที่ดิน-แหล่งน้ำ และเส้นทางการคมนาคมให้แก่ชาวบ้าน และที่สำคัญเป็นแกนหลักในการเรียกร้องกับภาครัฐเรื่องปัญหาที่ดินทำกิน โดยการผลักดันให้มีการออกเอกสารสิทธิให้ชาวบ้าน โดยมี นายทหารยศ พล.ท. และผู้ใหญ่บ้านบางส่วนให้การสนับสนุน
ขณะที่ฐานเสียง “กำนันเซียะ” ก็ได้รับคะแนนนิยมจากชาวบ้านไม่น้อย ซึ่งอาจมากกว่าเจ้าถิ่นเดิมก็เป็นได้ เนื่องจากก่อนหน้านี้ "ซ้อเขม" นางเขมพร โพธิพิพิธ มาทำธุรกิจและสร้างฐานการเมืองท้องถิ่นปูทางไว้แล้ว อีกทั้งยังได้รับการสนับสนุนจาก “เสี่ยฮุก” สุนทร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ ผู้กว้างขวางทางชายแดนตะวันตก และเป็นหัวหอกในการผลักดันให้ประชาธิปัตย์ได้รับเก้าอี้ในทุกเขต คราวนี้ "กำนันเซียะ" หลีกทางให้ นางศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ ซึ่งเป็นลูกสะใภ้ “เสี่ยฮุก" ลงชิงชัยในพื้นที่เขต 5 แทน
ส่วนปมขัดแย้งในอดีตของ 2 กำนันดังคงไม่ติดใจค้างคากันอีก จะมีก็เพียงแค่ปมในใจกับพรรคไทยรักไทยที่เปลี่ยนชื่อมาเป็นพรรคเพื่อไทย ที่เคยเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2547 ยุคสมัยที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี "กำนันเซียะ" เคยถูก ปปง.นำหมายศาลเข้าตรวจค้นอาณาจักรของเขาเพื่อยึดทรัพย์คดีฮั้วประมูล
ด้าน พล.ต.ต.โชต วีรเดชกำแหง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี บอกถึงสถานการณ์การเลือกตั้งในพื้นว่า น่าเป็นห่วงหลังการเลือกตั้งแล้วเสร็จอาจจะเกิดเหตุรุนแรงขึ้นได้ ขณะนี้เริ่มมีข่าวการเคลื่อนไหวของกลุ่มมือปืนรับจ้างนอกพื้นที่เดินทางเข้ามาใน จ.กาญจนบุรี แล้ว
“ช่วงที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือช่วงที่มีการนับคะแนน การเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นการนับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้ง ฉะนั้นจึงมีความเสี่ยงสูงมากที่จะมีการเด็ดหัวคะแนนตามมา ถ้าหากผลคะแนนเลือกตั้งไม่เป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้ ล่าสุดได้มีการจัดทำบัญชีรายชื่อกลุ่มหัวคะแนน รวมทั้งบัญชีรายชื่อของซุ้มมือปืนรับจ้างในพื้นที่ไว้แล้ว" พล.ต.ต.โชต ระบุ
ขณะที่ พล.ต.ต.เรวัช กลิ่นเกษร รอง ผบช.ภ.7 ยอมรับว่า การชิงชัยในพื้นที่เขต 4 จ.กาญจนบุรี มีการแข่งขันกันสูสีกันมาก จึงจำเป็นต้องเฝ้าจับตาเป็นพิเศษ แต่ยังเชื่อว่าไม่น่าจะมีความรุนแรงอะไร ทั้งนี้ ผู้สมัครสองกำนันดัง ก็รู้จักมักจี่และช่วยเหลือกันตลอดมา ต่างฝ่ายต่างให้ความเคารพกันเหมือนพี่กับน้อง ที่สำคัญได้มีการเข้าไปทำความเข้าใจกับหัวคะแนนทั้งสองฝ่ายแล้ว
สำหรับบรรยากาศการหาเสียงของทั้ง 2 ฝ่าย กำลังลงพื้นที่หาเสียงกันอย่างเข้มข้น ตั้งแต่รุ่งสางยันพลบค่ำ ต้องรอลุ้นว่าฝ่ายใดจะซื้อใจชาวบ้านมาช่วยเทคะแนนให้ในศึกเลือกตั้งครั้งนี้ ...และอย่ากะพริบตาศึกครั้งนี้ อาจมีไม้เด็ดมาน็อกคู่ต่อสู้ในวินาทีสุดท้ายก็ได้!?!



