ข่าว

พธม.สลายม็อบ29มิ.ย.หลังรู้ผลมรดกโลก

พธม.สลายม็อบ29มิ.ย.หลังรู้ผลมรดกโลก

01 มิ.ย. 2554

"พันธมิตรฯ"เตรียมประกาศสลายม็อบ 29 มิ.ย. หลังรู้ผลมรดกโลก หลังรู้ผลมรดกโลก “ประพันธ์” ย้ำจำเป็นต้องชุมนุมต่อเนื่อง พร้อมส่งหนังสือจี้ ผบก.น.ดูแลความปลอดภัยที่ชุมนุม “ปานเทพ” ลั่นอยู่จนระฆังหมดยก ก่อนส่งมวลชนกลับบ้านร่วมรรณงค์ไม่เลือกใคร เชื่อหากมติเป็นใจ

(1มิ.ย.) ที่บ้านพระอาทิตย์ ได้มีการประชุมร่วมกันของคณะกรรมการป้องกันราชอาณาจักรไทย และแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เพื่อประเมินสถานการณ์และแสดงท่าทีภายหลังจากเกิดเหตุคนร้ายปาระเบิดเข้าใส่พื้นที่ชุมนุม บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ เมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 31 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยมีผู้เข้าร่วมประชุม อาทิ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายพิภพ ธงไชย พล.อ.ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ พล.ร.ท.ประทีป ชื่นอารมณ์ และนายเทอดภูมิ ใจดี

      ภายหลังการประชุม นายประพันธ์ คูณมี โฆษกคณะกรรมการการป้องกันราชอาณาจักรไทย แถลงว่า ทางคณะกรรมการฯได้มีการประชุมแล้วเห็นว่าตลอดการชุมนุม 127 วันที่ผ่านมาในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อปกป้องดินแดนอธิปไตยของชาติ โดยยึดหลักการชุมนุมโดยสันติ ปราศจากอาวุธ ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด หลีกเลี่ยงการกระทำที่กระทบความเดือดร้อนอย่างมาก แต่ก็ยังไม่ได้รับการตอบสนองจากรัฐบาลใน 3 ข้อเรียกร้อง ทั้งยังมีการยุบสภาเพื่อหนีความรับผิดชอบในการแก้ปัญหา ทำให้ปัญหายังดำรงอยู่ โดยฝ่ายกัมพูชายังยึดครองดินแดนไทยในหลายจุด และมีการปะทะกันหลายครั้ง โดยที่รัฐบาลหรือกองทัพไม่ได้มีมาตรการใดๆออกมาแก้ปัญหา แล้วยังปล่อยให้ปัญหาขึ้นไปสู่ในเวทีนานาชาติ ทั้งศาลโลก และเวทีคณะกรรมการมรดกโลกที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 19 – 29 มิ.ย.นี้ ทำให้ภาคประชาชนจำเป็นต้องดำเนินการชุมนุมต่อไป เพื่อรอดูว่าผลการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกว่าจะออกมาอย่างไร

 นายประพันธ์ กล่าวต่อว่า เมื่อกลางดึกคืนที่ผ่านมาได้มีเหตุการคนร้ายปาระเบิดบริเวณด้านข้างเวทีการชุมนุมเชิงสะพานมัฆวานฯ ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ ทั้งที่ในความเป็นจริงคณะกรรมการฯโดย พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ได้ทำหนังสือถึง พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. เมื่อวันที่ 23 พ.ค.ที่ผ่านมา เพื่อขอให้ส่งกำลังเข้ามารักษาความปลอดภัย หลังจากที่เราเห็นว่าเจ้าหน้าที่ที่เคยปฏิบัติหน้าที่อยู่รอบๆที่ชุมนุมไม่ได้มาประจำในพื้นที่ระยะหนึ่งแล้ว จนในที่สุดก็ได้เกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้น ดังนั้นคณะกรรมการฯจึงได้มีมติในการทำหนังสือถึง พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบก.น. เพื่อให้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ในสังกัดซึ่งมีอยู่ทั่ว กทม.เฝ้าระวังและดูแลความปลอดภัยในที่ชุมนุม รวมทั้งขอให้ควบคุมดูแลการใช้อาวุธสงครามเอ็ม 79 จากระยะไกลอีกด้วย โดยได้ทำการยื่นหนังสือไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว                                               

 ขณะที่ นายปานเทพ พัวพงษ์พันธุ์ โฆษกพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวเสริมว่า ตนขอชื่นชมการทำงานของทีมทนายฝ่ายโลกที่ทำการต่อสู้ในศาลโลก โดยยึดแนวทางตามที่ภาคประชาชนได้นำเสนอมาโดยตลอด มีเพียงประเด็นการไม่ปฏิเสธอำนาจศาลโลกเท่านั้นที่ไม่ได้หยิบยกขึ้นมาใช้ จึงยังมีข้อน่าเป็นห่วงที่ประเทศไทยจะเพลี่ยงพล้ำต่อการสูญเสียดินแดน และอาจจะสูญเสียเพิ่มเติมไปถึงคำวินิจฉัยศาลโลกเมื่อปี 2505 ต่อกรณีปราสาทพระวิหาร           

 ผู้สื่อข่าวถามถึงความชัดเจนในการยุติการชุมนุม นายปานเทพ กล่าวว่า คณะกรรมการฯได้มีมติมาก่อนหน้านี้ว่าจะอยู่ชุมนุมจนกว่าจะทราบผลการพิจารณาแผนบริหารจัดการมรดกโลกปราสาทรพระวิหาร ของคณะกรรมการมรดกโลก ในวันที่ 26 - 29 มิ.ย.นี้ ซึ่งที่ออกมาจะต้องออกมาทางใดทางหนึ่ง และก็จะถือว่าภาคประชาชนได้ทำหน้าที่จนสุดทางสมบูรณ์แล้ว และเราจะยุติการชุมนุม หากผลออกมาเป็นประโยชน์กับฝ่ายไทย ก็ถือว่าการทำภารกิจของภาคประชาชนครบถ้วนสมบูรณ์เป็นประโยชน์กับประเทศ แต่หากผลที่ออกมาเป็นผลร้ายต่อประเทศ ก็เชื่อว่าในการเลือกตั้งวันที่ 3 ก.ค.นั้น ประชาชนจะออกมาร่วมใช้สิทธิ์ในการลงคะแนนโหวตโนร่วมกับเราเป็นจำนวนมาก เพื่อเรียกร้องการปฏิรูปการเมือง

 “แรงจูงใจที่ยังคงอยู่ในตอนนี้ เพราะคิดว่าที่ผ่านมาการเคลื่อนไหวของเรามีผลต่อการตัดสินใจของรัฐบาลมาแล้ว ในกรณีร่างการประชุมเจบีซี หรือการโต้แย้งในศาลโลก จึงเห็นว่าลักษณะที่กดดันอยู่อย่างนี้ เป็นการสร้างอำนาจต่อรองของประชาชนในการกดดันรัฐบาลให้ดำเนินการให้มีความรอบคอบมากขึ้นในการรักษาอธิปไตยของชาติ จึงต้องอยู่จนถึงการประชุมมรดกโลก เมื่อผลออกมาอย่างไรก็เหมือนระฆังหมดยก แล้วไม่จำเป็นต้องไปกดดันหลังจากนั้น แล้วถือว่าเป็นการพักยกเพื่อไปรณรงค์โหวตโนให้มากขึ้น” นายปานเทพ กล่าว                                       

 เมื่อถามต่อว่าการเคลื่อนไหวของ นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด แกนนำกลุ่มวันอาทิตย์สีแดง ที่มีการออกมารณรงค์โหวตเยส ซึ่งสวนทางกับพันธมิตรฯ นายปานเทพ กล่าวว่า การที่นายสมบัติออกมารรณงค์โหวตเยสนั้น ก็เพราะเป็นคนเสื้อแดงที่ต้องการประชาชนไปลงคะแนนเสียงและเลือกพรรคการเมืองที่ชื่นชอบให้มากที่สุด โดยมั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยจะได้รับชัยชนะ จึงต้องการให้พลังประชาชนที่ร่วมกันโหวตโนลงน้อยลง เพื่อเดินหน้าในการแก้ไขกฎหมายหรือนิรโทษกรรมให้แก่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ง่ายขึ้น เนื่องจากนายสมบัติรู้ดีว่าหลังการเลือกตั้ง พลังอำนาจต่อรองของประชาชนที่มาจากการโหวตโนนั้นสำคัญอย่างยิ่ง ที่จะสามารถคานอำนาจกับระบอบทักษิณได้“ถึงวันนั้นจะไม่มีพรรคการเมืองใดสามารถไปต่อกรกับพรรคเพื่อไทยในระบบรัฐสภาได้ คงเหลือแต่พลังของประชาชนที่มาจากการกาในช่องไม่ประสงค์ลงคะแนนเท่านั้น ที่จะมีอำนาจต่อรองที่สูงมากไม่ปพ้ในระบรัฐสภา บางทีหากมีการโหวตโนมากๆ ก็ไม่จำเป็นต้องมีชุมนุมด้วยซ้ำไป” นายปานเทพ กล่าว