
เสวนาพลังสื่อ-สภาวิชาชีพ-องค์กรอิสระต้านคอร์รัปชั่น
เสวนาพลังสื่อ-สภาวิชาชีพ-องค์กรอิสระ ต้านคอร์รัปชั่น ชี้ทุกภาคส่วนสังคมต้องร่วมมือ ประชาชนต้องมีส่วนร่วมในกิจกรรมภาครัฐ "สื่อ" ต้องเข้มแข็ง-ตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนนำเสนอ
ที่โรงแรมพลาซ่า แอทธินี วันที่ 1 มิ.ย.ในงานสัมมนาต่อต้านคอรัปชั่น จุดเปลี่ยนประเทศไทย ส่วนของเวทีพลังจากกลุ่มสื่อมวลชน สภาวิชาชีพและองค์กรอิสระ ได้มีการเปิดรับความเห็นการต่อต้านคอรัปชั่นจากตัวแทนองค์กรที่เกี่ยวข้อง น.ส.ดวงกมล โชตะนา บก.หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ กล่าวว่าการแก้ไขปัญหาคอรัปชั่นในสังคมไทยนอกจากสื่อมวลชนจะเป็นผู้นำเสนอข้อเท็จจริงตามกติกาแล้วต้องให้ภาคประชาสังคมเข้ามามีส่วนสนับสนุนและทำงานร่วมกัน เพื่อสร้างสังคมที่โปร่งใส ปฎิบัติตามกฎหมาย ทั้งนี้ยอมรับว่าสื่อมวลชนมีข้อจำกัดในด้านการเข้าถึงข้อมูล หากนำเสนอว่าใครโกง วันรุ่งขึ้นหมายศาลจะมาหาทันที แม้ว่าจะมีกฎหมายให้สามารถเข้าถึงได้แต่ในทางปฏิบัติข้อมูลที่ถูกตีตราว่าข้อมูลลับภายใต้ความมั่นคงของรัฐบาล สื่อมวลชนก็ไม่สามารถเข้าถึงได้ ดังนั้นภาคประชาสังคม เจ้าหน้าที่รัฐ ต้องให้ความร่วมมือ
ด้านนางเกษรี ณรงค์เดช นายกสภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่าในความเข้าใจของสังคมและ องค์กรอิสระที่ทำหน้าที่ปราบปรามการทุจริตมองว่านักตรวจสอบบัญชีต้องเป็นผู้ที่ปราบปรามการทุจริต แต่ข้อเท็จจริงไม่สามารถทำได้ เพราะกระบวนการทุจริตนั้นเริ่มจากผู้บริหารใหญ่ในบริษัทที่ได้วางแผนมาตั้งแต่ต้นโครงการ ดังนั้นผู้ตรวจสอบบัญชีที่เข้าไปตรวจสอบปลายโครงการแล้ว จึงไม่สามารถทำได้
ส่วนนายต่อตระกูล ยมนาค อดีตนายกสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การป้องกันการทุจริตในภาครัฐต้องเริ่มต้นที่ตนเอง อย่างไรก็ตามยอมรับว่าปัจจุบันการประมูลโครงการต่างๆ ของหน่วยงานรัฐ จะให้งานกับบริษัทที่จ่ายใต้โต๊ะ ทำให้บริษัทที่ทำงานซื่อตรงไม่มีที่ยืนและไม่ได้รับงาน สำหรับการป้องกัน นอกจากร่วมสร้างข้อปฎิบัติร่วมกันแล้ว ตนได้สร้างเครือข่ายเฟซบุ๊ค ชื่อว่า โน คอรัปชั่น ไทยแลนด์ ตั้งใจหาสมาชิกให้ได้ 1แสนคนภายใน1ปี เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับการทุจริตก่อนนำเสนอให้กับสื่อมวลชนร่วมตรวจสอบ
ต่อด้วยนายชาติชาย เหลืองเจริญ ประธานสภาองค์ชุมชน ต.เนินฆ้อ จ. ระยอง กล่าวว่า จุดเริ่มต้นการป้องปรามทุจริต ตามรูปแบบของสภาองค์กรชุมชนฯ คือให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดแผนพัฒนาพื้นที่ และร่วมตรวจสอบการทำงานของภาครัฐ ทั้งนี้ต้องสร้างทัศนคติและพัฒนาพลเมืองให้เห็นแก่ประโยชน์ใหญ่ร่วมกัน นอกจากนั้นการปลูกฝังให้เยาวชนต้านโกง ต้องมีพื้นที่ปฎิบัติการให้เห็นเป็นแบบอย่าง
"เราต้องสอนคน ไม่ใช่สอนหนังสือ เพราะสังคมการศึกษาสอนให้คนเอาเปรียบ เราต้องหาวิธีเพื่อไม่ให้คนที่มีการศึกษาสูงกว่าเอาเปรียบ เช่น เราต้องไม่ให้ผู้แทนมาเลี้ยง อยากกินอะไรให้แม่บ้านทำให้ แล้วเราจะได้ผู้แทนที่ดี มาให้เห็นหน้าทุกวัน" นายชาติชาย กล่าว
ด้าน คุณหญิง จารุวรรณ เมณฑกา ได้กล่าวว่าการตรวจสอบการทุจริตคอร์รับชั่นหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าทีได้เข้าไปตรวจสอบ แล้วเสร็จไปหลายเรื่องเช่น คดีซีทีเอ็กซ์ แต่ที่เอาผิดไม่ได้นั้นก็อยากให้ช่วยตรวจสอบว่าเรื่องดังกล่าวตกค้างในกระบวนการใด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าช่วงท้ายการเสวนาเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมแสดงความเห็น โดยส่วนใหญ่มองว่าสื่อมีบทบาทที่สำคัญต่อการป้องปรามการทุจริต คอรัปชั่น และนำเสนอข่อมูลต่างๆ แต่วันนี้สื่อไม่ได้ทำงานตรวจสอบ แม้รู้ว่าคนให้ข่าวพูดสิ่งที่ไม่เป็นความจริง ยังนำข้อมูลมาเสนอโดยไม่ผ่านการตรวจสอบว่าเป็นข้อเท็จจริงหรือไม่ ทำให้เกิดความสับสนด้านข้อมูลในสังคมปัจจุบัน



