
"มาร์ค"ตรวจบึ้มเวทีพธม.ม็อบโห่ไล่
นายกฯตรวจเวที พธม. หลังเกิดเหตุบึ้มคืนวานนี้ เจอม็อบโห่ไล่ เตรียมให้ จนท. ประสานปรับแผนรักษาความปลอดภัย ไม่ฟันธงเหตุเกิดเพราะอะไร แต่ยังไม่ถึงขั้นต้องใช้ พ.ร.บ. ความมั่นคงฯ
(1มิ.ย.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุคนร้ายขว้างระเบิดหลังเวทีพันธมิตรฯที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ เมื่อคืนที่ผ่านมาว่า ขณะนี้กำลังตรวจรายละเอียด และให้เจ้าหน้าที่ประสานงานกับแกนนำพันธมิตรฯว่าจัดระบบอย่างไร ซึ่งตามปกติบริเวณนั้นจะมีเจ้าหน้าที่อยู่โดยรอบแต่เข้าใจว่ากรณีนี้เป็นการขว้างมาจากด้านหลังเวทีที่เกินแนวรั้วและสะพานมัฆวานฯ
ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุการณ์นี้จะเป็นสัญญาณก่อเหตุวินาศกรรมเพิ่มเติมหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า อย่าเพิ่งไปสรุปเช่นนั้น ขอให้เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบลักษณะอาวุธที่ใช้ว่าเป็นอย่างไรก่อน
ผู้สื่อข่าวถามถึงการที่แกนนำพันธมิตรฯระบุว่าเจ้าหน้าที่ไม่ดูแลการชุมนุม นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า แม้ขณะนี้จะไม่ได้ใช้พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรแล้ว แต่โดยรอบก็มีเจ้าหน้าดูแลไม่ให้เกิดปัญหา อย่างไรก็ตามเมื่อเกิดเหตุเช่นนี้ก็ต้องปรับแนวทาง ส่วนที่แกนนำพันธมิตรฯระบุว่าเหตุที่เกิดขึ้นนั้น เป็นเพราะการรณรงค์เรื่องโหวตโน นั้นยังไม่ขอตอบ ขอให้เจ้าหน้าที่สอบสวนก่อน อย่าไปคาดเดาเอาเอง แต่จะเกี่ยวกับการเลือกตั้งหรือไม่ไม่ทราบรายละเอียด
ต่อมาเวลา 11.00 น.นายอภิสิทธิ์ได้ไปตรวจพื้นที่เกิดเหตุหลังเวทีพันธมิตรฯ โดยสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาคอยรายงานประมาณ 2 นาที โดยในช่วงนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรฯรู้ว่านายกฯมาตรวจพื้นที่เกิดเหตุก็พากันวิ่งตะโกนคำว่า"โหวตโน”จนทำให้นายกฯต้องรีบขึ้นรถออกจากที่เกิดเหตุทันที จากนั้นนายกฯได้เดินทางไปยังร.พ.หัวเฉียวเพื่อเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บ โดยใช้เวลา5 นาทีก่อนเดินทางไปหาเสียงที่ซอยละลายทรัพย์ ย่านสีลม โดยมีพล.ต.อ.พงศพัศ พงศ์เจริญ ที่ปรึกษาสบ. 10 สำนักงานตำรวจแห่งชาติและพล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบ.น. 1 รอต้อนรับและรายงาน แต่ปรากฏว่าผู้ได้รับบาดเจ็บอยู่ระหว่างการผ่าตัด นายกฯจึงได้เข้าพูดคุยสอบถามภรรยาผู้ที่ได้รับบาดเจ็บแทน โดยภรรยาผู้ได้รับบาดเจ็บกล่าวกับว่า มาขายของในพื้นที่เป็นประจำ แต่ไม่เห็นคนร้าย ทั้งนี้คาดว่าน่าจะมาจากฝั่งองค์การสหประชาชาติ
ขณะที่นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จะพยายามติดตามคดีอย่างเต็มที่ และตนได้กำชับให้ปรับแผนการรักษาความปลอดภัยแล้ว แต่คงไม่ถึงขั้นต้องประกาศพ.ร.บ.รักษาความมั่นคงในราชอาณาจักร อีกครั้ง



