
ผช.โค้ชญี่ปุ่นชี้บอลไทยพัฒนาได้ต้องร่วมมือกัน
นอกจากจะเข้ามาพัฒนาตำแหน่งผู้รักษาประตู ฉลามชล ชลบุรี ยอดทีมในพรีเมียร์ลีก สำหรับ คาโตะ โยชิโอะ ผู้ช่วยผู้ฝึกสอนทีมชาติญี่ปุ่น ชุดลุยศึกฟุตบอลโลก 2010 ที่แอฟริกาใต้ รวมถึงการพัฒนาเยาวชนทั่วประเทศ และยังช่วยเรื่องการวางแผนก่อนการแข่งขันไทยลีกด้วยนั้น
ล่าสุด “เฮงซัง” วิทยา เลาหกุล เฮดโค้ชทีมชลบุรี เปิดเผยว่า เท่าที่ได้พูดคุยกับนายคาโตะ โยชิโอะ ถึงมาตรฐานฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก โดยอาโตะ ยอมรับว่าเรื่องความสามารถของนักเตะไทยดีมาก แต่ยังขาดเรื่องแท็กติกทั้งเกมรับเกมรุก เรื่องสมาธิกับเกมไม่ค่อยรับผิดชอบในตำแหน่งการเล่น ที่สำคัญต้องเป็นมืออาชีพให้มากกว่านี้
“ฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีกตอนนี้จะเหมือนกับฟุตบอลลีกของประเทศญี่ปุ่นเมื่อเริ่มต้นใหม่ๆ ดังนั้นหากจะพัฒนาให้ฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีกมีมาตรฐานสูงขึ้น สมาคมฟุตบอลและบริษัทไทยพรีเมียร์ลีก ต้องมีการบริหารการจัดการที่เป็นระบบและทุกทีม โค้ช ผู้เล่น จะต้องมีการพัฒนาและปรับปรุงด้วยเช่นกัน ส่วนทีมที่มีมาตรฐานสูงเท่าที่เห็นมี 3 ทีมเท่านั้นคือ บุรีรัมย์-พีอีเอ, เมืองทองฯ ยูไนเต็ด และ ชลบุรี ดังนั้นทีมที่เหลือก็ต้องร่วมกันพัฒนากันอย่างจริงจัง เชื่อว่า 4-5 ปีจากนี้จะพัฒนาขึ้นเทียบเอเชียได้แน่นอน”
เฮงซังเปิดเผยอีกว่า คาโตะ ยอมรับฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้มีการพัฒนาขึ้นกว่าเดิมเยอะพอสมควร แต่ถ้าจะเทียบกับทีมยักษ์ใหญ่ของเอเชีย ต้องถือว่ายังห่างกันพอสมควร แต่สามารถที่จะพัฒนาไปถึงตรงนั้นได้หากทุกฝ่ายร่วมมือกัน นอกจากนี้ยังแนะนำเรื่องนักเตะต่างประเทศที่มากเกินไป ควรจะยึดแนวทางของเอเอฟซี ที่สำคัญนักเตะต่างชาติหลายคนไม่มีคุณภาพ ซึ่งจะทำให้ฟุตบอลไทยพัฒนาไปได้ช้าด้วย
“ปุ๋ย” ลั่นพาแข้งสาวไทยตีตั๋วรอบสาม
ความเคลื่อนไหวของทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทยชุดเตรียมสู้ศึกฟุตบอลโอลิมปิก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบสอง ระหว่างวันที่ 3-13 พฤษภาคม 2554 ที่ประเทศจอร์แดน โดยทีมสาวไทยอยู่ร่วมสายกับจอร์แดน (เจ้าภาพ) อิหร่าน อุซเบกิสถาน และเวียดนาม โดยทีมที่มีคะแนนดีที่สุดเพียงทีมเดียวจะผ่านเข้าไปเล่นในรอบต่อไป ล่าสุดได้เดินทางถึงประเทศจอร์แดนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
“ปุ๋ย” พิสมัย สอนไสย์ ศูนย์หน้าตัวเก่งของทีม เปิดเผยว่า ตอนนี้สภาพร่างกายไม่ค่อยสมบูรณ์เท่าไหร่ เพราะยังมีอาการบาดเจ็บอยู่ แต่ก็ดีขึ้นตามลำดับ ตอนนี้ลงฝึกซ้อมได้แล้วแต่ยังไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ ต้องพักรอดูอีกวันหรือสองวัน แต่ถือว่าร่างกายพร้อมในระดับหนึ่งแล้ว แต่ก็ต้องรอดูถึงวินาทีสุดท้ายก่อนว่าจะเป็นอย่างไร
“สำหรับทีมร่วมกลุ่ม ยอมรับไม่รู้ความเคลื่อนไหวเลย เพราะหลังจากที่เคยเล่นกับทีมอิหร่านและจอร์แดน ตอนนั้นเราชนะขาด แต่วันนี้ไม่รู้เขาพัฒนาถึงไหนแล้ว แต่ก็ไม่น่าหนักใจเท่าไหร่ เพียงแต่เสียดายนักเตะในทีมหลายคนบาดเจ็บเยอะ อย่างไรก็ตามแม้จะมีทีมเวียดนามที่น่าจะเป็นก้างขวางคอแต่มั่นใจทีมสาวไทยจะผ่านเข้าไปเล่นในรอบต่อไปได้”
“ลีซอ”เฮลงน้ำหนักตัวได้แล้ว
หลังจากได้รับบาดเจ็บจนถึงกระดูกร้าวสำหรับ “ลีซอ” ธีรเทพ วิโนทัย นักเตะสารพัดประโยชน์ “มังกรไฟ” บีอีซี เทโรศาสน ต้องพักรักษาตัวอย่างน้อย 2 เดือน ซึ่งจะกลับมาลงสนามอีกครั้งน่าจะเป็นช่วงเลกสองนั้น
ล่าสุด “ลีซอ” เปิดเผยว่า ตอนนี้อาการบาดเจ็บดีขึ้นตามลำดับ กระดูกที่ร้าวก็ประสานกันดีแล้ว ประมาณ 95 เปอร์เซ็นต์ แต่ยังไม่อยากเร่งอะไรมากนัก ซึ่งลงเดินได้ตามปกติแล้ว อีกประมาณ 2 สัปดาห์ก็น่าจะลงวิ่งเบาๆ ได้ ถือว่าอาการบาดเจ็บหายเร็วกว่าปกติ อาจจะเป็นเพราะทำตามที่แพทย์สั่งทุกขั้นตอน ประกอบกับอยู่ในช่วงเป็นวัยรุ่นทำให้ร่างกายหรือกระดูกที่ร้าวฟื้นตัวเร็วขึ้น ซึ่งหากเป็นอย่างนี้เชื่อว่าเลกสองสามารถกลับคืนสนามได้แน่นอน
“ส่วนผลงานทีมแม้จะลุ่มๆ ดอนๆ แต่มองว่ายังไม่เสียหายอะไร เพราะอย่างที่รู้กันดีว่าทีมมีการปรับกันใหม่หมด ต้องใช้เวลาในการจูนทีมพอสมควร ช่วงแรกผลงานค่อนข้างดีทีเดียว แต่ตอนนี้ตกไปอยู่อันดับ 6 ส่วนหนึ่งมาจากนักเตะตัวหลักหลายคนบาดเจ็บ แต่ดูคะแนนไม่ห่างกับทีมในกลุ่มหัวตาราง ดังนั้นเชื่อว่าหากนักเตะเล่นเข้าระบบกันแล้วได้ลุ้น 1 ใน 3 แน่นอน"
“บิ๊กแฮงค์” เชื่อทีมดีพอลุ้นแชมป์ ด.1
ผลงานไม่ธรรมดาสำหรับ “นกใหญ่พิฆาต” ชัยนาท หลังจากที่ช่วงต้นเลกสะดุดไปหลายนัด แต่ทว่า 4 เกมหลังสุดเก็บชัยชนะได้รวด ทำให้แข่ง 15 นัด มี 29 แต้ม อยู่อันดับ 3 ของตาราง ห่างจากทีมนำทั้ง บีบีซียู ที่มี 39 แต้ม และห่างจากอันดับ 2 บุรีรัมย์ ที่มี 36 แต้มนั้น
ด้าน “บิ๊กแฮงค์” อนุชา นาคาศัย ประธานสโมสรชัยนาท เปิดเผยว่า ยอมรับช่วงต้นเลกเราพลาดเองไปหลายนัด ไม่อย่างนั้นแต้มไม่ทิ้งห่างขนาดนี้ แต่ก็ยังอยู่ในวิสัยที่จะไล่ตามได้ แต่หลังจากนักเตะปรับจูนการเล่นเข้าระบบกันได้ ทำให้ตอนนี้ผลงานทีมดีขึ้นตามลำดับ และเชื่อว่าในเกมที่เหลือลูกทีมจะเก็บแต้มได้อย่างต่อเนื่อง
“การที่ผลงานทีมก้าวขึ้นมารั้งอันดับ 3 ของตาราง ต้องขอชื่นชมนักเตะทุกคนที่มีความมุ่งมั่นกันอย่างเต็มที่ จนทำให้ทีมประความสำเร็จได้อย่างต่อเนื่อง ส่วนเป้าหมายเลกแรก จะพยายามรักษาอันดับ 3 ไว้ให้ได้ และด้วยทีมที่ลงตัว เลกสองคงไม่มีการปรับทีมแต่อย่างใด เชื่อว่าศักยภาพของลูกทีมดีพอที่จะลุ้นแชมป์ลูกหนังดิวิชั่น 1 ได้”



