ข่าว

 เอ็นจีโอเมืองผู้ดีเตือนราคาอาหารพุ่ง2เท่าใน20ปี

เอ็นจีโอเมืองผู้ดีเตือนราคาอาหารพุ่ง2เท่าใน20ปี

01 มิ.ย. 2554

ลอนดอน-มูลนิธิออกซ์แฟมแห่งอังกฤษเปิดเผยผลการศึกษาล่าสุดที่ชี้ว่าประชากรโลกจะผจญกับราคาอาหารที่เพิ่มสูงขึ้นเกือบ 2 เท่าตัวหากไม่เริ่มปฏิรูประบบการผลิตตั้งแต่วันนี้

 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันอังคาร (31 พ.ค.) ว่าออกซ์แฟม มูลนิธิการกุศลชั้นนำแห่งประเทศอังกฤษได้เปิดเผยรายงานชื่อ "โกรอิ้ง อะ เบทเทอร์ ฟิวเจอร์" ซึ่งเป็นการศึกษาสภาพตลาดอาหารโลกเทียบกับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาวะอากาศ ที่พบว่าราคาอาหารทั่วโลกมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นระหว่าง 120-180% ภายในปี 2573 เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศโลก และจำนวนประชากรที่เพิ่มสูงขึ้นสวนทางกับกำลังการผลิตอาหาร

 ออกซ์แฟมระบุว่า ภายในปี 2593 ความต้องการอาหารของประชากรโลกจะเพิ่มสูงขึ้น 70% ขณะที่อัตราการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรมีแนวโน้มลดต่ำลงน้อยกว่า 1% ในทศวรรษหน้า

 ในรายงานฉบับดังกล่าวยังได้อ้างแถลงการณ์ของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ที่ระบุว่าราคาอาหารโลกได้ปรับตัวสูงขึ้นตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และเป็นชนวนเหตุของเหตุการณ์จลาจลในภูมิภาคแอฟริกาเหนือและตะวันออกกลาง ทั้งยังเป็นปัจจัยกดดันให้ธนาคารกลางในกว่า 10 ประเทศปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อรับมือกับปัญหาเงินเฟ้อจากราคาอาหารขยับตัวภายในปี 2554 นี้

 นางบารารา สต็อกกิ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ออกซ์แฟมแนะนำว่า จะต้องมีการปรับปรุงระบบอาหารทั่วโลกครั้งใหญ่ เพื่อรับมือกับปัจจัยด้านสภาวะอากาศเปลี่ยนแปลงราคาอาหารโลกที่ทะยานขึ้นต่อเนื่อง และทรัพยากรที่ดิน น้ำ และพลังงานที่มีจำกัดซึ่งเป็นความท้าทายสำคัญในอนาคต

 ขณะที่ในเวลานี้ประชากรโลก 1 ใน 7 ต้องทนหิวโหย แม้ระบบการผลิตอาหารในปัจจุบันสามารถผลิตอาหารได้เพียงพอกับความต้องการก็ตาม

 ซีอีโอของออกซ์แฟมยังแนะนำให้รัฐบาลแต่ละประเทศที่จะเข้าร่วมประชุมการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ณ เมืองเดอร์บัน ประเทศแอฟริกาใต้ในเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้หารือกันถึงแนวทางเพิ่มเงินทุนและดำเนินการรับมือด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศเพื่อปกป้องประชาชนจากผลกระทบของสิ่งแวดล้อมและเป็นการสร้างความมั่นคงด้านการผลิตอาหารอีกทางหนึ่ง

 นอกจากนั้นออกซ์แฟมยังระบุในรายงานชื่อ "โกรอิ้ง อะ เบทเทอร์ ฟิวเจอร์"  ด้วยว่า ปัจจุบันวิกฤติอาหารเป็นปัญหาร้ายแรงที่รุมเร้าในหลายพื้นที่ของโลก เช่นประเทศกัวเตมาลาที่มีประชากรกว่า 8.6 แสนคนเสี่ยงขาดแคลนอาหาร ส่วนพลเมืองอินเดียต้องจ่ายค่าอาหารแพงกว่าชาวอังกฤษถึง 2 เท่า ประเทศอาเซอร์ไบจานเผชิญกับปัญหาราคาอาหารพุ่งสูงขึ้น 20% เมื่อเทียบกับ 6 เดือนก่อน ขณะที่ประเทศในภูมิภาคแอฟริกาตะวันออกเผชิญภาวะขาดแคลนอาหารเรื้อรังโดยมีประชาชนกว่า 8 ล้านทุกข์ทรมานกับการขาดแคลนอาหาร