ข่าว

เกาะติดเลือกตั้ง-สัญชาตญาณนักการเมือง

เกาะติดเลือกตั้ง-สัญชาตญาณนักการเมือง

01 มิ.ย. 2554

1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมาความเคลื่อนไหวทางการเมืองเริ่มมีสัญญาณแปลกๆ ออกมาให้เห็นโดยเฉพาะ "พรรคชาติไทยพัฒนา" ที่มี "ป๋าเติ้ง" บรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค ที่ระยะหลังเริ่มหัวเราะส่งเสียงดังผิดปกติ

 ตั้งแต่เรื่องตัดพ้อต่อว่า "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" นายกรัฐมนตรี และ "สุเทพ เทือกสุบรรณ" เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งแต่ยุบสภา
ไม่เคยโทรศัพท์หา พร้อมทวงถามสัญญาที่เคยให้ไว้ก็ควรรักษาสัญญา

 โดยเฉพาะการแก้ไขกฎหมาย "นิรโทษกรรม" ที่ "สุเทพ" ไม่ยอมทำตามคำพูด

 ดูจากคำพูด "บรรหาร" คล้ายตัดสายสัมพันธ์ที่เคยมีต่อกันสมัยเป็นพรรคร่วมรัฐบาล!

 นอกจากนี้ "ป๋าเติ้ง" ยังพูดแปลกๆ ทำนองหากพรรคใหญ่ 2 พรรคไม่สามารถตั้งรัฐบาลได้ พรรคชาติไทยพัฒนา หนึ่งในพรรคขนาดกลางก็พร้อมเป็นคนกลางในการตั้งรัฐบาลแทน

 จากคำพูดของ "ป๋าเติ้ง" สอดคล้องกับการเคลื่อนไหว "นายกฯ ปรองดอง" ของ "เสธ.หนั่น" พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา ที่เดินสายพบแกนนำพรรคการเมือง แกนนำเสื้อแดง และ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ต่างประเทศ

 การที่ "สุเทพ" กล่าวขอโทษ "เสธ.หนั่น" ผ่านสื่อแสดงถึงสัญญาณทางการเมืองบางอย่างเริ่มมีความเคลื่อนไหว ขนาด "สุวัจน์ ลิปตพัลลภ" แกนนำพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน ก็ให้สัมภาษณ์เปรียบตัวเองหินเขียวรองแจกันหากมีโอกาสร่วมเป็นพรรคร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย

 ขนาดคนที่ประกาศตัดขาดกับ "ทักษิณ" อย่าง "เสนาะ เทียนทอง" ยังยอมถูกสังคมต่อว่าเมื่อกลับมาเดินบนเส้นทางการเมืองร่วมกับ "ทักษิณ" อีกครั้ง

 ขนาด "พรรคภูมิใจไทย" ก็ยังไปประกาศบนเวทีหาเสียงพร้อมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย นั่นย่อมรู้ว่ากระแสตอบรับของประชาชนเป็นอย่างไร

 แต่ถูก "ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ" ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ตอกกลับเปรียบ "พรรคภูมิใจไทย" เป็น "แจกันจะขว้างทิ้งทันที"

 นาทีนี้แม้ยังไม่ทราบผลการเลือกตั้งก็เริ่มมีการจับขั้วทางการเมืองกันแล้ว และดูเหมือนว่า "พรรคชาติไทยพัฒนา" และ "พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน" ที่มี "สุวัจน์ ลิปตพัลลภ" เป็นเหมือนแกนนำผู้กำหนดทิศทางในพรรค จะเป็นตัวแปรในการจัดตั้งรัฐบาลในครั้งนี้

 ความเคลื่อนไหวทางการเมืองในขณะนี้จึงเป็น "สัญชาตญาณนักการเมือง" ที่เริ่มรู้ทิศทางการเมืองที่จะเกิดขึ้นหลังเลือกตั้ง

 ชื่อชั้น "บรรหาร" และ "สุวัจน์" ต่างรู้กันไม่เคยเป็นฝ่ายค้านนานจนได้ฉายา "ปลาไหลใส่สเกต" และ "เสียบเพื่อชาติ"

 การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นเหมือนประชามติ ทุกคนคาดหวังหลังเลือกตั้งจะเกิดความปรองดอง สมานฉันท์!

 ดังนั้นหากผลการเลือกตั้ง "พรรคเพื่อไทย" ชนะเสียงก้ำกึ่งต้องหา "พรรคตัวแปร" มาร่วมจัดตั้งรัฐบาล การจับขั้วตั้งรัฐบาลครั้งนี้ "นายกรัฐมนตรี" อาจไม่ได้มาจากพรรคการเมืองขนาดใหญ่ เพื่อลดความขัดแย้งทางการเมือง

 แต่กระทรวงหลักอย่างกระทรวงมหาดไทย กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข น่าจะอยู่กับพรรคแกนนำ ส่วน "พรรคตัวแปร" ไม่ว่าพรรคจะได้กระทรวงไหน ขอเพียงแค่ขอเป็นพรรคร่วมรัฐบาล รับได้ทั้งนั้น!

 หลังเลือกตั้งคงต้องมาดูว่า "สัจจะวาจา" ที่ "ชาติไทยพัฒนา" เคยทำไว้กับ "ภูมิใจไทย" มีการจัดงานแถลงข่าวประกาศต่อหน้าสื่อ "จับมือไว้แล้วไปด้วย" จะยังยั่งยืนหรือไม่!