
สึนามิญี่ปุ่นฉุดศก.ไทยเม.ย.ชะลอธปท.โล่งกระทบน้อยกว่าคาด-ห่วงสินค้าราคาแพง
ธปท.ระบุเศรษฐกิจไทยเดือนเมษายนชะลอตัว รับผลกระทบภัยพิบัติญี่ปุ่น อุตสาหกรรมยานยนต์ยอดส่งออกสะดุด โล่งใจกระทบน้อยกว่าที่คาดไว้ ค่ายรถเริ่มฟื้นตัวกลับมาผลิตแล้ว ห่วงราคาสินค้าจ่อปรับขึ้น กดดันเงินเฟ้อ
นายเมธี สุภาพงษ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจในประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในเดือนเมษายน 2554 มีการขยายตัวในอัตราชะลอลง ส่วนหนึ่งเป็นผลจากภัยพิบัติในประเทศญี่ปุ่น ทำให้การผลิตและการส่งออกของอุตสาหกรรมยานยนต์หดตัวจากเดือนก่อนหน้า ซึ่งคาดว่าผลกระทบดังกล่าวจะต่อเนื่องจนถึงเดือนพฤษภาคม ก่อนจะเริ่มฟื้นตัวขึ้นในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้ อย่างไรก็ตาม ผลกระทบที่เกิดขึ้นถือว่าน้อยกว่าที่ ธปท.ประเมินไว้ ดังนั้นผลกระทบในภาพรวมจึงถือว่าดีกว่าที่คาดการณ์กันไว้ แต่ ธปท.คงต้องนำเรื่องนี้มาประกอบการพิจารณาปรับตัวเลขประมาณการเศรษฐกิจไทยใหม่ในการประชุมครั้งถัดไป
"ในกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ถือว่าได้รับผลกระทบน้อยกว่าที่คาด และกลุ่มยานยนต์ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงก็มีผู้ผลิตบางรายเริ่มฟื้นตัวกลับขึ้นมาได้บ้างแล้ว ซึ่งตั้งแต่ไตรมาส 3 ก็คงปรับตัวดีขึ้น" นายเมธีกล่าว
อย่างไรก็ตาม ภาคการส่งออกโดยรวมในเดือนเมษายนปีนี้ ยังสามารถเติบโตได้ 24.7% ซึ่งเป็นการขยายตัวตามอุปสงค์ในตลาดโลก โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าเกษตรจากการส่งออกข้าวและยางพารา รวมถึงกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมตามการส่งออกผลิตภัณฑ์พลาสติก เคมีภัณฑ์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า ส่วนการท่องเที่ยวก็ยังขยายตัวได้ดีในอัตรา 35.9% เป็นการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกและยุโรปเป็นสำคัญ ขณะที่ภัยพิบัติในญี่ปุ่นไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว
นายเมธีกล่าวต่อว่า เศรษฐกิจไทยยังคงมีแรงกดดันจากแนวโน้มราคาสินค้าที่จะทยอยปรับขึ้น ทำให้อัตราเงินเฟ้อในเดือนเมษายนเร่งตัวขึ้น ซึ่งเป็นผลจากการปรับราคาสินค้าในหมวดอาหารและพลังงาน ที่มีการส่งผ่านไปยังเครื่องประกอบอาหารและอาหารสำเร็จรูป ส่วนผลกระทบจากการหาเสียงช่วงเลือกตั้งต่ออัตราเงินเฟ้อนั้น ไม่น่ามีผลมากนัก และธปท.ไม่ได้มีประเด็นใดที่ห่วง เพียงแต่คงต้องรอดูนโยบายภาครัฐในช่วงหลังการเลือกตั้งมากกว่าว่าจะเป็นอย่างไร รวมทั้งยังต้องรอดูว่าใครจะมาเป็นรัฐบาลและมีนโยบายในการดำเนินการอย่างไร
ส่วนคำถามที่ระบุว่านโยบายหาเสียงเลือกตั้งของแต่ละพรรคมุ่งเน้นไปที่การใช้จ่ายและการก่อหนี้ของภาครัฐ ทางธปท.มีความเป็นห่วงในเรื่องนี้หรือไม่ ซึ่ง นายเมธี กล่าวตอบเพียงแค่ว่า ในคำถามก็มีคำตอบอยู่แล้ว
ขณะที่เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคมที่ผ่านมา บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือระหว่างประเทศ "มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส" ได้ประกาศว่า บริษัทอยู่ระหว่างทบทวนอันดับความน่าเชื่อถือของญี่ปุ่น และมีแนวโน้วปรับลดอันดับภายใน 3 เดือน เนื่องจากวิตกเกี่ยวกับนโยบายรับมือเศรษฐกิจชะลอตัว



