
ไทยแจงศาลโลกยันไม่มีอำนาจตีความ
ทีมไทยสู้คดีแจงศาลโลกไม่มีอำนาจตีความเส้นเขตแดนกรณีปราสาทพระวิหาร โชว์ภาพถ่ายแนวรั้วกั้นแบ่งเขตพื้นที่กับตัวปราสาท ที่กัมพูชายอมรับกว่า 50 ปี ระบุปลายเดือนมิ.ย. ทราบผลคำสิน "กษิต" โต้ทักษิณ ให้คิดใหม่ทำใหม่
(31พ.ค.) เมื่อเวลา 17.40 น. นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ให้สัมภาษณ์จากกรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ผ่านทางสถานีวิทยุ 92.5 เอฟเอ็ม เกี่ยวกับคณะดำเนินการด้านกฎหมายของไทย ได้เข้าชี้แจงต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ กรณีที่กัมพูชาได้ยื่นต่อศาลโลกออกมาตรการคุ้มครองชั่วคราวบริเวณปราสาทพระวิหาร ว่า ในการให้ข้อมูลต่อศาลโลกที่มีขึ้นในวันนี้ (31 พ.ค.) ซึ่งเป็นวันที่สอง ทางกัมพูชาได้ให้การต่อศาล ในเวลา 10.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของประเทศเนเธอร์แลนด์ และได้ให้การเสร็จสิ้นแล้ว โดยกัมพูชาได้ให้การต่อศาล ในลักษณะการขยายความจากเอกสารที่ยื่นต่อศาลโลก เน้นในเรื่องให้ถอนทหารไทยออกจากพื้นที่ 4.6 ตร.กม. อ้างว่า ก็เพื่อเป็นไปตามแผนที่ 1 ต่อ 2 แสน
นายกษิต กล่าวอีกว่า จากนั้นคณะดำเนินการด้านกฎหมายของไทย จะการต่อศาลทางวาจา ในเวลา 17.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยที่ปรึกษาชาวต่างชาติของฝ่ายไทยจะเป็นผู้ให้ข้อมูลโต้แย้งคำให้การของกัมพูชา จากนั้นนายวีระชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเฮก ในฐานะผู้แทนไทย จะกล่าวสรุปจบ โดยเน้นว่าการออกมาตรการคุ้มครองชั่วคราวเป็นอำนาจนอกเหนือศาลโลก ส่วนการที่กัมพูชาเรียกร้องให้ขยายความคำตัดสินกรณีปราสาทพระวิหาร ในเรื่องเส้นเขตแดนนั้น เป็นเรื่องเกินขอบเขตอำนาจศาลและศาลก็ไม่มีอำนาจพิจารณาในคดีเดิม เนื่องจากการยื่นร้องกรณีปราสาทพระวิหารปี 2505 ที่ไม่ได้ร้องขอต่อศาลเกี่ยวกับเรื่องเขตแดน หากกัมพูชาอยากจะทราบในส่วนนี้ ก็ต้องยื่นร้องต่อศาลใหม่ เนื่องจาก ในปี 2505 ศาลโลกมีคำตัดสินให้ปราสาทพระวิหารอยู่ภายใต้อธิปไตยของกัมพูชา แต่ศาลก็ไม่ได้มีคำตัดสินในเรื่องเขตแดน ขณะเดียวกันไทยได้ปฏิบัติตามคำตัดสินของศาลโลกครบถ้วนแล้ว ทั้งการถอนทหารออกจากปราสาทพระวิหาร และคืนวัตถุโบราณให้กับกัมพูชาแล้วไปเมื่อ 50 ปีก่อน แต่กัมพูช่ยังกล่าวหาว่า ไทยยังไม่ถอนทหาร ซึ่งไม่เป็นเรื่องจริง ฝ่ายไทยจึงต้องเน้นย้ำในเรื่องนี้ให้ศาลโลกได้ทราบ
“โดยตลอดเวลาที่ผ่านมา กัมพูชายอมรับเส้นขอบเขตของพื้นที่ใกล้เคียงปราสาทพระวิหาร ตามมติของคณะรัฐมนตรี ยุครัฐบาลของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เมื่อ 10 ก.ค. 2505 ที่มีขึ้นเพื่อเป็นการปฎิบัติตามคำพิพากษาดังกล่าว โดยฝ่ายกัมพูชานิ่งเฉย และไม่มีได้ทักท้วงใดๆมานานกว่า 40 ปี แต่กัมพูชาพึ่งจะออกมาเรียกร้อง สืบเนื่องจากที่กัมพูชาได้ขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร และต้องการพื้นที่ใกล้เคียงซึ่งหมายถึงพื้นที่ใน 4.6 ตร.กม. เข้ามาประกอบในแผนบริหารจัดการพื้นที่โดยรอบปราสาทพระวิหาร ” นายกษิตกล่าว
นายกษิต กล่าวอีกว่า ในระหว่างที่ไทยชี้แจงต่อศาลและโต้แย้งคำให้การของกัมพูชา ฝ่ายไทยได้แสดงภาพถ่ายสไลด์ต่อศาลโลก ที่ทำขึ้นตามมติ ครม. เมื่อ 10 ก.ค. 2505 ซึ่งเป็นภาพถ่ายรั้วแนวเส้นแบ่งเขตตรงปราสาทพระวิหาร ที่ระบุชัดว่า พื้นที่หลังรั้วตรงตัวเป็นปราสาทพระวิหารเป็นพื้นที่ที่กัมพูชายอมรับ แม้ว่าแนวรั้วจริงจะทรุดโทรมไปบ้างในสมัยเขมรแดง แต่มีบางส่วนที่มีร่องรอยให้เห็นอยู่สามารถตรวจสอบได้
นายกษิต ระบุว่า การที่กัมพูชาต้องการให้ถอนทหารก็ต้องยื่นฟ้องใหม่ และต้องระบุให้ครบถ้วนว่า มีทหารกัมพูชา และไทยอยู่ตรงจุดไหนบ้าง เนื่องจากเรื่องนี้อยู่นอกเหนืออำนาจศาลเช่นกัน
เมื่อถามว่า มีความมั่นใจขนาดไหน เนื่องจากมีประเทศมหาอำนาจให้การสนับสนุนกัมพูชาอยู่ นายกษิต กล่าวว่า คงไม่เหมือนเดิม เนื่องจากครั้งนั้นกัมพูชาพึ่งประกาศเอกสารประกาศเอกราช แต่ตอนนี้โลกเปลี่ยนไปแล้ว เป็นเรื่องผลประโยชน์และความร่วมมือที่ทับซ้อนกัน จะบอกว่าประเทศไหนสนุบสนุนประเทศใดคงจะลำบาก ซึ่งในศาลโลกประกอบด้ววยผู้พิพากษา 15 คน ซึ่งประกอบด้วยประเทศที่หลากหลาย นอกจากนี้ยังมีผู้พิพากษาเฉพาะกิจที่ไทยและกัมพูชาแต่งตั้งขึ้น ฝ่ายละ 1 คน จะช่วยถึงการให้ข้อมูลต่อศาลโลกเป็นไปตามแนวทางที่ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม ความมั่นใจขึ้นอยู่กับการเตรียมความพร้อม ซึ่งเราได้เตรียมการมา 2 ปีแล้ว นอกจากนี้ ยังมีการพบปะกับที่ปรึกษาชาวต่างชาติกว่า 10 ครั้ง และยังมีการลงพื้นที่ใกล้กับประสาทพระวิหารเพื่อดูสถานที่จริงทั้งทางบกและทางทะเลที่บริเวณเกาะกูด อย่างไรก็ตาม ผลการพิจารณาครั้งนี้ จะทราบอีก 4 สัปดาห์ข้างหน้า หรือประมาณปลายเดือนมิถุนายน 2554
เมื่อถามว่าการที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างชาติว่า เอะอ่ะอะไรประเทศไทยก็ยิงเข้าประเทศเพื่อนบ้าน นายกษิต กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ยังเป็นที่ปรึกษาของรัฐบาลกัมพูชาอยู่หรือไม่ พูดได้อย่างไรทำไมถึงให้ท้ายกัมพูชาตลอดเวลา มีเหตุผลอะไรที่ประเทศไทยจะทำร้ายประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา สิ่งสำคัญอยู่ที่ประเทศไทยไม่เคยกุเรื่องขึ้นมาเพื่อต้องการดินแดนของประเทศอื่น แต่ความเป็นจริงเราให้ความช่วยเหลือกัมพูชาเสมอมา เหตุใด พ.ต.ท.ทักษิณจึงพูดกล่าร้ายต่อไทย ขอให้คิดใหม่และพูดใหม่ในเรื่องนี้
ส่วนที่มีการมีปลุกระดมคนผ่านทางเฟสบุ๊กให้ไปชุมนุมประท้วงหน้าศาลโลกนั้น นายกษิต กล่าวว่า มีชาวกัมพูชาประมาณ 20 คน ไปชุมนุมบริเวณหน้าศาลโลกได้สักพักก็เดินทางกลับ โดยในกลุ่มผู้ชุมนุมดังกล่าวไม่มีคนไทยแต่อย่างใด เนื่องจากคนไทยรู้ว่าอะไรเป็นอะไร



