ข่าว

แดงราวีมาร์คไม่เลิกโวยกลางห้างรังสิต

แดงราวีมาร์คไม่เลิกโวยกลางห้างรังสิต

31 พ.ค. 2554

"เสื้อแดง"ราวี"อภิสิทธิ์"ไม่เลิก คราวนี้สาวรุ่นใหญ่โวยกลางฟิวเจอร์รังสิต ทวงถามเรื่องเบิกยา แถมด่าเป็นนายกฯเฮงซวย เจ้าตัวปรับมุขหาเสียงลั่นขอเป็นนายกฯอีก4ปี “ชวน” เจอ “พนง.การเคหะฯเสื้อแดง”ตะโกนด่าด้วย ระหว่างช่วยลูกบัญญัติหาเสียง ด้าน “นิพนธ์” ไม่เสียแร

(31พ.ค.)  ที่ฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต เมื่อเวลา 17.45 น. นายอภิสิทธิ์ เวชาชีวะ นายกฯและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เดินทางมาหาเสียงขอคะแนนที่ห้างสรรพสินค้าฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ให้ความสนใจมาขอถ่ายรูป จับมือและทักทาย และปรากฏว่ามีสามี-ภรรยาอายุประมาณ 50 ปี สวมเสื้อสีแดง โดยฝ่ายภรรยาได้ตะโกนโวยวายว่า "ขอเจออภิสิทธิ์หน่อย ทำไมถึงเจอไม่ได้ อยากจะถามว่าเรื่องการรักษาพยาบาลของประชาชน ยาแคลเซียมรักษาเข่ายา 30 บาทเบิกได้  แต่ทำไมรักษาฟรีถึงเบิกไม่ได้ เป็นการโกหกประชาชน นายกฯเฮงซวย"

 สามีและเจ้าหน้าที่ได้พยายามห้ามปรามและกั้นให้ไปจากพื้นที่ แต่ยังได้มีการตะโกนด่าอย่างต่อเนื่องว่าคนชั่วคนเลวไปช่วยมันทำไม โรคชั่วๆ รักษาไม่ได้หรอก จากนั้นประชาชนที่มามุงดูนายอภิสิทธิ์ส่วนหนึ่งตะโกนขับไล่ผู้หญิงคนดังกล่าวให้ออกไป โดยไม่มีเหตุรุนแรงอะไร

 "อภิสิทธิ์"ปรับมุขหาเสียงลั่นขอเป็นนายกฯอีก4ปี

 อย่างไรก็ตามเมื่อเวลา 16.30 น. นายอภิสิทธิ์ ได้ปราศัยหาเสียง กับกลุ่มพนักงานโรงงาน บริษัท ซี.พี.ค้าปลีกและการตลาด จำกัด อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี โดยมีการปรับเนื้อหาในการพูดปราศัยให้ต่างจากทุกเวทีปราศัยก่อนหน้านี้ โดยวันนี้มีการสอดแทรกข่าวรายวันที่มีการพาดพิงตัวของนายอภิสิทธิ์และพรรคประชาธิปัตย์มาตอบโต้บนเวทีด้วย

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า สองปีที่ผ่านมามีคนสบประมาทว่าตนกับนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เป็นเด็กสองคน แต่ก็สามารถทำให้เศรษฐกิจที่ติดลบก็เป็นบวก การส่งออกและจำนวนนักท่องเที่ยวสูงเป็นประวัติการณ์ หนี้ของประเทศไม่ลุกลามบาน และตนขำที่ฝายตรงข้ามพยายมสร้างกระแสว่าตนดีแต่พูด พูดแล้วไม่ทำ ตนก็มานับดูว่าอะไรที่ไม่ได้ทำบ้าง รวมทั้งนายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ก็บอกว่าตนไม่ทำตามคำพูด ตนก็บอกว่าท่านชวนไปสุพรรรณแล้วตนไมได้ไปเท่านั้น แต่ตนทำให้ประชาชนแล้ว อาทิ เรียนฟรี 15 ปี ที่เกิดขึ้นครั้งแรก  โครงการปประกันรายได้เกษตรกร ดังนั้นที่เคยพูดทำไปแล้ว และที่จะพูดต่อไปทำได้ทำจริงและทำทันที มีคนถามว่าอยากทำอะไรก่อน ตนบอกว่าปัญหาอันดับหนึ่งคือปากท้องของแพง

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวตอนหนึ่งถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในประเทศว่า สองปีตนต่อสู้เต็มที่ด้วยความอดทนอดกลั้น ถ้ามีโอกาสอีกสี่ปี ตนจะทำให้บ้านเมืองที่ยึดหลักกฎหมายให้เป็นกฎหมาย ถูกเป็นถูกผิดเป็นผิด และจะต่อสู้กับคนเลี่ยงกฎหมาย บิดเบือนกฎหมาย และเอาอำนาจต่างๆให้ล้างความผิดแล้วบอกให้ลืมกันไปหรือมาข่มขู่คุกคามกัน ดังนั้นตนต้องสู้ตรงนี้ เพราะบ้านเมืองมีปัญหานี้ตลอด

 “สองปีที่ผ่านมาผมพยายามยืนสู้ ถ้าได้เป็นรัฐบาลอีกนี่คือความตั้งใจสูงสุด ถ้าเที่ยวนี้ได้กลับไปเป็นนายกต่อเนื่อง คราวที่แล้ว 2 ปี  ก็เป็น 6 ปี ซึ่งรัฐธรรมนูญบอกให้เป็นได้ 8 ปี ก็ถือว่าอีก 4 ปีผมก็จะลุยเต็มที่ ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่ออีกว่า ตนอยากให้เป็นบ้านเมืองที่สงบต้องทำตรงนี้ให้สำเร็จ ส่วนเศรษฐกิจไม่ต้องห่วงเพราะเราวางรากฐานให้เข้มแข็งแล้ว และวันศุกร์นี้ตนจะประกาศนโยบายเศรษฐกิจ แต่ทั้งนี้บ้านเมืองต้องอยู่บนหลักของความถูกต้องก่อน เพราะพรรคเพื่อไทยบอกว่างานแรกเขาจะออกกฎหมายนิรโทษกรรมโดยอ้างความปรองดองทั้งที่ตนมองว่ามันเป็นความขัดแย้งระรอกใหม่

 “ขอให้เลือกรัฐบาล เลือกคนที่ทำงานให้ประชาชน อย่าเลือกคนที่มาแก้ปัญหาให้นักการเมืองด้วยกันเอง วันนี้ต้องให้ปัญหาประชาชนเป็นตัวตั้ง วันนี้อนาคตที่อยู่ในมือของท่านในวันที่ 3 ก.ค. สำคัญมาก พรรคการเมืองใหญ่สองพรรคแข่งขันกัน พรรคอื่นจะบอกว่าร่วมกับเพื่อไทยก็ได้หรือปชป.ก็ได้ ก็มีสองพรรคมาบ่นกับตน ตนบอกว่าทราบ ทั้งนายเนวิน ชิดชอบ และนายบรรหาร ศิลปอาชา ก็มาบ่นเพราะตนไม่ตามใจ ซึ่งตนไม่มีอะไรส่วนตัว แต่ตนเป็นหัวหน้ารัฐบาล ต้องรับผิดชอบในภาพรวม อะไรที่ตนเห็นว่าควรทำก็ทำ  แต่อะไรที่เห็นไม่ควรทำตนก็ไม่ตามใจ และให้เหตุผลไปซึ่งก็ทำงานกันด้วยดี

 “ แต่ถ้าหงุดหงิดแล้วบอกว่าจะยกมือให้ผมเป็นนายกแล้วผมต้องตามใจทั้งหมด ผมบอกว่าถ้าอย่างนั้นผมเป็นไม่ได้ และถ้าไม่อยากให้คนเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองใหญ่มาคอยตามใจกับการต่รองกับพรรคการเมืองต่างๆ ก็ขอให้เลือกพวกผมไปเยอะๆ ให้พรรคประชาธิปัตย์เกิน 250 เสียง ปัญหาเหล่านี้ก็หมดไป ไม่ต้องมาเพียงมาต่อรอง ”นายอภิสิทธิ์ กล่าว

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกตอนหนึ่งว่า บางพรรคชี้หน้าด่าพรรคประชาธิปัตย์ว่าทำให้ของแพงแต่ไม่มีพรรคไหนเสนอทางแก้ไข แต่พรรคประชาธิปัตย์ดูทั้งต้นทุนไม่ให้มีการเอารัดเอาปรียบ และทางเดียวคือต้องเพิ่มรายได้ให้ประชาชน ดังนั้นค่าแรงที่ปรับเมื่อต้นปีทั้งรัฐวิสาหกิจ และข้าราชการที่ปรับเมื่อเดือนเม.ย. แต่เรารู้ว่ายังไม่พอ ส่วนขึ้นเมื่อไรนั้ ก็ตอบว่าคาดว่าเดือนมิ.ย. คณกรรมการไตรภรคีควรจะปรับค่าแรงตามค่าคอรงชีพครั้งหนึ่ง แต่นโยบาย 2 ปี ปรับ 25% จะทำวบคู่กับการดูแลภาคธุรกิจ และนโยบายใดลดภาระค่าใช้จ่ายก็ทำต่อเนื่อง อาทิ โครงการกู้ซื้อบ้านมีวงเงิน 2.5 หมื่นล้าน ถ้ากลับเป็นรัฐบลจะเพิ่มอีก 2.5 หมื่นล้าน และรับปัญหาเกี่ยวกับการกู้จะนำไปตรวจสอบ เช่น ร่วมกู้ทำได้หรือไม่ หรืออายุ 40 ปีกู้ได้หรือไม่ ตนจะดูว่าผ่อนคลายได้หรือไม่ ส่วนการแก้หนี้นอกระบบจะเปิดรอบใหม่ส.ค.ก็จะมีการปรับปรุงหลักเกณฑ์

 ส่วนที่ถามว่าคนเรียนปริญญาโทที่ต้องการกู้เงินจากกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษานั้น นายอภิสิทธิ์  กล่าวว่า ที่มีปัญหาตอนนี้ คือ มีป.ตรีขอกู้แล้วไม่มีให้กู้ ดังนั้นต้องเพิ่มทุนอีก 2.5 แสนทุน ส่วนป.โทนั้นขอให้ใจเย็นๆ เพราะหลักคิดของพรรคประชาธิปัตย์คือให้คนที่มีความจำเป็นก่อน

 สำหรับนโยบายของพรรคเพื่อเพื่อไทยด้านการศึกษาที่จะแจกคอมพิวเตอร์ให้เด็กนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ต้องใช้เงินแสนกว่าล้านบาท ถามว่าจะเลิกโครงการอะไร รวมทั้งค่าแรงที่บอกว่าแข่งกับเพื่อไทยตนแข่งไม่ไหว เขาบอกว่าขึ้น 300 บาททันที เพราะตนบอกว่าตนคุยกับภาคธุริจแล้ว เพราะถ้าให้ขึ้น 300 บาททันทีประกาศได้แต่จะมีคนตกงานเยอะมากเพราะธุรกิจอยู่ไม่ไหว โดยเพาะพื้นที่ห่างไกลที่รับ 150 บาท/วัน เพิ่มเท่าตัวก็รับไม่ไหว

“ชวน”เจอ“พนง.การเคหะฯเสื้อแดง”ตะโกนด่า

 ที่สำนักงานการเคหะแห่งชาติ คลองจั่น บางกะปิ  เมื่อเวลา 16.00 น. นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) พร้อมแกนนำพรรคปชป. อาทิ นายนิพนธ์ บุญญามณี นายนิพนธ์ วิสิษฐ์ยุทศาสตร์ รวมถึงนายสุรบภ หลีกภัย หรือน้องปลื้มบุตรชายนายชวน ได้ลงพื้นที่ช่วยนายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน บุตรชายนายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคปชป. และผู้สมัครส.ส.เขต 15 บางกะปิ กทม.หาเสียง

 โดยนายชวนได้พานายณัฏฐ์แจกโบร์ชัวร์ตามแผนกต่างๆในอาคารสำนักงานทั้งนี้มีเจ้าหน้าที่การเคหะเข้าให้กำลังใจขอลายเซ็นตลอดจนมอบดอกกุหลาบแดงให้นายชวน โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่หญิงหลายคนได้รุมขอถ่ายรูปด้วย

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อย่างไรก็ตาม เมื่อนายชวนเดินผ่านแผนกกองบริหารสินเชื่อ ได้มีเจ้าหน้าที่หญิงคนหนึ่งอายุราว 40 ปี ซึ่งนั่งหลบอยู่ที่โต๊ะทำงานไม่ไกลนัก ได้ตะโกนออกมาด้วยเสียงดังว่า “พรรคฆ่าประชาชน” และเมื่อเพื่อนเจ้าหน้าที่ด้วยกันทำการห้ามปราม หญิงดังกล่าวยังไม่ยอมลดละ ตะโกนซ้ำอีกว่า “ ก็พรรคฆ่าประชาชนนี่นา ” ขณะที่นายนิพนธ์ กล่าวตอบโต้แบบลอยๆว่า “ ต้องถามว่าฆ่าที่ไหน ที่ตากใบหรือกรือเซะ ” ทั้งนี้ในช่วงเวลาดังกล่าวนายชวนไม่ได้ให้ความสนใจ ยังคงแจกโบรชัวร์ต่อไปด้วยสีหน้าเรียบเฉยและเดินผ่านไป อย่างไรก็ตามในช่วงขากลับ นายชวนได้เดินผ่านจุดดังกล่าวอีกครั้ง และตั้งใจหยุดแจกลายเซ็นตรงหน้าโต๊ะหญิงคนดังกล่าว แต่หญิงคนดังกล่าวไม่มีท่าทีอะไรอีก นอกเสียจากได้ถอดเสื้อสูทออกเพื่อโชว์ภายในที่สวมเสื้อยืดลายขวางสีแดง

 ขณะที่นายชวนกล่าวหาเสียงกับบรรดาเจ้าหน้าที่การเคหะตอนหนึ่งว่า หลายคนที่ทำงานอยู่ในกทม.คงทราบถึงสถานการณ์ต่างๆดี ซึ่งน่าเห็นใจนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯและขอให้กำลังใจ เพราะต้องเผชิญความยากลำบากในการทำงานทั้งในและนอกสภา ตนเข้าใจนายกฯดีว่าทำงานเหนื่อยยากขนาดไหน เพราะขณะที่ทำงาน อีกฝ่ายก็กลั่นแกล้ง

 ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า หลังจากใช้เวลาที่สำนักงานการเคหะแห่งชาติ ประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นคณะของนายชวนได้ขึ้นรถปราศรัยเพื่อไปหาเสียงต่อกับประชาชนที่จับจ่ายซื้อของภายในตลาดการค้าแฮปปี้แลนด์ ก่อนจะไปสมทบกับคณะของนายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคปชป.ที่ย่านหัวหมาก โดยนายชวน กล่าวว่า ขอให้ประชาชนเลือกเบอร์ 10 เพราะพรรคปชป.เป็นพรรคเดียวที่อยู่ยั่งยืนยงมาได้โดยไม่ถูบยุบ แม้จะมีคนไปฟ้องและวิ่งเต้นศาลให้ยุบปชป.แต่ไม่โดนเพราะไม่ได้ทำผิด แต่ยอมรับว่าปัญหายังมีอยู่ โดยเฉพาะเรื่องข้าวของแพง ซึ่งแพงไปทุกประเทศ ตนเป็นลูกแม่ถ้วนซึ่งแม่ค้าจึงเข้าใจดี แต่เศรษฐกิจในด้านอื่นก็ดีขึ้นตามลำดับจากการบริหารของนายอภิสิทธิ์