ข่าว

นักการเมืองกับรัฐบุรุษ

นักการเมืองกับรัฐบุรุษ

01 มิ.ย. 2554

มีคำกล่าวว่า “นักการเมืองนึกถึงแต่วันนี้ ส่วนรัฐบุรุษนึกถึงวันหน้า” หรือขยายความให้ชัดเจนขึ้นไปอีกได้ว่า “นักการเมืองนึกถึงแต่ผลประโยชน์ของตนเองในวันนี้ ส่วนรัฐบุรุษนึกถึงประโยชน์สุขของชาติบ้านเมืองในวันข้างหน้า” ซึ่งหากถือตามนี้แล้ว ก็อาจพูดได้ว่าประเทศ

 ความหมายของรัฐบุรุษนั้น คือผู้นำทางการเมือง ทางทหาร หรือสังคม ที่ทำคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติ เช่นนำพาบ้านเมืองผ่านพ้นภาวะวิกฤติ สร้างความเป็นปึกแผ่น ความเจริญรุ่งเรือง หรือวางโครงสร้างทางสังคม เศรษฐกิจและการเมือง ส่วนนักการเมืองที่เห็นๆ กันอยู่ ก็คือคนที่แสวงหาผลประโยชน์และอำนาจทางการเมือง และทำทุกทางเพื่อการได้มาซึ่งผลประโยชน์และอำนาจดังกล่าว

 ดังนั้น ขณะที่รัฐบุรุษจะต้องเป็นผู้ที่มีวิสัยทัศน์ รักชาติ ยอมเสียสละเพื่อชาติ นักการเมืองส่วนใหญ่ก็มักจะปราศจากคุณสมบัติเหล่านี้ โดยไม่มองอะไรไกลไปจากตัวเองและพวกพ้อง และแทนที่จะ “รักชาติยิ่งชีพ” คนพวกนี้ก็จะ “รักชีพของตนยิ่งกว่าชาติ” เสมอ

 อันที่จริงแล้ว สิ่งที่ประเทศชาติต้องการก็คือการเมืองที่ดีๆ ซึ่งจะเป็นพื้นฐานที่ทำให้บ้านเมืองมีความสงบร่มเย็น มีเสถียรภาพทางสังคมและเศรษฐกิจ และมีความสามารถในการแข่งขันในด้านต่างๆ ในเวทีโลก แต่ก็นั่นแหละครับ การเมืองที่ดีย่อมมาจากนักการเมืองที่ดี ตราบใดที่เราไม่มีนักการเมืองที่ดี ก็คงไม่สามารถที่จะมีการเมืองที่ดีได้ หรือในทางกลับกันถ้าเราไม่มีรูปแบบหรือบรรทัดฐานทางการเมืองที่ดี ก็คงยากที่จะเห็นนักการเมืองที่ดีเช่นเดียวกัน

 แม้ระหว่างการเมืองกับนักการเมืองจะฟังดูเป็นปัญหาโลกแตก ไม่ต่างไปจากไก่กับไข่อะไรเกิดก่อนกัน แต่ผมก็คอนเฟิร์มว่าการเมืองที่ดีต้องเริ่มที่นักการเมืองที่ดี เพราะถึงแม้จะออกแบบระบบมาดีเลิศประเสริฐศรีเพียงไร แต่ถ้าได้คนที่ไม่ดี คอยคิดแต่จะลดเลี้ยวหาช่องโหว่ หรือลักไก่เปลี่ยนแปลงแก้ไขกฎเกณฑ์ต่างๆ ต่อให้ระบบนั้นดีแสนดีขนาดไหนก็คงจะไปไม่รอดหรอกครับ ดังนั้น ประการแรกสุด นักการเมืองจึงควรจะต้องมีจริยธรรม มีคุณธรรม มีศีลธรรม เคารพกฎเกณฑ์กติกา เล่นตามเกมตามกฎ และมีจิตใจเป็นสุภาพบุรุษ

 ในช่วงก่อนการเลือกตั้งครั้งนี้ ผมคิดว่าน่าจะเป็นโอกาสอันดี ที่นักการเมืองทั้งหลายจะปรับเปลี่ยนความคิดของตนเสียใหม่ ด้วยการต่อสู้กันด้วยเหตุผล ด้วยนโยบายของพรรค และด้วยการแสดงวิสัยทัศน์ เยี่ยงสุภาพชนและปัญญาชน ยิ่งกว่าการเอาชนะคะคานกันโดยไม่คำนึงถึงความผิดชอบชั่วดี หรือใช้วิชามารต่างๆ ที่เหนือไปกว่านั้นก็คือต้องยอมรับการตัดสินของประชาชนด้วยจิตใจที่สงบ เพื่อเป็นแบบอย่างของคนรุ่นต่อไป และต้นแบบของสังคมในอนาคต

 เมื่อมีนักการเมืองที่ดี และมีการเมืองที่ดีแล้ว เราก็คงจะมีโอกาสได้เห็นเมืองไทยที่ดีขึ้นด้วย ซึ่งเมื่อถึงวันหนึ่งข้างหน้าบ้านเราเมืองเราก็อาจจะมีรัฐบุรุษอย่างลี กวน ยู หรือ ดร.มหาธีร์ โมฮัมหมัด สักคนสองคน

 ครับ และเมื่อถึงเวลานั้นแล้ว ผมคิดว่าคนไทยคงไม่ได้สนใจหรอกครับว่า เขาคนนั้นจะเป็นใครมาจากไหน แต่ขอให้เป็นคนที่มีวิสัยทัศน์ รักชาติ เสียสละเพื่อชาติ และทำคุณประโยชน์เพื่อชาติอย่างแท้จริงเท่านั้น