
กกต.พาตัวแทนนักการเมือง-สื่อบุกโรงพิมพ์บัตร
"กกต."พาตัวแทนนักการเมือง-สื่อ บุกโรงพิมพ์กองสลากดูขั้นตอนการผลิตบัตรเลือกส.ส.บัญชีรายชื่อ ด้านผอ.กองสลาก แจงขั้นตอนการพิมพ์ ยันขั้นตอนโปร่งใน ตรวจสอบได้ ย้ำไม่สามารถเคลือบสารบางช่องลงคะแนนได้ เผย หากพบบัตรชำรุดทำลายทันที ด้านเลขากกต.แจงพิมพ์บัตรเกิน
(31พ.ค.) ที่โรงพิมพ์สำนักงานกองสลาก สุขุมวิท 63 นายประพันธ์ นัยโกวิท กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง พร้อมด้วยนายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการกกต. นำตัวแทนพรรคการเมือง อาทิ พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อไทย ชาติไทยพัฒนา การเมืองใหม่ รักษ์สันติ และสื่อมวลชนร่วมตรวจสอบขั้นตอนกระบวนการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ที่โรงพิมพ์สำนักงานกองสลากโดยมีนายวันชัย สุระกุล ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พร้อมด้วยผู้บริหารสำนักงานกองสลาก ชี้แจงถึงกระบวนการแต่ละขั้นตอนในการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้ง
นายวันชัย กล่าวว่า การจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ จะจัดพิมพ์ทั้งสิ้นจำนวน 53 ล้าน 5 แสนฉบับ และพิมพ์บัตรตัวอย่าง 470,000 ฉบับ ซึ่งมีขนาดเท่ากระดาษ A4 โดยมีจำนวนพรรคการเมือง 40 พรรค ซึ่งพิมพ์ทั้งชื่อพรรคและหมายเลข ทั้งนี้ ขั้นตอนในการพิมพ์จะมีการใส่รหัสบัตรเลือกตั้ง ที่กองสลากออกร่วมกับกกต. ซึ่งกระบวนการพิมพ์จะควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์ และทำการตรวจสอบหลังการพิมพ์เสร็จสิ้น หลังจากนั้นจะมีการเย็บเล่ม ซึ่งบัตรเลือกตั้ง 1 เล่ม จะมี 25 ฉบับ นอกจากนี้ จะมีเจ้าหน้าที่ กกต. ร่วมควบคุมตรวจสอบทุกขั้นตอนการจัดพิมพ์ และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำการทุกจุด รวมถึงมีการติดตั้งกล้องวงจรปิด (ซีซีทีวี) ตลอด 24 ชั่วโมง
นายวันชัย กล่าวต่อว่า กระบวนการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้ง ได้เริ่มจัดพิมพ์ไปตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค. จนถึงวันที่ 21 มิ.ย. รวมทั้งหมด 28 วัน ตั้งแต่เวลา 07.30-23.30 น. ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ ซึ่งทางกองสลากจะพิมพ์ให้แล้วเสร็จตามกำหนด ซึ่งขณะนี้จัดพิมพ์ไปแล้วร้อยละ 21 ทั้งนี้ กองสลากได้จัดทำคู่มือเกี่ยวกับขั้นตอนการพิมพ์บัตรเลือกตั้งให้กับพนักงานเพื่อให้เกิดความชัดเจน โดยเมื่อจัดพิมพ์และแยกบรรจุลงกล่องเรียบร้อยแล้ว กองสลากจะทำการส่งไปยังบริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด ถ.แจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ วันละ 1 เที่ยวๆ ละ 4 คัน รวมทั้งสิ้น 2 ล้านฉบับ
“สำนักงานกองสลากยืนยันว่า ขั้นตอนการพิมพ์บัตรแบบบัญชีรายชื่อมีความโปร่งใส เป็นไปตามกระบวนการ หากบุคคลใดมีความสงสัย หรือคลางแคลงใจ ก็สามารถตรวจสอบได้ กองสลากยินดีเปิดให้สารธารณชนร่วมสังเกตการณ์ อย่างไรก็ตาม ขอยืนยันไม่สามารถทำการเคลือบบัตรในบางช่องลงคะแนนได้ เนื่องจาก การพิมพ์จากแท่นพิมพ์เดียวกัน และไม่สามารถหยุดเครื่องพิมพ์เพื่อทำการเคลือบบางช่องได้"ผอ.กองฉลากกล่าว
นายวันชัย กล่าวว่า ทางกองสลากยังต้องเร่งผลิตให้ได้วันละ 2.8 ล้านฉบับ และหากจะทำได้ ก็จะต้องเปลี่ยนเครื่องพิมพ์ใหม่ทั้งชุด ทั้งนี้ หากพบว่ามีบัตรเลือกตั้งที่มีรอยเปื้อน หรือไม่ได้มาตรฐาน ทางกองสลากก็จะสั่งทำลายด้วยเครื่องซอยกระดาษ โดยมีเจ้าหน้าที่กกต. ร่วมกันทำลายด้วย
ด้านนายสุทธิพล กล่าวยืนยัน การพิมพ์บัตรเกินจำนวน เพื่อให้เพียงพอกับการเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตและนอกเขตเลือกตั้ง รวมถึงนอกราชอาณาจักรที่มีการลงทะเบียนไว้กว่า 3 ล้านคน เพราะหากไม่เพียงพอก็ไม่สามารถจัดส่งหรือพิมพ์เพิ่มเติมได้ รวมถึงอาจส่งผลให้การเลือกตั้งเกิดปัญหาขึ้นได้ ซึ่งการแจกจ่ายบัตรเลือกตั้งจะแจกทั้งเล่มโดยไม่มีการฉีกแบ่ง ซึ่งแบ่งเป็นหน่วยละ 825 ฉบับ เมื่อบัตรเลือกตั้งที่ส่งไปยังแต่ละเขตแล้ว จะมีการประทับตราบริเวณรอยต่อระหว่างบัตรเลือกตั้งและต้นขั้ว รวมถึงมีบัญชีการจัดสรรไปในแต่ละเขตอย่างชัดเจน
นายบุญเกียรติ รักชาติเจริญ รองเลขาธิการ กกต. กล่าวว่า การพิมพ์บัตรเลือกตั้งจากยอดผู้มีสิทธิเลือกตั้งจากกรมการปกครอง ณ วันที่ 31 ธ.ค. 53 มีจำนวน 47.3 ล้านคน ดงนั้นการจัดพิมพ์บัตรจะต้องเพียงพอต่อการจ่ายบัตรในวันเลือกตั้ง ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนี้มีหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด 94,000 หน่วย ซึ่งรวมถึงการเลือกตั้งนอกเขตจังหวัด และนอกราชอาณาจักรมียอดรวมทั้งหมดประมาณ 3 ล้านคน ซึ่งกกต.จำเป็นต้องพิมพ์เกินในจำนวนนี้ สำหรับผู้ขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า ด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นต้องพิมพ์บัตรจำนวน 53 ล้านฉบับ แต่การพิมพ์บัตรอาจมีการทับซ้อนกับจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 43 ล้านคน ซึ่งกกต.จะจ่ายบัตรตามบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งเท่านั้น โดยจะทราบยอดผู้มีสิทธิเลือกตั้งในวันที่ 12 มิ.ย. นอกจากนี้ เมื่อจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งเสร็จจะมีการประทับตรายาง โดยแบ่งเป็น 3 ประเภท คือ 1.ตรายางที่ใช้ในวันเลือกตั้ง (3 ก.ค.) 2.ตรายางสำหรับการเลือกตั้งล่วงหน้า และ 3.ตรายางแบบเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร



