
ศุภชัยอัดแม้วจ้อหวังคะแนนเสียงให้พท.
โฆษกพรรคภูมิใจไทย อัด ทักษิณ จ้อหวังคะแนนเสียงให้เพื่อไทย แนะควรพูดให้เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง สวนหมัดอัดเต้นนิยมชอบความรุนแรง แนะพรรคร่วมอย่าเพิ่งคิดสูตรตั้ง รบ. บอก ยิ่งลักษณ์ อย่าเพิ่งคิดตัดชุดนายกฯ ชู ปู่จิ้น ประสบการณ์เพียบ ภท. ได้ฤกษ์ปูพ
(31พ.ค.) ที่พรรคภูมิใจไทย นายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ถ้าพรรคเพื่อไทย ชนะการเลือกตั้ง อาจจะเกิดปฏิวัติเงียบ โดยใช้คำวินิจฉัยของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และอำนาจศาลว่า ไม่คิดว่าสิ่งที่ พ.ต.ท.ทักษิณพูดมาจะถูกต้อง เวลานี้ทั้งประเทศอยากให้เดินหน้าต่อไป ดังนั้นสิ่งที่พูดออกมา หากมีเจตนาดีต่อบ้านเมือง ก็ไม่ควรพูดเช่นนี้
“ผมยอมรับว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นบุคคลไม่ธรรมดา พูดอะไรออกมาสื่อต่างประเทศจะออกข่าวคำพูดของท่าน ถามว่า ประเทศชาติเสียชื่อเสียงหรือไม่ ได้รับการยอมรับนับถือจากสากลหรือไม่ คนเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี ไม่ควรพูดอย่างนี้ แต่ไม่ควรไปถือสา เพราะสิ่งที่พูดออกไปเพื่อต้องการเรียกคะแนนเสียงให้กับพรรคเพื่อไทย ” โฆษกพรรคภูมิใจไทย ระบุ
นายศุภชัย ยังกล่าวถึงการที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ระบุว่า ถ้าพรรคเพื่อไทยกลับมาเป็นรัฐบาลจะเดินหน้าการปรองดองว่า ต้องตีความหมายคำว่าปรองดองของคนทั้งชาติให้เหมือนกันก่อน เพราะตนเข้าใจว่า พ.ต.ท.ทักษิณพูดอย่างทำอย่าง เมื่อมาดูการเสนอวิธีคิดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้ปรองดองอย่างที่ประชาชนต้องการ วันนี้ยอมรับหรือไม่ว่า หลายคนที่อยู่ในบัญชีรายชื่อผู้สมัครของพรรคเพื่อไทย ยังเป็นที่สงสัยของสังคมโดยรวมว่า การกระทำที่ผ่านมาจนตกเป็นผู้ต้องหา ยังกังขาว่า เมื่อเข้ามาเป็นเขามาเป็น ส.ส. เพื่อต้องการมาปกป้องประเทศชาติ หรือมาปกป้องตัวเอง จากการได้รับเอกสิทธิ์คุ้มครอง เป็นวิธีคิดน่าเป็นห่วง ยังไม่หลุดพ้นจากผลประโยชน์
สวนหมัดอัด‘เต้น’นิยมชอบความรุนแรง
นายศุภชัย กล่าวถึงกรณีที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ของพรรคเพื่อไทย ปราศรัยที่ จ.นครราชสีมา ระบุว่า หากพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล แล้วพรรคภูมิใจไทยมาขอเป็นพรรคร่วมรัฐบาล จะนำแจกันขว้างใส่นายเนวิน ชิดชอบ แกนนำ ภท.ว่า เป็นสิ่งที่หน้าเป็นห่วง เพราะนายณัฐวุฒิเปรียบเสมือนตัวแทนของพรรคเพื่อไทย พ.ต.ท.ทักษิณ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และ คนเสื้อแดง เพราะการที่นายณัฐวุฒิคิดเอาแจกันมาขว้างใส่นายเนวิน แสดงให้เห็นถึงวิธีคิดว่านิยมใช้ความรุนแรง
นายศุภชัย กล่าวต่อไปว่า ในการชุมนุมทุกครั้งของนายณัฐวุฒิ ที่เป็นผู้นำชุมนุม มักพูดลักษณะใช้กำลังเสมอ ดังนั้นภาพที่ออกมาจึงไม่ใช่ภาพของความปรองดอง เพราะการใช้กำลังไม่ใช่วิธีของการปรองดองและสันติวิธีเลย จึงต้องถามต่อไปว่า หากผลการเลือกตั้งออกมาไม่ได้ดั่งใจ นายณัฐวุฒิจะให้คนทั้งประเทศนำแจกันออกมาที่ กทม.จนทำให้ท้องฟ้าใน กทม.เต็มไปด้วยแจกันหรือไม่
“เรื่องนี้ถือว่า น่าเป็นห่วงมาก เพราะกว่าจะถึงวันเลือกตั้งอีก 30 กว่าวัน ยังคิดเอาแจกันมาขว้างคนแล้ว หากเลือกตั้งเสร็จจะเอาอย่างอื่นมาขว้างอีกหรือไม่ จะนำน้ำมันมาเผาเหมือนที่นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง แกนนำเสื้อแดงพูดระหว่างการชุมนุมหรือไม่ ดังนั้นจึงขอฝากว่า หากพรรคเพื่อไทยอยากเป็นแนวสมานฉันท์ ให้นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทยออกมาพูดแทนดีกว่า เพราะเป็นพระเอกหนัง และรูปหล่อ พูดไพเราะ อย่าเอาแนวฮาร์ดคอร์ออกมาดีกว่า ” นายศุภชัย กล่าว
เมื่อถามว่า มองว่า เป็นการตอบโต้ที่พรรคภท. เคยระบุว่า ไม่อยากเป็นใบเฟิร์นประดับงานศพหรือไม่ นายศุภชัย กล่าวว่า น่าเสียใจที่นายณัฐวุฒิบอกอ่านหนังสือเยอะ แต่คงไม่ได้อ่านหนังสือแนวปรัชญา คู่มือมนุษย์ และหนังสือดีๆ หลายเล่มที่นายณัฐวุฒิ ไม่ได้อ่าน จึงขอให้ไปอ่าน เพราะมีปรัชญาแฝงอยู่ในนั้น แต่นายณัฐวุฒิยังไม่ถึงโลกุตระ (พ้นโลก อยู่เหนือวิสัยของโลก) ก็ต้องน่าเห็นใจ
แนะพรรคร่วมอย่าเพิ่งคิดสูตรตั้งรบ.
นายศุภชัย ยังกล่าวถึงกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ประเมินเสียงพรรคเล็กว่า รวมกันแล้วได้ประมาณ 100 เสียงว่า แล้วแต่นายสุเทพจะประเมิน เพราะเท่าที่มีการประเมินกันมี ส.ส.รวมกัน 700 คนแล้ว อย่างไรก็ตามเห็นว่า พรรคการเมืองทุกพรรค ไม่ควรเร่งรีบไปจนถึงจัดตั้งรัฐบาล ควรเร่งนำเสนอนโยบายให้ประชาชน เพราะยังมีเวลาเหลือเฟือ ซึ่งยังไม่รู้ว่า หลังการเลือกตั้งจะมีการเลือกตั้งซ่อมอีกกี่ครั้ง เพราะคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีเวลาในการแจกใบเหลืองใบแดงอีก 30 วัน หรือวันที่ 3 ส.ค. ดังนั้นจึงควรคิดแบบมีสติ
“น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่จำเป็น คิดไปตัดชุดนายกรัฐมนตรี ขณะนี้ยังมีเวลา ไม่จำเป็นว่านายกฯจะมีแค่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ หรือนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เพราะพล.ต.สนั่น ขจรประสาสน์ ที่พรรคชาติไทยพัฒนาเสนอมาก็มีสิทธิ์เช่นกันก็มีคุณสมบัติดียิ่ง มีเพียงข้อเดียวที่ไม่มีคือ ไม่ได้เป็นน้อง พ.ต.ท.ทักษิณ เท่านั้น สำหรับนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ภท.ก็พร้อมที่จะเป็นนายกฯ และอย่าลืมว่า หากนำหัวหน้าพรรค แต่ละพรรคมายืนเรียงกัน นายชวรัตน์ มีประสบการณ์บริหารราชการแผ่นดินมาเป็นอันดับต้นเป็นรัฐมนตรีมาหลายกระทรวง เป็นถึงรักษาราชการแทนนายกฯ ในยุคที่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ หลุดจากตำแหน่งนายกฯ แม้ในเวลานั้นจะมีเสียงจากแดนไกลมาบังคับขู่เข็ญให้นายชวรัตน์ยุบสภา แต่นายชวรัตน์ ก็ยังไม่ยุบให้บ้านเมืองเดินหน้าได้ ” นายศุภชัย กล่าว
ภท.ได้ฤกษ์ปูพรม6วันคลอดแผนปราศรัยใหญ่
นายศุภชัยกล่าวถึงกำหนดการปราศรัยของพรรค ว่า ในวันศุกร์ที่ 3 มิ.ย. 54 พรรคจะมีการปราศรัยใหญ่ ที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ในพื้นที่ของกรมปศุสัตว์ สามารถจุคนได้ 3-4 หมื่นคน ใช้ระยะเวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมงครึ่ง โดยเริ่มการปราศรัยตั้งแต่ 16.00 น. มีระยะเวลาไม่เกิน 19.00 น. อย่างไรก็ตามภายหลังจากการปราศรัยใหญ่ จะมีการปราศรัยย่อยต่อ เริ่มตั้งแต่วันเสาร์ที่ 4 มิ.ย.ถึงวันพุธที่ 8 มิ.ย. ไปยังจังหวัดต่างๆ โดยในวันเสาร์ที่ 4 มิ.ย. ไปปราศรัยที่ สุรินทร์ 3 เขต ส่วนวันอาทิตย์ที่ 5 มิ.ย. ที่ ศรีสะเกษ 2 เขต ส่วนวันจันทร์ที่ 6 มิ.ย. ที่ยโสธรและอำนาจเจริญ จังหวัดละ 1 จุด นอกจากนี้วันอังคารที่ 7 มิ.ย.จะปราศรัยที่ มหาสารคาม 2 จุด และขอนแก่นอีก 1 จุด และวันสุดท้ายเป็นวันพุธที่ 8 มิ.ย. พรรคจะไปปราศรัยที่ชัยภูมิ 1 จุด อย่างไรก็ตามในการปราศรัยใหญ่ของพรรคภูมิใจไทยทางนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย และหัวหน้าพรรค จะเดินทางไปร่วมปราศรัยด้วย
“เนื้อหาที่จะมีการปราศรัยเราจะนำนโยบายของพรรคไปบอกกับประชาชน ให้ประชาชนที่รับฟังแล้วกลับไปพิจารณา ไม่เน้นใช้วาทศิลป์ หรือกล่าวใส่ร้ายใคร ” นายศุภชัย กล่าว
นายศุภชัย กล่าวอีกว่า สำหรับการที่มีการตั้งข้อสังเกตกันว่า ทำไมถึงไม่มีการปราศรัยใน จ.บุรีรัมย์ ต้องขอบอกว่า จากผลสำรวจความนิยมผู้สมัครในบุรีรัมย์ พรรคชนะ พรรคคู่แข่งยกจังหวัด แม้ไม่ตรงกับผลโพลล์ที่ออกมาว่า พรรคมีคะแนนเพียงร้อยละ 3 เพราะฉะนั้นจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมีการปราศรัย ส่วนจังหวัดอื่นๆนั้น เชื่อว่า มีประชาชนที่ต้องการเลือกพรรคภูมิใจไทย แต่ที่เราลงพื้นที่ไปเพื่อไปบอกกับคนที่ยังไม่ได้ตัดสินใจ ให้หันมาเลือกพรรคเรา อย่างไรก็ตามในการปราศรัยย่อยจะมี นางพรทิวา นาคาศัย เลขาธิการพรรค นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รองหัวหน้า นายโสภณ ซารัมย์ ไปร่วมด้วยทุกเวที



