
มาร์คสั่งสุวิทย์จัดทีมล็อบบี้มรดกโลก
นายกฯอภิสิทธิ์ สั่งสุวิทย์เตรียมทีมล็อบบี้คณะกรรมการมรดกโลก เหน็บ"ทักษิณ"ไม่สลัดคราบกุนซือ"ฮุนเซน" ด้านสุวิทย์มั่นใจสามารถทำให้ยูเนสโกเข้าใจ รับเป็นไปได้ที่ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศตรึงเครียดขึ้น
(31พ.ค.) นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า นายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าคณะ รายงานการเดินทางไปร่วมประชุมกับผู้อำนวยการใหญ่ของสำนักงานยูเนสโก ได้รายงานภาพรวมการประชุมว่าแนวโน้มของที่ประชุมที่รับฟังความเห็นของประเทศไทยนั้นถือว่าดีขึ้น ซึ่งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวเสริมว่าตอนนี้จะเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่สำนักงานใหญ่ยูเนสโกให้ความสำคัญในเรื่องนี้และเข้ามาผลักดันช่วยให้มีทางออกอย่างจริงจัง
นายปณิธานกล่าวว่า นายสุวิทย์ยังรายงานว่า ผู้อำนวยการใหญ่ยูเนสโกระบุเจตนารมณ์ว่า จะหาทางยุติปัญหาเพื่อไม่ให้มีผลกระทบจากการปะทะกัน แม้ในการประชุมครั้งนี้จะยังไม่บรรลุข้อตกลงแ แต่ตอนนี้มีการพิจารณาร่างข้อตกลงที่สามประเทศจะไปดำเนินการหาข้อตกลงให้ได้ข้อยุติก่อนที่จะมีการพิจารณาใหม่ในเดือนมิ.ย. โดยมีการเลื่อนการเสนอการแผนพัฒนาพื้นที่ 4.6 ตร.กม.ออกไปก่อน โดยไทยกับกัมพูชาต้องไปดำเนินการให้บรรลุข้อตกลงตามร่างนี้
รายงานข่าวจากที่ประชุมครม.แจ้งว่า นายกฯได้มอบให้นายสุวิทย์ตั้งคณะทำงานเพิ่มเติมเพื่อติดต่อประสานงานล็อบบี้และอัพเดทข้อมูลเพื่อให้คณะกรรมการมรดกโกลเข้าใจจุดยืนของไทย โดยนายกฯกล่าวว่าเป็นครั้งแรกในรอบสองปี ที่ยูเนสโกมีความเห็นเข้าข้างไทย ทั้งนี้นายสุวิทย์แจ้งกับครม.ว่า การเลื่อนร่างพิจารณาการบริหารจัดการพื้นที่ในครั้งนี้ บางข้อนั้นเป็นเงื่อนไขที่ไทยรับไม่ได้ และบางข้อกัมพูชารับไม่ได้เช่นกัน หากยอมรับไปแล้วอาจมีผลต่อประเด็นการต่อสู้ และจำเป็นที่ต้องใช้ถ้อยคำที่เป็นรูปแบบชัดเจนเพื่อชี้แจงกับคณะกรรมการมรดกโลก ครม.จึงมอบให้นายสุวิทย์ไปศึกษาหาถ้อยคำที่เหมาะสมต่อไป
มาร์คเหน็บ"ทักษิณ"ไม่สลัดคราบกุนซือ"ฮุนเซน"
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า วันนี้นายสุวิทย์ได้รายงานเรื่องที่ไปประชุมถึงแนวทางจะเดินต่อเรื่องมรดกโลก ซึ่งขณะนี้คณะกรรมการต่างๆได้ร่างข้อมติไว้แล้วที่เสนอเลื่อนการพิจารณาแผนบริหารจัดการพื้นบริเวณรอบปราสาทพระวิหาร แต่เนื้อหายังมีอีกหลายเรื่องที่ยังไม่ทราบรายละเอียดของเอกสารที่อ้างอิงเกี่ยวข้องทั้งหมด ดังนั้นคณะทำงานของนายสุวิทย์จะไปเร่งดูว่าจุดยืนที่ไทยเสนอจะเป็นอย่างไรต่อไป และจะใช้เวลาช่วงนี้ทำความเข้าใจกับคณะกรรมการมรดกโลกซึ่งเป็นผู้ตัดสินว่าเหตุใดเราจึงมีข้อเสนอเลื่อนออกไป ส่วนกรณีที่กัมพูชาฟ้องศาลโลกนั้นตนได้คุยกับนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการรมว.ต่างประเทศยืนยันว่าทุกอย่างเป็นไปตามแนวทางที่เราเตรียมการสู้คดีเอาไว้
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายซก อาน รองนายกรัฐมนตรี กัมพูชาแถลงว่าไทยพ่ายแพ้ยับเยินในการประชุมร่วมกันกับคณะกรรมการมรดกโลก นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถ้าเป็นจริงแล้วกัมพูชาจะคัดค้านร่างข้อมติทำไม ดิ้นรนทำไมที่จะไปแก้ร่างข้อมติ ธรรมดาเป็นการรักษาหน้าของเขา เมื่อถามว่า หากเป็นเช่นนี้จะถูกนำไปขยายให้คนในประเทศไม่เข้าใจมากขึ้นหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คนในประเทศต้องดูตามข้อเท็จจริง อย่างไรก็ตามจะเดินไปทางไหนเรามีแนวทางรองรับไว้ทุกทางเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ ตนอยากขอความกรุณาว่าคนที่ชอบขยายผลให้กัมพูชาไม่ได้ช่วยประเทศควรมาขยายผลมุมมองของไทยเพื่อไปต่อสู้ ขอบคุณน.ส.พ.หลายฉบับที่เอาแนวทางการต่อสู้ในศาลโลกเผยแพร่ให้ชาวต่างประเทศได้เห็น ถ้าเราไปฟังกัมพูชาซึ่งเขามีปัญหาการเมืองภายในแล้วไปช่วยขยายให้ก็ไปเข้าทางเขา เอาชัดๆว่าถ้าในร่างข้อมติระบุไว้ว่ามีเรื่องของการเลื่อนการประชุมกมพูชาไม่พอใจแน่นอน และต้องหาทางออกพูดเรื่องอื่นไป
ต่อข้อถามว่า ขณะนี้มีความเคลื่อนไหวของชาวเขมรต่างแดนไปรวมตัวที่สถานทูตกัมพูชาที่กรุงเฮก เนเธอร์แลนด์ ในระหว่างที่ศาลโลกพิจารณาคำร้องของกัมพูชา นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คงไม่มีผลเพราะเราต่อสู้กันในศาล คงไม่ให้ไปใช้วิธีการเอามวลชนไปกดดันคงไม่ได้ กัมพูชาคงพยายามใช้ทุกรูปแบบ เพราะขณะนี้หลายเวทีที่พยายามทำไม่สำเร็จ เท่าที่ทราบในศาลโลกก็ไปพยายามพูดถึงว่าประเทศไทยไปรังแกพยายามเรียกร้องความเห็นใจจากประชาคมโลก ซึ่งไม่มีความจริงจะไปทำทำไมในเมื่อไทยช่วยกัมพูชาในช่วงที่ต้องปรองดองสร้างชาติกัน เพราะมีการรบกันหลายฝ่าย จนถึงวันนี้นโยบายการสนับสนุนการค้ายังทำเหมือนเดิมเพราะเราถือเป็นประเทศเพื่อนบ้าน แนวทางปีที่แล้วเราไม่ยอมรับข้อมติต้องไปโน้มให้กรรมการมรดกโลกเปลี่ยนแปลง ปีนี้กัมพูชาอาจจะต้องไปโน้มน้าวให้กรรมการเปลี่ยนแปลงในร่างข้อมติในการเลื่อนพิจารณาแผนออกไปเป็นธรรมดาที่ต้องต่อสู้กัน แต่ทางหนึ่งซึ่งไม่ควรทำตอนนี้คือไปถอนตัวออกจากมรดกโลกเพราะทุกคนจะไหลไปทางกัมพูชาหมด
ผู้สื่อข่าวถามว่า ล่าสุดพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์นิตยสารสเตท ไทม์ ระบุว่าไทยไปรุกรานเพื่อนบ้าน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนไม่อยากจะเชื่อว่าแทนที่จะพยายามปกป้องสิ่งที่เป็นความถูกต้อง และจุดยืนของคนไทยกลับพยายามไปพูดให้ต่างประเทศมาเข้าใจประเทศไทยผิดไปอีก ไม่ทราบอาจจะเป็นอดีตที่ปรึกษานายกฯกัมพูชาหรือไม่เลยต้องพูดอย่างนั้น แต่อยากย้ำว่าความจริงปัญหาที่เกิดขึ้นตึงเครียดในยุคนี้ เพราะรัฐบาลก่อนหน้านี้ไปยอมกัมพูขาในเรื่องมรดกโลกจึงทำให้เรามาแก้ไข เราไม่ยอมขึ้นมาจึงทำให้กัมพูชาไม่พอใจเลยเกิดความตึงเครียดมากขึ้น ซึ่งจะให้ตนไปยอมกัมพูชาเพื่อให้ทุกอย่างมันเรียบร้อยคงไม่ได้ ต้องรักษาผลประโยชน์ของประเทศไทย
ด้านนายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าคณะเจรจามรดกโลก ประเทศไทย ให้สัมภาษณ์ว่า ผลจะออกมาอย่างไรนั้นก็แล้วแต่ศาลโลกจะพิจารณา แต่ที่เสนอไปคือการตีความคำพิพากษาของศาลโลกปี 2505 ซึ่งการที่ศาลโลกจะมีอำนาจสั่งออกมาใหม่ เนื่องจากไทยไม่ได้อยู่ใต้เขตอำนาจของศาลอีกต่อไปนั้น ตนคิดว่าการออกคำสั่งใหม่หรือการพิจารณาเรื่องใหม่ศาลก็จะทำ ตนเชื่อมั่นว่าหากเป็นเรื่องเดิมของการตีความคงจะไม่มีมาตรการของการบังคับใช้ชั่วคราวออกมาก่อน เพราะว่าการตีความนั้นไม่ใช่การบังคับ
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในระหว่างที่รอศาลพิจารณาสิ่งที่ทางรัฐบาลไทยจะทำคืออะไร นายสุวิทย์ กล่าวว่า ต้องรออย่างเดียวเท่านั้น แต่ในส่วนของตนก็ต้องทำหน้าที่คณะกรรมการไป ส่วนของศาลโลกนั้นกระทรวงการต่างประเทศก็ดูแลอยู่แล้ว ซึ่งคงจะไม่มีความพลิกผันไปกว่าที่เราเตรียมการไว้
เมื่อถามว่า มีแผนรองรับหรือมีอะไรที่ทำให้ประชาชนมั่นใจว่าไทยจะไม่เสียเปรียบ นายสุวิทย์ กล่าวว่า ตนมั่นใจว่าความพยายามที่ดำเนินการในช่วงสอง-สามปีที่ผ่านมา เราได้ทำความเข้าใจกับคณะกรรมการมรดกโลกในระดับหนึ่ง ทำให้มีการเลื่อนการพิจารณามาถึงสองครั้ง และครั้งนี้เป็นครั้งที่สำคัญ เพราะมีการเจรจาและทำความเข้าใจกันมากขึ้นกว่าเดิม และมีรายละเอียดมากขึ้นกว่าสองครั้งที่ผ่านมา ถ้าถามว่าตนมั่นใจไหม ตนก็ตอบว่ามั่นใจในการพูดคุยทำความเข้าใจกับคณะกรรมการมรดกโลกได้ โดยในเวทีนั้นเราก็ไม่รู้ว่าความคิดของแต่ละประเทศจะเป็นอย่างไร เพราะมีหลายประเทศที่ให้ความช่วยเหลืองบประมาณแก่กัมพูชา แต่ตนหวังว่าประเทศเหล่านี้จะเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นกับไทย
นายสุวิทย์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ทางยูเนสโกก็เห็นไปในทิศทางที่เป็นบวกกับเรา และการดำเนินการเจรจาในช่วง 3 วันที่ผ่านมาก็เป็นไปในทางบวกที่เดินมาครึ่งทาง เหลืออีกครึ่งทางก็จะเดินต่อไป
เมื่อถามว่า ในที่ประชุมครม.วันนี้ มีข้อสังเกตและมีการายงานอย่างไรบ้าง นายสุวิทย์ กล่าวว่า มีการรายงานถึงประเด็นปัญหาข้อติดขัดของผลการเจรจา เนื่องจากทางกัมพูชาไม่เห็นด้วยกับข้อมติการเลื่อนการประชุมของยูเนสโก ซึ่งตรงนี้ทำให้กระบวนการเจรจาต้องหยุดชะงักไป แต่การดำเนินการที่จะมีการประชุมมรดกโลก ในวันที่ 19 - 29 มิ.ย.นี้ ตนก็จะเดินทางไปล่วงหน้าก่อน 1-2 วัน เพื่อพบปะพูดคุยกับผู้ที่เกี่ยวข้องอีกครั้งหนึ่ง
ผู้สื่อข่าวถามว่า ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชาขณะนี้เป็นอย่างไร นายสุวิทย์ กล่าวว่า เราเป็นประเทศเพื่อนบ้านจะแยกหนีกันไปไหนก็คงไม่ได้ ทางที่ดีคือเราต้องแสดงความจริงใจต่อกัน ซึ่งเรามีอยู่แล้ว รวมทั้งหาหนทางที่จะยุติข้อขัดแย้ง ซึ่งจริงๆแล้วในวันนี้หนทางก็คือเจบีซี การปักปันเขตแดนที่จะทำให้กระบวนการต่างๆยุติลงได้ ก็เป็นเรื่องที่ทางคณะกรรมการก็ต้องดำเนินการต่อไป
เมื่อถามว่า กังวลว่าความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชาจะตรึงเครียดขึ้นหรือไม่ นายสุวิทย์ กล่าวว่า ก็มีความเป็นไปได้ เพราะจากคำพิพากษาของศาลโลกเมื่อปี 2505 ที่ทำให้คนไทยต้องร้องให้ ตรงนี้ก็ไม่ได้แตกต่างกันเท่าไหร่ โดยแผนจัดการบริหารของคณะกรรมการมรดกโลกวันนี้ ก็มีเรื่องของแผนที่ มีความเกี่ยวเนื่องเรื่องอำนาจและอธิปไตยในเรื่องเขตแดนของประเทศไทย ที่อยู่ในแผนบริหารจัดการด้วย หากทางกัมพูชาไม่มีการปรับปรุงแก้ไขเพื่อไม่ให้เกิดการลุกล้ำอำนาจเขตแดน ตนเองก็มีความเป็นห่วงว่าหากแผนนี้ได้รับความเห็นชอบไปก็จะมีผลกระทบกับเรา เพราะทางกัมพูชาอาจนำไปอ้างกับศาลโลกหรือที่ไหนก็ได้



