ข่าว

คนสนิทเผยยิ่งลักษณ์ยังไม่ได้รับดีเบต

คนสนิทเผยยิ่งลักษณ์ยังไม่ได้รับดีเบต

31 พ.ค. 2554

ปชป.ตอบรับดีเบตเวทีองค์กรกลางฯ 23-24 มิ.ย. รอลุ้น “ปู” ร่วมแจมด้วย “บุญยอด”จวก“แม้ว”เอาเรื่องความสงบประเทศข่มขู่คนไทย "มาร์ค"ไม่กล้าหาเสียงรง.เขตปทุมธานี "ยิ่งลักษณ์"ดูงานศูนย์การเรียนรู้โซล่าฟาร์ม

(31พ.ค.) ที่พรรคประชาธิปัตย์ นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงความคืบหน้าในการดีเบต โชว์วิสัยทัศน์ทางการเมือง หลังจากที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัครบัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 พรรคเพื่อไทย ตอบรับที่จะดีเบตแล้วว่า ขณะนี้ได้รับการติดต่อจากองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตยร่วมกับหน่วยงานต่างๆ อาทิ ศูนย์วิจัยนโยบายภาครัฐ ม.ศรีปทุม สถานีโทรทัศน์ช่อง 11 สถานีโทรทัศน์ช่อง 9 และทีวีช่อง สปริงนิวส์ ที่จะจัดให้มีการดีเบตในวันที่ 23 และ 24 มิ.ย.นี้ โดยในวันที่  23 มิ.ย.นี้จะเป็นการประชันวิสัยทัศน์ระหว่างผู้สมัครบัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 ของ 6 พรรคการเมืองที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ส่วนในวันที่ 24 มิ.ย.จะเป็นการแสดงวิสัยทัศน์ระหว่างผู้สมัครบัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 พร้อมด้วยทีมงานอีก 2 คน จากทุกพรรคการเมือง ทั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์ได้ตอบรับที่จะเข้าร่วมงานดังกล่าวแล้ว และทราบว่าได้มีการส่งจดหมายไปยัง น.ส.ยิ่งลักษณ์ด้วยเช่นกัน โดยพรรคประชาธิปัตย์ยืนยันว่ามีความพร้อมที่จะเข้าร่วมการดีเบตครั้งนี้และอยากเห็นน.ส.ยิ่งลักษณ์นำเสนอนโยบายต่อประชาชน

ปูด3ยุทธศาสตร์สร้างกระแสป่วน

 นพ.บุรณัชย์ กล่าวว่า ขณะนี้มีความเคลื่อนไหวยุทธศาสตร์เพื่อสร้างกระแสข่าว โดยใช้เวทีกระแสโลกมากดดันประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งพบว่าล่าสุดเป็นการเคลื่อนไหวใน 3 แนวทางคือ 1.นำเสนอคะแนนนิยมที่สูงเกินจริง คือการยึดตัวเลข ส.ส.ที่ 270 เสียง เพื่อกำหนดผลเลือกตั้ง และเตรียมการกล่าวอ้างว่ามีการทุจริตหากไม่ได้คะแนนเสียงสูงอย่างที่ตั้งเป้าไว้ 2.หากผลเลือกตั้งออกมายังไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ตามกระบวนการรัฐธรรมนูญกำหนดที่ต้องใช้เสียงเลือกตั้งเกินกึ่งหนึ่งของรัฐสภาจะเกิดมีความเสี่ยงที่จะเกิดความวุ่นวาย และ 3. ผูกชะตากรรมของตัวเอง หากศาลพิพากษาตัดสินให้จำคุกและไม่สามารถล้างความผิดของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้ความสงบก็จะไม่กลับมาสู่ประเทศไทย ดังนั้น ตนจึงขอเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ออกมาทำความเข้าใจเพื่อชี้แจงข้อมูลที่ถูกต้อง โดยเฉพาะความพยายามที่จะดึงองค์กรที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองเข้ามาผูกโยงให้เกี่ยวพันไปด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมและอันตราย

“บุญยอด”จวก“แม้ว”เอาเรื่องความสงบประเทศข่มขู่คนไทย

 ด้านนายบุญยอด สุขถิ่นไทย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า จากการที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศหลายแขนงภายใน 2 วันที่ผ่านมา ส่วนตัวคิดว่าไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่อาจจะเป็นการจัดจ้างให้สัมภาษณ์ ซึ่งตนไม่เชื่อในสิ่งที่พ.ต.ท.ทักษิณพูดในหลายประเด็น อาทิ พรรคเพื่อไทยจะชนะการเลือกตั้ง ฝ่ายตรงข้ามกระทำการขัดต่อกฎหมายและจริยธรรม และที่ระบุว่าไม่คิดกลับมาเพื่อเพิ่มปัญหาให้ประเทศไทย หรือกรณีเสนอให้มีผู้สังเกตการณ์จากนานาชาติเข้ามาในประเทศไทย ทั้งที่ประเทศไทยมีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)และองค์กรอิสระอยู่แล้ว

 นายบุญยอด กล่าวว่า ตนเชื่ออย่างเดียวคือ กรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณบอกว่า ตอนนี้อยู่ต่างประเทศ เพราะเคยชินแล้ว ทั้งการที่บอกว่าพกโทรศัพท์มือถือ 6 เครื่อง มีเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวบินมากว่า 10 ประเทศ ภายใน 10 เดือน มีรถยนต์หรู 4 คัน และได้ลงทุนทำเหมืองทองคำอยู่ ความเป็นอยู่สุขสาย และมีความสุขจากเงินภาษีของประชาชนที่โกงไป ดังนั้นก็ขออย่าได้กลับมาประเทศไทยอีก เพราะการที่ระบุว่า ความสงบจะไม่กลับมาสู่ประเทศไทย หากพรรคเพื่อไทยไม่ชนะการเลือกตั้งนั้น ถือเป็นการข่มขู่หรือแบล็กเมล์ต่อคนไทยทั้งชาติ ในการที่จะตัดสินใจไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งว่า หากพรรคเพื่อไทยไม่ชนะ ความสงบสุขก็จะไม่เกิดขึ้นในชาติไทย

"มาร์ค"ไม่กล้าหาเสียงรง.เขตปทุมธานี

 นาย สุทิน นพขำ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ปทุมธานี พรรคเพื่อไทยเขต 1 ได้ร้องเรียนผ่านสื่อเมื่อวานนี้ว่ามีข้าราชการวางตัวไม่เป็นกลางไปบอกให้ผู้บริหารโรงงานสั่งพนักงานเลือกตั้งพรรค รบ.แทน ทำให้ผู้บริหารโรงงานแปลกใจว่าทำไมรัฐบาลบอกว่าให้ข้าราชการวางตัวเป็นกลางแต่กลับให้ข้าราชการในจังหวัดปทุมธานีออกมาแนะนำโรงงานช่วยบอกคนงานขอคะแนนเลือกตั้งให้พรรครัฐบาลแทน

 นอกจากนี้หมายกำหนดการนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะเดินทางมาหาเสียงภายในโรงงานสแตนเล่ย์ เขตตำบลบ้านกลาง อ.เมือง จ.ปทุมธานี ในเวลา 16.00 น. จึงได้ย้ายแผนไปที่โรงงานซีพี ค้าปลีก ในเขต อ.ลาดหลุมแก้ว แทน จึงทำให้แกนนำเสื้อแดงปทุมธานีนำโดยนายวุฒิพงศ์ กชธรรคุณ แกนนำได้รวบรวมกลุ่มคนเสื้อแดงกว่า 300 คน จะไปต้อนรับนายอภิสิทธิ์ ที่เขต อ.ลาดหลุมแก้วด้วย

"ยิ่งลักษณ์"ดูงานศูนย์การเรียนรู้โซล่าฟาร์ม

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 พรรคเพื่อไทย ได้เดินทางไปที่ศูนย์การเรียนรู้โซล่าฟาร์ม ของบริษัทโซล่า เพาเวอร์ โคราช1 จำกัด ที่มีแผงเซลล์แสงอาทิตย์ ขนาด 210 วัตต์ จำนวนถึง 29,160 แผง เพื่อศึกษาข้อมูลไว้ สำหรับการจัดทำเป็นนโยบาย

คนสนิทเผยยิ่งลักษณ์ยังไม่ได้รับดีเบต

 นายวิม รุ่งวัฒนจินดา รองโฆษกพรรคเพื่อไทย ในฐานะคนใกล้ชิดน.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวถึงกรณีโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาให้ข่าวอ้างว่าสื่อของรัฐและองค์กรกลางพร้อมจัดดีเบตระหว่างน.ส.ยิ่งลักษณ์ กับ นายอภิสิทธิ์ ในวันที่ 23 - 24 มิ.ย.ว่า ไม่เป็นความจริง พรรคยังไม่เคยไปกำหนดวันดีเบตอะไรกับใคร น.ส.ยิ่งลักษณ์ระบุเพียงว่าพร้อมจะดีเบตในช่วงเวลาที่เหมาะสม แต่ช่วงนี้น.ส.ยิ่งลักษณ์มีกำหนดการลงพื้นที่หาเสียงเต็มแน่น จะต้องนำนโยบายไปชี้แจงกับประชาชนก่อน ขณะนี้คงยังไม่ถึงเวลา และพรรคยังไม่ได้รับกำหนดการดังกล่าวจากหน่วยงานใดเลย อย่างไรก็ตามถ้ามีนัดหมายมาเมื่อใดพรรคก็จะรับไว้พิจารณา

"นเรศวรโพล"ชี้9จว.เหนือสูสี2พรรค"พท.-ปชป."เบียดสนุก
 
 ผศ.ดร.จักร พันธ์ชูเพชร อาจารย์คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร พิษณุโลก เปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนถึง “นเรศวรโพล” เกี่ยวกับความนิยมของประชาชน 9 จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง ที่มีต่อพรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทยว่า ผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนภาคเหนือตอนล่าง 9 จังหวัด ในจำนวน 1,828 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 29-30 พฤษภาคม 2554 พบว่า ระบบบัญชีรายชื่อ คะแนนความนิยมสูงสุดเป็นพรรคเพื่อไทย ร้อยละ 23.2 ประชาธิปัตย์ ร้อยละ 22.2 ส่วนพรรคอื่นร้อยละ 4.5 และยังไม่ตัดสินใจร้อยละ 50.1

 สำหรับประเด็นอยากใครเป็นนายกรัฐมนตรี ร้อยละ 31.8 ยังต้องการให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นนายกฯ, ร้อยละ 29.6 ต้องการให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จากพรรคเพื่อไทยดำรงตำแหน่ง และคนอื่นร้อยละ 7.3 ยังไม่ตัดสินใจร้อยละ 31.2

 ส่วนความคิดเห็นที่ว่า กรณีพรรคที่ได้จำนวน ส.ส.สูงสุด ได้จัดตั้งรัฐบาล แต่ให้หัวหน้าพรรคอื่นเป็นนายกรัฐมนตรี รับได้หรือไม่ ผลก็คือ ร้อยละ 37.1 ตอบว่ารับได้, ร้อยละ 33.7 ระบุว่า รับไม่ได้ ไม่แสดงความคิดเห็นร้อยละ 29.2

 ขณะที่คำถามที่ว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีการซื้อสิทธิขายเสียงมากขึ้นหรือน้อยลง เมื่อเทียบกับครั้งที่ผ่านมา ผลคือ ซื้อเสียงมากขึ้นร้อยละ 52.2 ไม่แน่ใจร้อยละ 24.8 เท่าเดิมร้อยละ 15.9 น้อยลงร้อยละ 7.1

 นอกจากนี้ ยังมีการสำรวจความคิดเห็น กรณีพรรคที่ไม่ได้มีจำนวน ส.ส.มากที่สุด แต่สามารถรวบรวม ส.ส.จากพรรคอื่นในสภาได้เป็นเสียงข้างมาก แล้วจัดตั้งรัฐบาลสำเร็จ ผู้ตอบแบบสอบถาม ร้อยละ 50.1 ตอบว่า รับได้ ในกรณีนายกรัฐมนตรีหญิง จะมีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด นั้นร้อยละ 42.7 ไม่แน่ใจ

 ผศ.ดร.จักรกล่าวว่า สรุปแล้ว เท่าที่ได้ประเมินจากผลสำรวจความคิดเห็น พบว่า คะแนนนิยมของพรรคเพื่อไทยคงอยู่เท่าเดิม และเหนียวแน่น แต่คะแนนนิยมของพรรคประชาธิปัตย์ มีแต่ลดลง หรือไหลออกอย่างเดียว

"ปุระชัย"เดินหน้าหาเสียงขายนโยบายกำจัดคนชั่ว

 ที่ตลาดบางกะปิ วันที่ 31 พ.ค. ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ประธานพรรครักษ์สันติ ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับ 1 และนายธีรัจชัย พันธุมาศ ผู้สมัครส.ส.กทม. เขตบางกะปิ พร้อมทีมงาน ลงพื้นที่หาเสียงบริเวณตลาดบางกะปิ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีพ่อค้าแม่ค้า ประชาชนให้การต้อนรับพร้อมมอบดอกไม้และคล้องพวงมาลัยให้เป็นจำนวนมาก โดยร.ต.อ.ปุระชัย ได้มอบโปสเตอร์ไม้บรรทัดและนาฬิกาให้นายธีรัจชัย โดยระบุว่า ขอให้ทำหน้าที่อย่างเที่ยงตรงและเที่ยงธรรมจะได้อยู่ในใจประชาชน และในวันที่ 1 – 5 มิ.ย.นี้ ร.ต.อ.ปุระชัยจะลงพื้นที่หาเสียงในภาคอีสานได้แก่ นครราชสีมา ขอนแก่น อุดรธานี กาฬสินธุ์ และร้อยเอ็ด ซึ่งจะเอานโยบายปกป้องเด็กและเยาวชน ปราบยาเสพติดการค้ามนุษย์ และการบังคับใช้กฎหมายอย่างตรงไปตรงมา

 ร.ต.อ.ปุระชัย ให้สัมภาษณ์ถึงนโยบายของพรรคในส่วนเฉพาะกทม.ว่า พรรคประกาศนโยบายการทำงานที่สุจริต เพราะการทุจริตมีผลเชื่อมโยงทำให้ต้นทุนในทุกๆ ด้านแพงขึ้น ทำให้ประชาชนอดอยาก การจัดซื้อจัดจ้าง เช่น จีที 200 เก๊แต่ใช้งบถึง 2,000 ล้านบาท ไม่มีใครไปติดตามว่าเข้ากระเป๋าใครบ้าง เงินตรงจุดนี้สามารถสร้างโรงเรียน โรงพยาบาลได้เป็น 10 หลัง จึงขอยืนยันว่า หากได้ส.ส.ไม่ว่าจะไปเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล จะจัดการการทุจริตอย่างเฉียบขาด ทั้งนี้ในอดีตปี 2547 ตนเคยยื่นเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบกรณีกองทุนสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่มีรองประธานคนหนึ่ง มีข้อสงสัยว่าทุจริต 265 ล้านบาท ขณะนี้ผ่านไป 7 ปีแล้ว ตนสอบถามไป 3 ครั้ง แต่เรื่องยังอยู่ในชั้นอนุกรรมการป.ป.ช.เท่านั้น จึงขอเรียกร้องให้บรรดาองค์กรที่มีหน้าที่ตรวจสอบ ทำงานอย่างเข้มแข็ง เพราะที่ผ่านมามีหลายเรื่องส่งไปแล้วเงียบหาย

 ผู้สื่อข่าวถามถึงการรับแนวคิดการปฏิรูปการเมืองและแก้รัฐธรรมนูญที่คณะกรรมการปฏิรูปการเมืองที่มีนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกฯเป็นประธานเสนอมาผลักดันต่อ ร.ต.อ.ปุระชัย กล่าวว่า รับมาพิจารณา แต่ต้องดูว่า เรื่องไหนมีประโยชน์แอบแฝงให้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งก็ไม่เอา เพราะที่ผ่านมา บางฝ่ายชอบเสนอกฎหมายเข้าสภาตั้งองค์กร หรือกรรมกองทุน แล้วก็ไปโกงกัน อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่แล้ว ส่วนเรื่องแก้รัฐธรรมนูญต้องดูเป็นมาตรา ต้องแก้เท่าที่จำเป็น แต่ที่ผ่านมารัฐธรรมนูญไทยเขียนเองฉีกเองและป่วนกันเอง เขียนเพื่อประโยชน์แอบแฝงของตนเอง ดังนั้นต้องหาทางทำให้กระบวนการที่มามาจากประชาชน เหมือนที่มาของรัฐธรรมนูญ 2540

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการสัมภาษณ์ปรากฏว่า มีแม่ค้ารายหนึ่งได้สอบถามร.ต.อ.ปุระชัย ว่า ถ้าได้เป็นนายกฯจะปราบทุจริตได้จริงหรือไม่ ร.ต.อ.ปุระชัย กล่าวว่า แน่นอน แต่ถ้าเป็นฝ่ายค้านก็จะแก้ได้ในระดับหนึ่ง แต่ถ้าเป็นนายกฯจะทำลายคนชั่วได้มากขึ้น ซึ่งแม่ค้ารายเดิมได้สอบถามต่อว่า จะแก้ปัญหาสินค้า อาหาร หมู ไก่แพงอย่างไร เพราะนายทุนเอาเปรียบ ร.ต.อ.ปุระชัย กล่าวว่า นี่คือระบบทุนนิยมสุดขั้ว ทำให้ทุนใหญ่เอาเปรียบสังคม หน้าที่ของรัฐบาลต้องเน้นการดูแล ควบคุมตรวจสอบต้นทุนราคาที่แท้จริงเพื่อขายราคาที่เหมาะสม และต้องให้แข่งขันเสรี แต่ปัญหาตอนนี้คือมีการฮั้วกัน ซึ่งขอให้มั่นใจว่า ถ้าตนได้มาทำหน้าที่จะดำเนินการเรื่องนี้ ทั้งนี้ ร.ต.อ.ปุระชัย ได้ขอชื่อและเบอร์โทรศัพท์แม่ค้าคนดังกล่าว พร้อมขอจับมือและกล่าวชมเชยว่า เป็นคนพื้นที่จึงรู้จริงและอาจจะต้องขอคำแนะนำในเรื่องราคาสินค้าในตลาดด้วย