
ยึดพ.ร.บ.เดินหน้าปักเสาไฟแรงสูง ยันเจรจาตลอด-ชาวบ้านปฏิเสธ
อุดรธานี-กฟผ.เดินหน้าปักเสาไฟแรงสูง ไม่สนชาวบ้านต้าน ยันเจรจาตลอดแต่ถูกปฏิเสธ จึงต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.กิจการพลังงาน
ความคืบหน้ากรณีที่ กฟผ.นำเครื่องจักรรถ “แบ็กโฮ” พร้อมช่าง คนงาน ลงพื้นที่ก่อสร้างเสาไฟฟ้าแรงสูง 2 เสา ตามโครงการก่อสร้างสายส่ง 500 กิโลวัตต์ ระหว่างสถานีน้ำพอง 2-อุดรธานี 3 เพื่อเชื่อมสายส่งไฟฟ้าแรงสูงจาก สปป.ลาว สู่ระบบไฟฟ้าของไทย ทำให้เจ้าของที่ดินที่จะก่อสร้างนำชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ และนักศึกษาในภาคอีสาน รวม 20 คน รวมตัวคัดค้านโครงการจนถูกจับกุม
ล่าสุดเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมคดีขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงานตาม พ.ร.บ.กิจการพลังงาน พ.ศ.2550 จำนวน 15 คน ประกอบด้วย เจ้าของที่ดิน ชาวบ้าน นักศึกษา ที่ถูกควบคุมตัวไว้ที่ สภ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว หลังคณาจารย์ มข., นายก อบต.เสอเพลอ, ประธานสภา อบต.ใช้ตำแหน่งประกันตัว
ขณะที่ฝ่ายช่างการไฟฟ้าฝ่ายผลิต ได้นำรถแบ็กโฮ 1 คัน พร้อมพนักงานลงปรับพื้นที่ก่อสร้างเสาไฟฟ้าแรงสูงต่อ ซึ่งไม่ใช่จุดข้อพิพาท โดย กฟผ.ได้นำตำรวจบ้าน ผู้ช่วยเจ้าพนักงานตำรวจนอกพื้นที่ 20 นาย มาคอยดูแลความปลอดภัยให้พนักงาน
ตัวแทน กฟผ.ที่เข้ามาดูแลการก่อสร้าง กล่าวว่า ระยะทางจากสถานีไฟฟ้าน้ำพอง 2-อุดรธานี 3 ต้องก่อสร้างเสา 210 ต้น มีปัญหาที่บ้านเหล่ากล้วย 2 เสา และบ้านแม่นนท์ ต.หนองไผ่ อ.เมือง จ.อุดรธานี 1 เสาเท่านั้น มีการเจรจามาตลอดแต่ถูกปฏิเสธ จึงต้องปฏิบัติตามขั้นตอน พ.ร.บ.กิจการพลังงาน คือนำเงินค่าชดเชยไปวางที่ธนาคารออมสิน อีกทั้งคณะกรรมการกำกับพิจารณากิจการพลังงานจะเพิ่มวงเงินชดเชยให้ด้วย แต่ชาวบ้านก็ไม่ยอมจึงตัดสินใจขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม
ตัวแทน กฟผ.ชี้แจงว่า เดิมมีชาวบ้านคัดค้าน 55 ราย ได้ฟ้องต่อศาลปกครองขอนแก่น ศาลมีคำสั่งชัดเจนให้ กฟผ.ทำงานต่อไปได้ การจ่ายค่าชดเชยก็พิจารณาไปตามกระบวนการ มีชาวบ้านยอมรับค่าชดเชยจนเหลือจำนวน 15 ราย ที่ได้ไปร้องต่อศาลและกรรมการสิทธิ แต่งานของ กฟผ.ก็หยุดไม่ได้จึงต้องเดินหน้าให้ทัน ส่วนเรื่องคดีความที่เกิดขึ้นก็ว่าไปตามกระบวนการ
นายกิตติ นาทันตอง ผู้ใหญ่บ้านเหล่ากล้วย กล่าวว่า ผู้คัดค้านทั้ง 15 ราย ล้วนเป็นญาติกัน จุดที่ก่อสร้างเสาก็มีที่ดินของภรรยา ยอมรับว่าปัญหาหนักมาก เพราะต้องทำหน้าที่เป็นคนของรัฐ ขณะที่ชาวบ้านก็คัดค้านตลอด ส่วนที่ยอมก็ยอมแบบจำยอม
นายสนอง ชัยนะทาน อายุ 42 ปี 1 ใน 15 ผู้คัดค้าน เปิดเผยว่า ที่ดินบริเวณนี้เดิมเป็นของนายสง่า บุญโยรัตน์ พ่อตาตนเอง โดย กฟผ.ได้มาสร้างเสาไฟฟ้าแรงสูงห่างบ้านเพียง 50 เมตร ซึ่งบริเวณดังกล่าวได้แบ่งให้ลูกๆ เพื่อสร้างบ้าน แต่ทว่ามีปัญหาที่แนวสายไฟพาดผ่าน ทำให้ไม่สามารรถสร้างบ้านได้ จึงได้คัดค้านมาตลอด อีกทั้งเคยขอให้ กฟผ.ขยับออกไปห่าง 100 เมตร แต่ กฟผ.ก็ไม่ยอม



