ข่าว

"กษิต"นำทีมสู้คดีพระวิหาร5โมงเย็นนี้

"กษิต"นำทีมสู้คดีพระวิหาร5โมงเย็นนี้

31 พ.ค. 2554

"กษิต" นำทีมสู้คดีพระวิหาร ศาลโลก เย็นนี้ 5 โมง ตามเวลาเนเธอร์แลนด์ "วีรชัย" ทูตกรุงเฮก ตัวแทนรบ.ไทย รับมอบนำเสนอข้อมูลภาพรวม ตามด้วยที่ปรึกษากม.ฝ่ายไทย ขณะที่ ฮอร์ นัมฮง เป็นตัวแทนเขมรขึ้นกล่าวต่อศาล

(31พ.ค.) นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงการนำเสนอข้อมูลของฝ่ายไทยที่จะนำเสนอต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือ ศาลโลก ในวันนี้ (31 พ.ค.) กรณีที่กัมพูชายื่นขอคำร้องให้ออกมาตรการชั่วคราวระหว่างรอการพิจารณาให้ตีความคำพิพากษาคดีปราสาทพระวิหาร ปี 2505 ว่า ได้สรุปสาระสำคัญของผลการประชุมคณะรัฐมนตรีสมัยพิเศษเมื่อวันที่ 23 พ.ค.ที่ผ่านมา รวมถึงข้อเสนอแนะ แนวทางและข้อพึงระวังที่รัฐบาลไทยเสนอแนะให้คณะดำเนินคดีของฝ่ายไทยพิจารณาที่ผ่านมา ได้พบหารือกับที่ปรึกษากฎหมายระหว่างประเทศทั้ง 3 คนอย่างสม่ำเสมอและคณะทำงานของฝ่ายไทยก็ได้ดำเนินการเตรียมการอย่างใกล้ชิดกับที่ปรึกษาทั้ง 3 คนเป็นเวลากว่า 2 ปี

  สำหรับการลำดับ และการนำเสนอข้อมูลนั้น ในช่วงเช้าระหว่าง 10.00 - 11.00 น. ฝ่ายกัมพูชาจะเป็นผู้นำเสนอข้อมูลในการขอให้ศาลออกมาตรการชั่วคราว (provisional measures) ก่อน ขณะที่ฝ่ายไทยจะนำเสนอข้อมูลระหว่างเวลา 17.00 - 18.00 น.ตามเวลาท้องถิ่นของประเทศเนเธอร์แลนด์ ทั้งนี้นายวีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮก ในฐานะตัวแทนของรัฐบาลไทย จะกล่าวเป็นคนแรก เพื่อนำเสนอข้อมูลในภาพรวม ตามด้วยที่ปรึกษากฎหมายของไทยทั้ง 3 คน คือ ศาสตราจารย์อลัง เปลเล่ต์ จะกล่าวถึงขอบเขตของประเด็นปัญหา และศาสตราจารย์เจมส์ ครอว์ฟอร์ด จะกล่าวถึงขอบเขตทางกฎหมายที่ศาลจะใช้ในการพิจารณาคำร้อง ขณะที่ศาสตราจารย์โดนัลด์ เอ็ม แม็คเรย์ จะกล่าวเกี่ยวกับคำขอเรื่องการออกมาตรการชั่วคราวของกัมพูชา 

  ด้านนายธานี ทองภักดี อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์จากกรุงเฮกว่า ในส่วนของฝ่ายกัมพูชา นำทีมโดยนายฮอร์ นัมฮง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของรัฐบาลกัมพูชาในการขึ้นกล่าวต่อศาล จากนั้นจึงตามด้วยที่ปรึกษากฎหมาย 3 คนของฝ่ายกัมพูชา ทั้งนี้เนื้อหาที่กัมพูชาขึ้นกล่าวต่อศาลเป็นไปตามคำร้องที่กัมพูชาได้ใช้เป็นเหตุผลในการยื่นขอให้ศาลออกมาตรการชั่วคราว ทั้งนี้ นายฮอร์ นัมฮง ได้เตรียมข้อมูลโต้แย้งของคำให้การของฝ่ายไทย ที่ให้การต่อศาลวานนี้ (30 พ.ค.) อย่างไรก็ตาม ทางศาลจะมีการประมวลข้อความหลังจากที่ทั้งสองประเทศให้การต่อศาลครบถ้วนแล้ว

   นายธานี กล่าวอีกว่า คณะที่ปรึกษากฎหมายระหว่างประเทศของฝ่ายไทยทั้ง 3 คนนั้น ถือเป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่มีชื่อเสียง และมีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศเป็นอย่างดี อีกทั้งมีประสบการณ์ในการว่าความคดีในศาลโลกมาแล้วหลายคดี ดังนั้นรัฐบาลไทยเห็นชอบให้บุคคลดังกล่าวเป็นที่ปรึกษากฎหมายระหว่างประเทศสำหรับต่อสู้คดีในศาลโลกด้วย โดยพิจารณาจากคุณสมบัติและความสามารถที่โดดเด่นเหล่านี้เป็นหลัก รวมถึงความยอมรับในระดับระหว่างประเทศด้วย

  นายธานี กล่าวว่า ที่ปรึกษากฎหมายระหว่างประเทศทั้ง 3 คนได้ทำงานร่วมกับคณะทางด้านกฎหมายของกระทรวงการต่างประเทศมาระยะหนึ่งแล้ว และในกรณีของคดีการตีความคำพิพากษาศาลโลกนี้ก็จะทำงานร่วมกับตัวแทนของรัฐบาลไทยคือ นายวีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮก และรองตัวแทน คือ นายอิทธิพร บุญประคอง อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย โดยทั้งหมดเป็นส่วนหนึ่งของคณะดำเนินคดีที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา อัยการสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก และเจ้ากรมแผนที่ทหาร เป็นที่ปรึกษา สำหรับในส่วนของผู้พิพากษาเฉพาะกิจนั้นไทยได้เสนอชื่อศาสตราจารย์ฌอง-ปิแอร์ คอต (Jean-Pierre Cot) ชาวฝรั่งเศส ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานชมรมกฎหมายระหว่างประเทศของประเทศฝรั่งเศส (French Society of International Law) ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปัจจุบัน เป็นศาสตราจารย์เกียรติคุณ มหาวิทยาลัยปารีส (University of Paris I) เป็นนักวิจัยสมทบ (Associate Research Fellow) ของมหาวิทยาลัยอิสระแห่งบรัสเซลล์ (Université Libre de Bruxelles)ประเทศเบลเยียม เคยเป็นทนายความคดีในศาลยุติธรรมระหว่างประเทศหลายคดี และยังเป็นผู้พิพาษาเฉพาะกิจในหลายคดีในศาลยุติธรรมระหว่างประเทศปัจจุบันยังดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาศาลกฎหมายทะเลระหว่างประเทศ(International Tribunal of the law of the sea: ITLOS) อีกด้วย

  นายธานี ยังบอกถึงเหตุผลที่เลือกที่ปรึกษาด้านกฏหมาย และผู้พิพากษาเฉพาะกิจในการดำเนินคดีครั้งนี้เป็นชาวฝรั่งเศส ว่า รัฐบาลพิจารณาผู้ที่จะทำหน้าที่ดังกล่าวจากคุณสมบัติด้านความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ และการยอมรับในระดับนานาชาติ รวมทั้งแนวคิดที่สอดคล้องกับแนวคิด และท่าทีรวมทั้งผลประโยชน์ของฝ่ายไทย นอกจากนี้ เอกสารทางกฎหมายส่วนใหญ่เกี่ยวกับเรื่องเขตแดนไทย-กัมพูชา เป็นภาษาฝรั่งเศส จึงจำเป็นและจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อฝ่ายไทยที่จะมีบุคคลที่มีความเข้าใจภาษาฝรั่งเศส และแนวคิดทางกฎหมายระหว่างประเทศเป็นอย่างดีอยู่ในทีมเพื่อช่วยในเรื่องการทำความเข้าใจกับเอกสารทางกฎหมายดังกล่าว รวมทั้งในการดำเนินคดีด้วย

 ผวจ.ศรีสะเกษสั่งนอภ.ชายแดนเตรียมอพยพ
 
  นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า ได้เน้นย้ำอำเภอชายแดน อำเภอกันทรลักษ์ , ขุนหาญ และอำเภอภูสิงห์ ในการเตรียมแผนคือ 1 ติดตามสถานการณ์ความเคลื่อนไหวตามแนวชายแดน อันอาจจะได้รับผลกระทบ จากกรณีกัมพูชา นำเรื่องเข้าสู่ศาลโลก และการนำเรื่องเข้าการเป็นมรดกโลก ซึ่งหากไม่เป็นผลดีต่อกัมพูชา อาจจะมีการโต้ตอบสร้างความไม่สงบทางด้านชายแดน โดยการเข้าแผนการเฝ้าระวังสถานที่ราชการ และการอพยพประชาชนออกจากหมู่บ้าน หากเกิดกรณีการปะทะกัน

  โดยนอกจากอำเภอหลัก 3 อำเภอ ยังได้เน้นย้ำกับอำเภอรอบข้างอีก 10 อำเภอ ซึ่งที่ผ่านมาได้เคยเป็นจุดรองรับราษฎรที่อพยพจากอำเภอกันทรลักษ์ กระจายไป จำนวน 41 จุดอพยพ ให้มีการเตรียมความพร้อมในเรื่องสถานที่ที่จะใช้เป็นจุดอพยพ รวมทั้งบุคลาการที่จะใช้ประจำยังศูนย์อพยพเพื่ออำนวยความสะดวกต่างๆ และให้มีการติดตามสถานการณ์ชายแดนอย่างใกล้ชิด เช่นเดียวกันกับฝ่ายความมั่นคงได้เน้นในเรื่องการข่าว การแสวงหาความเคลื่อนไหวตามแนวชายแดน ซึ่งจังหวัดเองก็ได้ประสานโดยใกล้ชิดกับกองกำลังสุรนารี

 รายงานข่าวแจ้งว่า  ทหารจากกองกำลังสุรนารี และกองกำลังทหารพรานที่ 23 บ้านน้ำเย็น ยังคงตรึงกำลังเฝ้าระวังส่องส่องดูแลความเคลื่อนไหวตามแนวชายแดน จากบริเวณหน้าผามออีแดง ฝั่งประเทศไทย ในการเฝ้าระวังเหตุต่างๆ เพื่อรายงานให้ผู้บังคับบัญชาได้รับทราบสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา และขณะนี้ยังยืนยันว่า ยังไม่มีความเคลื่อนไหวที่จะส่อไปในทางที่จะเกิดการปะทะกันแต่อย่างใด