
"คู่แฝด"คว้าแชมป์จังโก้ 4เดือนซิว4ถ้วย
แฝดแชมป์จังโก้ 4เดือนซิว4ถ้วย ไฟท์หน้างานเบา "แฝดต้น-ต้อง" สนฉัตร และสรรค์ชัย รติวัฒน์ งัดฟอร์มเฉียบไล่ตบคู่ต่อกรกระจุย 2 เซตรวด คว้าแชมป์เทนนิสรายการที่ 18 ในชีวิตจากประเทศเม็กซิโกมาครองสำเร็จ
และเป็นรายการที่ 4 ในรอบปี 2009 ด้วย ส่วนโปรแกรมแข่งไฟท์หน้า ที่รัฐฟลอริด้า ในสหรัฐ รอบแรกงานไม่หนัก เพราะต้องเจอกับมือไวล์การ์ดเจ้าถิ่น การแข่งขันเทนนิสอาชีพชายระดับชาลเลนเจอร์ รายการ "คาซาบลังก้า ซาน แองเจิล 2009" ชิงเงินรางวัลรวม 35,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.26 ล้านบาท) ที่สนามฮาร์ดคอร์ต ในกรุงเม็กซิโก ซิตี้ ประเทศเม็กซิโก เมื่อวันที่ 20 เมษายน เป็นการเล่นรอบชิงชนะเลิศประเภทชายคู่ ระหว่าง "แฝดต้น-ต้อง" สนฉัตร และสรรค์ชัย รติวัฒน์ คู่มือเต็ง 4 ของรายการ ดวลกับ วิคเตอร์ เอสเทรลลา จากโดมินิกัน กับ โฮ ซัวซา จากบราซิล เกมนี้ คู่นักหวดวัย 27 ปีของไทย ซึ่งคว้าแชมป์ระดับชาลเลนเจอร์ทัวร์มาแล้ว 15 รายการ และเอทีพีทัวร์อีก 2 รายการเหนือกว่ามาก เสิร์ฟลูกแรกได้หนักหน่วง แถมยังดักวอลเล่ย์หน้าเน็ตได้แน่นอนกว่า จึงเป็นฝ่ายเก็บชัยชนะไปได้สบายๆ 2 เซตรวด 6-3 และ 6-3 คว้าแชมป์รายการที่ 18 ในชีวิตมาครองได้สำเร็จ และเป็นแชมป์รายการที่ 4 ของปีนี้ด้วย หลังจากก่อนหน้านี้ได้แชมป์ ที่เอกวาดอร์, โปแลนด์ และออสเตรเลีย มาแล้ว พร้อมรับเงินรางวัลไป 2,200 ดอลลาร์ (ประมาณ 77,000 บาท) บวกกับคะแนนสะสมอันดับโลกอีก 75 คะแนน
หลังการแข่งขัน "แฝดพี่" สนฉัตร ยอมรับว่า การมาเล่นที่เม็กซิโกถือว่าเป็นงานหนัก เพราะไม่ชินกับสภาพอากาศที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลกว่า 2,000 เมตร ทำให้เหนื่อยง่ายกว่าเดิม แต่รายการนี้ถือว่าโชคค่อนข้างดี เพราะรอบแรกได้บาย แถมในรอบรองชนะเลิศ คู่แข่งก็เหนื่อยอ่อนมากจากรอบก่อนรองชนะเลิศ ทำให้เล่นได้ง่ายขึ้น ส่วนแมทช์นี้คู่ของตัวเองเล่นได้ดีทั้งเกมรุกและเกมรับ ขณะที่คู่แข่งก็เล่นพลาดเองกันมาก ทำให้คว้าแชมป์ได้ในที่สุด สำหรับเป้าหมายต่อไปก็จะยังคงแข่งชาลเลนเจอร์ไปก่อนเพื่อทำคะแนนสะสมให้เพียงพอที่จะไปเล่นในเอทีพีทัวร์ ทั้งนี้ "แฝดต้น-ต้อง" มีคิวเดินทางไปแข่งขันต่อในรายการ "ทัลลาฮัสซี เทนนิส ชาลเลนเตอร์" ชิงเงิน 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ ที่สังเวียนฟอเรสต์ เมโดว์ เทนนิส แอนด์ แอธเลติก เซ็นเตอร์ ในเมืองทาลลาฮัสซี รัฐฟลอริด้า ประเทศสหรัฐ โดย "ต้นกับต้อง" ถูกจัดให้เป็นคู่เต็ง 3 ของรายการ และในรอบแรกมีคิวดวลกับ จีน ออโบน และ ไรอัน แฮร์ริสัน มือไวลด์การ์ดจากสหรัฐ



