ข่าว

มั่นใจ...แม้ไม่พึ่งสิ่งแปลกปลอม

มั่นใจ...แม้ไม่พึ่งสิ่งแปลกปลอม

01 มิ.ย. 2554

ข่าวคราวเกี่ยวกับโศกนาฏกรรมความงามของหญิงสาวที่อยากสวย (กว่าเดิม) ยังคงเดินหน้าเป็นมหากาพย์อย่างไม่มีวี่แววว่าจะหาตอนจบลงง่ายๆ แม้บางรายต้องสังเวยด้วยชีวิตเพียงเพราะต้องการลดน้ำหนัก ขณะที่บางรายถึงมีลมหายใจแต่ก็เหมือนตายทั้งเป็น เพราะกลายเป็นคนพิการ นำมาซ

   รศ.ดร.เภสัชกรหญิง จงจิตร อังคทะวานิช อาจารย์ประจำภาควิชาโภชนาการและการกำหนดอาหาร คณะสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายว่า เรื่องของการลดความอ้วนหรือการควบคุมน้ำหนักมีองค์ประกอบหลายอย่าง ทั้งการรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย และกรรมพันธุ์  โดยเฉพาะในยุคนี้เรื่องของวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป ก่อให้เกิดความอ้วนได้ทุกเพศทุกวัย ยกตัวอย่าง เยาวชน แทนที่จะไปวิ่งเล่นกลางแจ้ง เตะฟุตบอลหรือกระโดดโลดเต้นกับเพื่อน กลับไปนั่งในห้องแอร์หน้าเครื่องคอมพิวเตอร์แชทกับเพื่อน ทำให้มือและนิ้วแข็งแรงแทนที่จะทำให้ร่างกายแข็งแรง แม้กระทั่งผู้ใหญ่เองก็ต้องนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ ทำงานกว่า 10 ชั่วโมง ขาดการดูแลตัวเองอย่างถูกต้อง ทำให้ความอ้วนสะสมอยู่จนกลายเป็นปัญหาที่หลายต่อหลายคนหาทางออกด้วยทางลัดที่ง่ายๆ

 "อยากเน้นย้ำเลยว่า ณ วันนี้ไม่มียาที่กินเข้าไปแล้วลดความอ้วนได้ยั่งยืน ที่สำคัญยาเหล่านั้นเกิดผลข้างเคียงต่อร่างกายอย่างแน่นอน หงุดหงิด อารมณ์เสียง่าย ฉุนเฉียว ทำให้เราเสียบุคลิกภาพที่ดี หรือถ้าร้ายแรงก็อาจจะสูญเสียชีวิตอย่างที่เป็นข่าวมาอย่างต่อเนื่อง และที่สำคัญผลสุดท้ายอาการหรือความอ้วนก็จะกลับมาเหมือนเดิมหรืออาจจะมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ และไม่มีทางลดความอ้วนด้วยทางลัดที่ง่ายๆ การลดความอ้วนต้องใช้ความพยายาม บางคนเป็นสิบปี ยี่สิบปี ด้วยการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง ต้องมีความพยาม ความอดทน และผลพลอยได้ที่ดีเยี่ยมผนวกมาพร้อมกันๆ คือ ทำให้ร่างกายแข็งแรงด้วย" ผู้เชี่ยวชาญด้วยโภชนาการ ให้ความเห็น

 ทางด้านผู้อยู่ในแวดวงแฟชั่นและความสวยความงามโดยตรงอย่าง "ไก่อู" กุลสิรี อรรถจินดา แสดงความคิดเห็นในประเด็นดังกล่าวว่า ถึงเป็นคนเจ้าเนื้อก็ดูดีและมีความสุขได้ หากอยู่บนพื้นฐานของการมีสุขภาพที่ดี ซึ่งเดิมทีเธอเองก็เคยอ้วน แต่เลือกวิธีลดน้ำหนักด้วยการเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน เปลี่ยนพฤติกรรมกิจกรรม ด้วยการหันมาเล่นกีฬาเผาผลาญพลังงาน เช่น เทนนิส ว่ายน้ำ วอลเลย์บอล ฯลฯ ส่วนในกรณีผู้ที่เลือกใช้วิธีการศัลยกรรมหรือการกินยาลดความอ้วน ก็มองว่าเป็นเรื่องของวิจารณญาณส่วนบุคคล

 "ส่วนตัวมองว่าความปรารถนาในเรื่องความงามมีมาทุกยุคทุกสมัย ในอดีตตอบโจทย์ไม่ดีเท่าปัจจุบัน ผนวกกับเทคโนโลยีวิ่งไปข้างหน้า  เมื่อสองสิ่งมาบรรจบกัน สาวๆ คงคิดว่าทำไมจะไม่ทำล่ะ ทีนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละคนว่าพอใจตรงไหน ถ้าคิดดีคิดงามเลือกเจ็บตัวก็คงต้องศึกษาให้ดีพอ อะไรก็ตามที่เป็นเรื่องของการกินยา ผ่าตัด หรือนำสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกาย ไม่ใช่ดูกันเฉพาะแค่เรื่องราคาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูแลตัวเองเป็นพิเศษขึ้น สำหรับตัวเองเลือกใช้ครีมบำรุงก็ช่วยได้ในระดับหนึ่ง เลือกการออกกำลังกายแม้จะช้าหน่อยแต่ก็ปลอดภัย สุขภาพดี แถมยังช่วยให้ผ่อนคลายอีกด้วย"

 หนุ่มสังคมที่มักปรากฏตัวในความดูดีตลอด "นุ่ย" ธีร์ภัทร สูตะบุตร ยอมรับว่าได้ยินได้เห็นเรื่องศัลยกรรมมาพอสมควร สำหรับคนที่ไปรับบริการกับคลินิกหรือโรงพยาบาลที่มีมาตรฐานก็น่าจะทำด้วยความปลอดภัย แต่ในกรณีคนที่ไปรับบริการแล้วมีปัญหาอาจเป็นเพราะไม่ได้มาตรฐาน โดยธรรมชาติแล้วทุกคนอยากดูดีพอรู้สึกว่าไม่พอใจในรูปร่างหน้าตาส่วนไหนก็อยากไปปรับแต่งให้ดูดี ทุกคนมีมีสิทธิ์เลือก แต่สำหรับตัวเองรู้สึกเฉยๆ กับการทำศัลยกรรม และถ้าจะมีแฟนสักคนขอเลือกคนไม่ทำศัลยกรรม

 "ผมรู้สึกว่าอะไรที่เป็นธรรมชาติ มันจะขาดบ้างเกินบ้างก็ไม่เป็นไร ในแวดวงการเสริมความงามที่เห็นชัดเจนที่สุดน่าจะเป็นกลุ่มดารา ซึ่งเขาก็ไม่ผิดอะไร ขึ้นอยู่กับว่าทำแล้วคนอื่นหรือคนที่คบกับเขารับได้แค่ไหน ที่ทำกันมากคงจะเป็นการเสริมจมูกให้โด่งถ้าออกมาแล้วดูดีก็ดีไป แต่บางคนถ้าต้องเปลี่ยนทั้งโครงหน้าผมคิดว่ามากไป ส่วนเรื่องรูปร่างผมว่าคนเราดูดีด้วยลักษณะที่ต่างกัน คนผอมหรืออ้วนเกินไปบางคนอาจแข็งแรงสุขภาพดี ทั้งนี้อาจขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยทำให้เขาต้องเป็นแบบนั้น คนเกิดมาโครงสร้างใหญ่ลดไม่ได้เขาก็สามารถดูดีอย่างเป็นธรรมชาติได้ อย่าง "พี่หนูแหม่ม" สุริวิภา กุลตังวัฒนา หรือ โอปราห์ วินฟรีย์ ทุกคนมีแนวทางของตัวเอง และมั่นใจแม้เจ้าเนื้อ ถ้าทำอะไรไม่ได้คิดเสียว่าบุญทำกรรมแต่ง ชาติก่อนอาจทำบุญมามากน้อยต่างกัน สำหรับตัวเองที่มีอยู่ไหม คิดว่าไม่เสริมแต่งอะไรเลยดีกว่า แต่ทุกวันนี้ดื่มกาแฟเยอะ อย่างมากก็ไปขัดฟันให้ขาว ฟิตหุ่นบ้าง เป็นเรื่องการดูแลตัวเองให้ดูดีจากที่มีอยู่ ถ้าเอาสิ่งแปลกปลอมเข้าตัวไม่แน่นอนครับ" หนุ่มสังคม ให้ความเห็น

 ปิดท้ายที่หนุ่มเจ้าของน้ำหนักตัวกว่าร้อยกิโลกรัม "เอ้" จิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา เล่าว่า เมื่อก่อนเคยมีน้ำหนักถึง 157 กิโลกรัม ทำให้มีอุปสรรคด้านร่างกายบ้าง อาทิ นั่งรถเบียด นั่งมอเตอร์ไซค์ไม่ได้ ขึ้นเครื่องบินก็จะต้องเป็นชั้นพิเศษ ซึ่งแน่นอนว่าค่าใช้จ่ายจะต้องสูงกว่าปกติ ส่วนในเรื่องของจิตใจ ถ้าเราภาคภูมิใจและยอมรับได้ตรงจุดนี้ และไม่มองว่ามันเป็นปมด้อย ชีวิตเราก็จะมีความสุขได้

 "เรื่องรักสวยรักงามไม่ใช่เรื่องผิด ส่วนการทำศัลยกรรมความงามก็เป็นความพึงพอใจของแต่ละคน อย่างเรื่องของการลดความอ้วน เป็นเรื่องที่ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง แต่ก่อนทำเราควรศึกษาผลกระทบก่อน ไม่ว่าจะเป็นการใช้ยาหรือการผ่าตัดก็ตาม เพราะการผ่าตัดอาจทำให้ไขมันเข้าสู่เส้นเลือดและอาจถึงตายได้ อย่างเมื่อปีที่ผ่านมาผมก็ผ่าตัดกระเพาะอาหารให้มีขนาดเล็กลง ซึ่งก่อนผ่าตัดผมก็ศึกษามาก่อนราว 1 ปี คือ ผมมองว่าอายุมากขึ้น สุขภาพไม่ดีมีหลายโรคเข้ามาแทรกซ้อน พอหลังผ่าตัดผมงดกินอาหารประเภทแป้งไปเลย หันมากินแต่เนื้อสัตว์และผัก รวมทั้งออกกำลังกายด้วยการว่ายน้ำและเรียนมวยไทยเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อ จนตอนนี้น้ำหนักผมลดลงมาเหลือ 104 กิโลกรัม หลายโรคที่เคยเป็นก็หายไป ถือว่าประสบผลสำเร็จในระดับหนึ่ง" หนุ่มเจ้าเนื้อเผย