
รถเมล์ชนแม่ค้าขายข้าวโพดต้มดับกลางถนน
สาวใหญ่วัย 56 ปี จากโคราชมาเยี่ยมและช่วยน้องสาวขายข้าวโพดต้ม วิ่งข้ามถนนถูกรถเมล์ชนดับคาที่ โชเฟอร์รถเมล์อ้างเหตุกระชั้นชิดมาก เลยหักหลบไม่ทัน ยันเห็นมีชายแต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่เทศกิจวิ่งไล่ตามผู้ตายมา น้องสาวผู้ตายเผย ก่อนเกิดเหตุถูกเทศกิจจับจริง พี่สา
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 30 พฤษภาคม ร.ต.อ.วินัย คำสุข พงส.(สบ1) สน.บางซื่อ ได้รับแจ้งเหตุรถเมล์ชนคนข้ามถนนเสียชีวิต เหตุเกิดที่บริเวณหน้าตึกชินวัตรทาวเวอร์ 1 ปากซอยพหลโยธิน 8 ถนนพหลโยธิน (ฝั่งขาเข้า) แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม. หลังรับแจ้งจึงนำกำลังไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุเป็นถนน 3 เลน ที่เลนขวาพบรถปรับอากาศยูโรสีส้ม สาย 510 ทะเบียน 12-5435 กรุงเทพมหานคร เลขข้างรถ 1-44129 วิ่งระหว่าง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต-อนุสาวรีย์ชัยฯ เสียหลักพุ่งชนเกาะกลางถนนช่วงทางกลับรถหน้ากองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน สภาพกระจกหน้ารถด้านซ้ายมีรอยแตก ส่วนที่ถนนระหว่างช่องที่ 2 และ 3 พบศพ น.ส.สมบูรณ์ วิชัยวงศ์ อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 15 หมู่ 10 ต.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา สภาพนอนหงายจมกองเลือด สวมเสื้อแขนสั้นลายลูกไม้สีชมพู นุ่งกางเกงสียีนขาสามส่วน โดยมีนางสายทอง วิชัยวงศ์ อายุ 56 ปี น้องสาว นั่งร้องไห้อยู่ข้างศพ
นอกจากนี้ยังพบนายเล็ก จันทร์ศรีทอง อายุ 52 ปี โชเฟอร์รถเมล์คันดังกล่าว อยู่บ้านเลขที่ 62/324 หมู่ 8 ต.บึงบอน อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี ได้ให้การต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ก่อนเกิดเหตุรถของตนอยู่เลนที่ 2 พอใกล้ถึงที่เกิดเหตุได้แซงรถคันหน้าขึ้นมาอยู่ช่องขวาสุด จังหวะนั้นก็ได้ยินเสียงกระเป๋ารถเมล์ร้องขึ้นมา พอหันไปดูทางด้านซ้ายก็เห็น น.ส.สมบูรณ์ วิ่งตัดหน้ารถอย่างเร็ว ตนพยายามหักพวงมาลัยหลบไปทางขวาแต่ก็ไม่ทัน เลยชนเข้าไปอย่างจัง แล้วรถก็เสียหลักชนเกาะกลางดังกล่าว
"ผมไม่มีเจตนาจะชน แต่หลบไม่ทันจริงๆ มันกระชั้นชิดมาก นอกจากนี้ขณะที่ น.ส.สมบูรณ์วิ่งมาที่หน้ารถยังสังเกตเห็นมีชายคนหนึ่งใส่ชุดคล้ายเจ้าหน้าที่เทศกิจวิ่งไล่ตามมาติดๆ ด้วย ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็ไม่ขอยืนยันว่า ช่เจ้าหน้าที่เทศกิจจริงหรือไม่ เพียงแต่มีลักษณะคล้ายกันเท่านั้น" นายเล็ก กล่าว
นางสายทอง กล่าวว่า ตนเป็นน้องสาวของผู้ตาย ทำงานเป็นแม่บ้านอยู่ที่บริษัท ทีโอที จำกัด(มหาชน) ช่วงว่างก็จะมาเข็นรถขายข้าวโพดต้มอยู่ที่หน้าตึกชินวัตร ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับที่ทำงานด้วย โดยทำมาได้ ประมาณ 1 เดือนแล้ว ก่อนเกิดเหตุพี่สาวเดินทางมาจากบ้านที่ จ.นครราชสีมา เพื่อมาเยี่ยมและช่วยตนขายข้าวโพดต้ม ขณะที่ขายของอยู่จนกระทั่งเวลา 12.00 น. ได้มีเจ้าหน้าที่เทศกิจ สำนักงานเขตพญาไท เข้ามายึดอุปกรณ์การขายไปจากรถเข็น แต่ไม่เอารถไปเพราะรถมีหม้อต้มน้ำอยู่มันร้อนเลยเอาไปไม่ได้ เนื่องจากวันจันทร์ทางเจ้าหน้าที่ห้ามขายของ พอถูกจับพี่สาวก็ได้ไปคุยกับเจ้าหน้าที่เพื่อขอให้ผ่อนผันให้ แต่เจ้าหน้าที่คนหนึ่งบอกให้ไปเสียค่าปรับที่สำนักงานเขต พอพี่สาวรู้ว่าไม่ได้ของคืนแน่ๆ จึงตัดสินใจวิ่งข้ามถนนเพื่อกลับเข้าไปเอาอุปกรณ์การขายที่บริษัทมาใส่รถเข็นให้เหมือนเดิมแต่อุปกรณ์มีหลายชิ้นไม่สามารถถือได้ครั้งเดียวหมด พี่สาวจึงต้องวิ่งข้ามไปข้ามมาหลายรอบ เพื่อหวังจะให้ตนขายข้าวโพดต้มหมดเร็วๆ จะได้กลับบ้านเสียที แต่สุดท้ายก็มาถูกรถเมล์ชนจนเสียชีวิต ส่วนจะมีเจ้าหน้าที่เทศกิจวิ่งไล่จับหรือไม่นั้นตนไม่เห็น ไม่รู้จะไปบอกแม่ยังไงว่าพี่สาวเสียชีวิตแล้ว เพราะกลัวแม่ช็อกไปอีกคน
"อยากจะบอกว่าเสียใจมากเพราะเพิ่งจะเจอกับพี่สาวได้ไม่กี่วันเท่านั้น ปกติพี่สาวจะคอยดูแลแม่อยู่ที่ จ.นครราชสีมา โดยฉันจะส่งเงินไปให้เดือนละ 500 บาท แต่ก็ไม่พอใช้ เลยขอเจ้านายมาขายข้าวโพดต้มเพื่อจะได้มีเงินส่งไปให้แม่ได้เดือนละ 1,000 บาท ไม่น่าจะทำกันถึงขนาดนี้ ทั้งที่ฉันก็จ่ายเงินให้เจ้าหน้าที่ที่มาตรวจบริเวณนี้ทุกวันวันละ 100 บาท โดยเจ้าหน้าที่สั่งให้มัดเงินใส่กับกระดาษก่อนจะยื่นให้ เพราะกลัวจะถูกถ่ายภาพไว้เป็นหลักฐาน และโดยปกติก็เตรียมเงินไว้ให้ แต่วันนี้ยังไม่ทันได้เอาไปให้ก็มาถูกจับและยึดอุปกรณ์ไปก่อน แต่คนที่อยู่ใกล้ๆ กันกลับไม่ถูกจับ ก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร ทำไมถึงต้องจับฉันคนเดียว" นางสายทอง กล่าว
ร.ต.อ.วินัย กล่าวว่า จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรอยเบรกของรถเมล์เป็นทางยาวกว่า 10 เมตร และจากการสอบสวนนายเล็กให้การว่า ผู้ตายวิ่งตัดหน้ารถอย่างกะทันหันทำให้เบรกไม่ทัน ทั้งที่พยายามหักหลบแล้ว อย่างไรก็ตามต้องรอสอบปากคำพยานแวดล้อมในที่เกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง เบื้องต้นได้แจ้งข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้เฉี่ยวชนผู้อื่นถึงแก่ความตาย



