
มาร์คยกค่าแรงมัดใจสาวโรงงานนนท์
"อภิสิทธิ์" บุกโรงงานเย็บเสื้อย่านเมืองนนท์ ขายนโยบายค่าแรง-ค่าครองชีพ-ประกันสังคม เปิด 8 เพลงหาเสียงปชป.ทั้ง"ป๊อบ-แดนซ์-เพื่อชีวิต-ลูกทุ่ง" "ยิ่งลักษณ์"บุกโคราชคนเมืองย่าโมแห่ฟังคึกคัก ชพน.ไม่ติดใจป้ายหาเสียงโดนทำลาย
(30พ.ค.) เมื่อเวลา 16.30 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางมาแนะนำตัวผู้สมัครส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ในเขตจังหวัดนนทบุรี พร้อมกับปราศัยหาเสียงกับกลุ่มพนักงานโรงงาน ที่โรงงานผลิตเสื้อผ้า CHA-LOM ถ.บางกรวย-ไทรน้อย ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี โดยเน้นนโยบายเรื่องค่าแรงและค่าครองชีพและกล่าวย้ำถึงสารพัดนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าทันทีที่นายอภิสิทธิ์ลงจากรถก็ได้รับการต้อนรับจากพนักงานโรงงานที่มีทั้งแรงงานคนไทยและแรงงานต่างด้าวชาวพม่า และมีพนักงานโรงงานผู้หญิงคนหนึ่งมอบเสื้อกันหนาวแขนยาวสีกรมท่าแบบมีหมวก(ฮูท) สกรีนหลังเสื้อเบอร์ 10 ให้กับนายอภิสิทธิ์ ซึ่งนายอภิสิทธิ์ก็รับมอบและสวมทันที
นายอภิสิทธิ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า เลือกตั้งครั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์เน้นเรื่องปากท้องของแพงเป็นสำคัญ เพราะมีพรรคการเมืองที่หาเสียงชี้น้วมาที่พรรคประชาธิปัตย์ว่าปล่อยของแพง ซึ่งตนฟังแต่ก็ไม่เห็นมีใครเสนอว่าจะแก้ไขอย่างไร ทั้งนี้รัฐบาลของตนพยายามแก้ไขแต่ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะทั้งน้ำมันราคาสูงและอาหารทั่วโลกมีราคาแพง แต่รัฐบาลก็ช่วยด้วยการตรึงราคาแก๊สหุงต้ม ตรึงน้ำมันดีเซล ส่วนการแก้ปัญหาราคาไข่ไก่ที่ผู้ประกอบการมักอ้างว่า อากาศหนาว อากาศร้อน และน้ำท่วมจนไข่ขาดตลาดนั้นถ้าตนบังคับไก่ให้ไข่ได้ก็บังคับแล้ว แต่รัฐบาลก็ทำสองอย่างคือนำเข้าพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ รวมทั้งประกาศให้ไข่ไก่เป็นสินค้าควบคุม และรัฐบาลไปไล่ดูสาเหตุที่แท้จริงว่าขาดตลาดจริงหรือไม่ จนขณะนี้ทำให้ราคาลดลงแล้ว 10-20 สตางค์ และจะพยายามทำต่อไป อย่างไรก็ตามเราอยากจะแก้ปัญหาของแพงแต่เราจะตามควบคุมราคาไม่ได้ทั้งหมด ดังนั้นดีที่สุดคือให้ทุกคนมีรายได้เพิ่มขึ้น
นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงนโยบายขึ้นค่าแรง25%ภายในสองปีว่า คิดง่ายๆคือ ถ้ามีค่าแรง 200 บาท/วัน ก็จะได้ปรับขึ้นเป็น 250 บาท/วัน และยืนยันว่านโยบายนี้ทำได้จริงเหมือนที่เคยพูดว่าจะทำเรื่องเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ค่าตอบแทนอสม.และเรียนฟรี15ปี ส่วนที่มีการถามว่าแล้วเจ้าของธุรกิจจะรับภาระไหวหรือไม่นั้นยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์มีแผนในการลดต้นทุนทางธุรกิจไว้แล้ว ส่วนที่พรรคเพื่อไทยเสนอขึ้นค่าแรง 300 บาทนั้นหากทำทันทีก็จะมีแรงงานหลายคนตกงานเพราะเจ้าของธุรกิจอยู่ไม่ได้ ขณะที่นโยบายขึ้นค่าแรง 25% สามารถทำได้และทำได้จริง
นอกจากนี้นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงนโยบายด้านสวัสดิการและประกันสังคมว่า คนที่อยู่ในระบบประกันสังคมต้องถูกหักเงินสองต่อ คือถูกหักเงินเดือนเข้าประกันสังคมและต้องเสียภาษีเพื่อช่วยคนอยู่ในระบบรักษาฟรีด้วย ดังนั้นต้องมีการปรับปรุงสิทธิประโยชน์ตลอดเวลา ต้องสามารถใช้สิทธิประกันสังคมในการตรวจเข้าสุขภาพฟรีได้ด้วย และยืนยันว่าตนจะเดินไปสู่การเพิ่มสิทธิประโยชน์ต่อไป เพราะมีการสำรวจกับประชาชนว่าว่าพอใจหรือไม่พอใจประกันสังคมจุดไหนอย่างไร โดยจะมีการนำมาประเมินแล้วปรับปรุง เพราะประกันสังคมเป็นหลักประกันของประชาชน ซึงรัฐบาลของตนได้เปิดให้คนไม่มีรายได้ประจำสามารถเข้ามาใช้สิทธิประโยชน์โดยการจ่ายเงินสมทบได้ด้วยซึ่งเป็นการลดภาระกับประชาชน
“จังหวัดนนทบุรีก็เป็นเขตที่ต่อสู้ขอสองพรรคใหญ่ ถ้าเขตไหนเลือกพรรคประชาธิปัตย์พรรคเพื่อไทยก็ไม่ได้ เขตไหนเลือกเพื่อไทยพรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่ได้ และขณะนี้โพลล์แต่ละสำนักก็สำรวจว่าสองพรรคสูสี ดังนั้นทุกที่นั่งมีความหมาย ผมจึงมาอาสาเพราะอยากเดินหน้าประเทศ อยากทำให้การมืองเป็นเรื่องของประชาชน ดังนั้นขอความกรุณากาเบอร์10 ในบัตรทั้ง2ใบ”นายอภิสิทธิ์ กล่าว
เปิด8เพลงหาเสียงปชป.ทั้ง"ป๊อบ-แดนซ์-เพื่อชีวิต-ลูกทุ่ง"
ขณะเดียวกันพรรคประชาธิปัตย์ได้จัดทำเพลงสำหรับหาเสียงเลือกตั้ง 8 เพลง มีทำนองและเนื้อหาแตกต่างกันไป แต่ที่แน่ๆ ทุกเพลงล้วนแต่งและขับร้องโดยศิลปินผู้มีชื่อเสียง หลากหลายแนว ทั้ง ป๊อป แดนซ์ เพื่อชีวิต ไปจนถึงลูกทุ่ง เพื่อหวังติดหูครองใจคนทุกระดับ ประกอบด้วย 1.ธงนำชีวิต ร้องโดย ปนัดดา เรืองวุฒิ, สิงโต เดอะสตาร์ 5, โอ๊ค สมิทธิ์, เต้น ครีน ออน, เตชินท์, กิ่ง เดอะสตาร์ 5 2."ปณิธานนักการเมือง” ร้องโดย ยืนยง โอภากุล หรือแอ๊ดคาราบาว 3.เส้นทางประชาธิปไตย ร้องโดยแอ๊ดคาราบาว
4. “รุ่นใหม่...อนาคตไทย” ร้องโดย ชิน ชินวุฒ 5.”ด้วยใจ ด้วยกัน” ร้องโดย แก้ม เดอะสตาร์ 4 6.“คนไทยเข้มแข็ง” ร้องโดย อี๊ด-ลาล่า-ลูลู่ โปงลางสะออน, หญิง ธิติกานต์, กระแต-กระต่าย, หลวงไก่ 7.อุดมการณ์ไม่เคยเปลี่ยน ร้องโดย วายุ สิงหรัฐ และ 8.“ตะวันส่องฟ้า” ร้องโดย คณะนักร้องการเวก
"ยิ่งลักษณ์"บุกโคราชคนเมืองย่าโมแห่ฟังคึกคัก
ที่โรงเรียนโนนสูงศรีธานี จ.นครราชสีมา เมื่อเวลา 17.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยแกนนำ ได้ลงพื้นที่ปราศรัยหาเสียงให้กับนางทัศนียา รัตนเศรษฐ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 4 นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย โดยมีประชาชนและคนเสื้อแดงมาฟังการปราศัยหลายพันคน ทั้งนี้ เป็นที่นั่งสังเกตุว่า ผู้ที่ถูกประชาชนเข้ามาลุมล้อมขอถ่ายรูปมากที่สุด คือ นายดนุพร ปุณณกันต์
อย่างไรก็ตาม ยังมีทีมอารักขาความปลอดภัยที่หลังเวทีปราศรัย ซึ่งเป็นชายสวมสเก็ตสีดำ ปักตัวหนังสือสีแดง ว่า "ส.ส.สุภรณ์ อัตถาวงศ์ " ดูแลความปลอดภัย นอกจากนี้ นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ ยังถูกผู้สมัครส.ส.ขอให้ไปช่วยปราศรัยในพื้นที่ให้มากที่สุด รวมทั้งขอถ่ายรูป เพื่อนำไปโชว์ให้ชาวบ้านในพื้นที่ดู
ชพน.ไม่ติดใจป้ายหาเสียงโดนทำลาย
นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา ผู้ประสานงานพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน (ชพน.) กล่าวว่าขณะนี้ในบางพื้นที่พบป้ายหาเสียงของผู้สมัครรับเลือกตั้งถูกทำลาย ซึ่งตนมองว่าคงไม่ใช่ประเด็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง แต่เป็นความคึกคะนองของกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่เท่านั้น นอกจากนั้นแล้วน่าจะเป็นเรื่องของฤดูกาลที่ช่วงนี้เป็นฤดูฝน ลมพัดแรง ทำให้ป้ายล้ม และชาวบ้านนำไปมุงหลังคา หรือซ่อมแซมบ้าน สำหรับประเด็นดังกล่าวตนยอมรับว่ามีผลกระทบกับการสร้างความรู้จักกับประชาชนในพื้นที่เลือกตั้ง ดังนั้นได้แนะนำให้ผู้สมัครแต่ละพื้นที่ดูแลกันเอง
นายชลิตรัตน์ ในฐานะผู้อำนวยการเลือกตั้งกทม.และภาคกลาง กล่าวอีกว่า วันที่1 มิ.ย.นี้ ชพน.จะเริ่มรณรงค์หาเสียงในพื้นที่กทม.อย่างเป็นทางการ โดยให้ผู้สมัคร ส.ส. กทม. 33คน เป็นผู้นำเสนอนโยบายโดยจะจัดกิจกรรมที่สอดคล้องกับนโยบายด้านต่างๆ สำหรับกิจกรรมแรกที่จะทำเพื่อเปิดตัวคือนโยบายเงินออมคูณ2เกิด20ปีมีเงินล้าน
ภูมิใจไทยลงพื้นที่บุรีรัมย์มั่นใจคว้า 9 ที่นั่ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการรับสมัคร มาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทั้งในระบบบัญชีรายชื่อ และระบบแบ่งเขต เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลายพรรคการเมืองต่างลงพื้นที่หาเสียงกันอย่างคึกคัก ในส่วนของพรรคภูมิใจไทย เบอร์ 16 นายรังสิกร ทิมาตฤกะ ผู้สมัคร ส.ส.บุรีรัมย์ เขต 2 พรรคภูมิใจไทย และทีมงาน
ได้ลงพื้นที่พบปะชาวบ้านที่วัดบ้านตาเสา ต.ตาเสา อ.ห้วยราช เพื่อขอคะแนนเสียง และนำเสนอนโยบายของพรรค ซึ่งบรรยากาศหาเสียงเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนมาฟังกว่า 500 คน
นายรังสิกร ทิมาตฤกะ ผู้สมัคร ส.ส.บุรีรัมย์ เขต 2 พรรคภูมิใจไทย ได้เสนอนโยบายของพรรคฯ คือ 3 ท. ประกอบด้วย เพิ่มทุน สร้างที่ มีทาง ที่กล้าทำให้คนไทยในขณะนี้ ซึ่งทั้งหมดนี้ก็ได้ทำมาแล้ว จากการที่พรรคได้เป็นพรรคร่วมรับบาลเมื่อสมัยที่แล้วในส่วนนโยบายพรรคที่ใช้หาเสียงในครั้งนี้ นโยบายการเพิ่มทุน อาทิ การประกันราคาสินค้าเกษตร ข้าวเปลือกตันละ 20,000 บาท กองทุนพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวผ่าน อปท.จังหวัดละ 100 ล้านบาทต่อปี นโยบายการสร้างที่ อาทิ การสร้างที่ทำกิน ที่ค้าขาย 1 ล้านคน การก่อสร้างศูนย์ฝึกนักกีฬาอาชีพ และการนโยบายมีทาง การลด ภาษีมูลค่าเพิ่ม 2% มีน้ำ มีเงิน สร้างทางน้ำเข้าไร่นา เกษตรกร โครงการสร้างถนนปลอดฝุ่นทั้งประเทศ ซึ่งเชื่อว่านโยบายทั้งหมดเหล่านี้จะเป็นประโยชน์และสามารถเข้าถึงประชาชนได้เป็นอย่างดี
นายรังสิกร กล่าวต่อว่า ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา จากการลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนต่างให้การยอมรับทั้งนโยบายและตัวผู้สมัครของพรรคได้รับความนิยมจากพี่น้องประชาชนเป็นอย่างดี จึงมั่นใจว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคภูมิใจไทยจะได้รับเลือกตั้งเข้ามาทั้ง 9 เขต ในจังหวัดบุรีรัมย์ อย่างแน่นอน แม้ว่าจะมีบางพรรคที่เป็นคู่แข่งสำคัญประกาศจะคว้าเก้าอี้ ส.ส.บุรีรัมย์ 5 ที่นั่ง ก็ตาม เพราะมั่นใจในผลงานของพรรคที่ทำมา 2 ปี มีนโยบายที่เข้าถึงรากหญ้าอย่างแท้จริง อีกทั้งผู้สมัคร ส.ส.ทุกคนก็ทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนชาวบุรีรัมย์ มาตลอด
ดังนั้น ในวันที่ 3 ก.ค.นี้ ขอเชิญชวนประชาชนที่มีสิทธิมีเสียงให้เดินทางออกไปเลือกตั้งให้มากๆ และโปรดเลือกพรรคภูมิใจไทย เบอร์ 16 ทั้งในระบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อ เพื่อที่จะได้เข้าไปสานต่องานพร้อมกับนำพาประเทศให้เดินหน้าต่อไป ด้วยนโยบายเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชนชาวไทยทุกคน
สำหรับเขตเลือกตั้งที่ 2 ประกอบด้วย อำเภอ สตึก อำเภอแคนดง (ยกเว้นตำบลสระบัว) อำเภอบ้านด่าน (ยกเว้นตำบลบ้านด่าน)และอำเภอห้วยราช (เฉพาะตำบลเมืองโพธิ์ ตำบลตาเสา และตำบลโคกเหล็ก)ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 121,492 คน โดยมีผู้สมัคร 4 คน จาก 4 พรรคการเมืองประกอบด้วย นายรังสิกร ทิมาตฤกะ พรรคภูมิใจไทย,นายธีรวุฒิ ทับทิมหินพรรคประชาธิปัตย์ , ดร.กฤช อุปจันแพงวงศ์ พรรคเพื่อไทย และนายสุรศักดิ์นาคดี พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน
ซึ่งมีนายรังสิกร ทิมาตฤกะ หรือ "เสี่ยหนุ่ม"พรรคภูมิใจไทย เป็นเจ้าของตำแหน่ง โดยมีนายสุรศักดิ์ นาคดี อดีตส.ส.บุรีรัมย์ จากพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน เป็นคู่แข่งสำคัญแม้นายรังสิกร จะขยันลงพื้นที่พบปะชาวบ้านอย่างสม่ำเสมอแต่ยังวางใจไม่ได้ เพราะเขตนี้พรรคเพื่อไทยส่ง นายกฤช อุปจันทร์แพงวงศ์อดีตผู้สมัคร ส.ส.ลงชิงเก้าอี้เขต 2 ด้วย รวมทั้งนายธีรวุฒิ ทับทิมหินจากพรรคประชาธิปัตย์ แม้ว่าฐานเสียงทั้งนายกฤช และนายธีรวุฒิ จะสู้"รังสิกร" และ "สุรศักดิ์" ไม่ได้แต่จะสร้างสีสันการแข่งขันให้คึกคักมากยิ่งขึ้น



