
พระวิหารยังไม่สิ้น
ถึงวันนี้คนไทยส่วนใหญ่คงลืมไปแล้วว่ายังมีกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่เรียกว่าเหลือเพียงหน่อเนื้อกษัตริย์ ชุมนุมกันอยู่ที่ถนนราชดำเนินกลาง เรียกร้องให้รัฐบาลหยุดการดำเนินการใดๆ
อันจะเป็นการเสียดินแดนให้แก่กัมพูชา ในขณะที่ความเคลื่อนไหวของรัฐบาลรักษาการในปัญหานี้ก็ยังไม่จบสิ้น เมื่อกัมพูชาเสนอให้ศาลโลกตีความคำพิพากษาปราสาทพระวิหารเมื่อปี 2505 พร้อมทั้งยื่นคำร้องให้ศาลออกมาตรการคุ้มครองชั่วคราวบริเวณปราสาทพระวิหาร ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการไต่สวนคำพยานทั้งฝ่ายไทยและกัมพูชา โดยมาตรการคุ้มครองชั่วคราวนั้น คาดว่าศาลจะวินิจฉัยภายใน 3-4 เดือน ซึ่งในห้วงเวลานั้น ประเทศไทยน่าจะมีรัฐบาลชุดใหม่แล้ว
ตั้งแต่มีกรณีพิพาทระหว่างรัฐบาลไทยชุดนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย คนไทยจำนวนไม่น้อยก็ยังไม่รู้ว่า ประเทศไทยได้เสียดินแดนไปให้ฝ่ายกัมพูชาแล้วหรือไม่ ไม่ว่าจะสูญเสียอย่างเป็นทางการ หรือเพียงอนุมานว่าสูญเสียแล้ว กำหนดที่คณะกรรมการมรดกโลกจะพิจารณาอนุมัติแผนบริหารจัดการพื้นที่มรดกโลก ปราสาทพระวิหารในเดือนมิถุนายน 2554 นี้ ก็เป็นประเด็นที่มีความเป็นห่วงว่าแผ่นดิน 4.6 ตารางกิโลเมตร ล้อมรอบปราสาทจะตกเป็นส่วนหนึ่งของราชอาณาจักรกัมพูชาหรือไม่ แม้รัฐบาลไทยจะยังยืนกรานว่ามีหลักฐาน ข้อตกลง ที่ยังต้องผ่านกระบวนการเจรจาต่อไปหรือไม่ก็ตาม
ประเทศไทยเป็นประเทศเอกราช ไม่เคยเป็นเมืองขึ้นใคร แต่ประเทศไทยก็เสียดินแดนอย่างต่อเนื่อง โดยฝั่งอินโดจีน ในปี 2449 ไทยต้องเสียเสียมราฐ หรือเสียมเรียบที่แปลว่าไทยแพ้ราบเรียบ พระตะบอง ศรีโสภณ ให้เขมร แลกกับด่านซ้าย จ.เลย และตราดที่ฝรั่งเศสยึดไว้ตั้งแต่ปี 2446 รวมทั้งยกเลิกสิทธิสภาพนอกอาณาเขตของคนเอเชียในบังคับฝรั่งเศสด้วย ในห้วงเวลานี้เอง ที่มีการทำแผนที่ผนวก 1 มาตราส่วน 1 : 2 แสนตารางกิโลเมตร มีการขีดเส้นเขตแดนบริเวณเขาพระวิหารไม่เป็นไปตามสันปันน้ำ โดยเฉือนปราสาทพระวิหารเข้าไปไว้ในเขตกัมพูชา จากนั้นได้จัดพิมพ์แผนที่ขึ้นที่ฝรั่งเศส ประกอบด้วยชุดแผนที่ 11 แผ่น เรียกว่าแผ่นดงเร็ก ก่อนส่งให้สยาม
คนไทยจำนวนไม่น้อย มิได้ใส่ใจหรือรู้สึกว่าปัญหาข้อพิพาทระหว่างไทยกับกัมพูชา ที่อาจทำให้เราต้องเสียดินแดนไปนั้นสำคัญอย่างไร เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน และความเป็นอยู่ของพวกเขาอย่างไร หลายคนยังเชื่อในคำอธิบายความจริงเพียงครึ่งเดียวของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หลายคนยังแคลงใจในกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ว่าเป็นการประกอบสร้างเรื่องราวนี้ขึ้นมา เพื่อให้คนไทยตื่นตระหนกจนเกินเหตุโดยมีวาระซ่อนเร้นอันใดหรือไม่ นี่ก็เป็นปัญหายืดเยื้อเรื้อรังข้ามรัฐบาล ที่อาจต้องจับตาติดตามใกล้ชิด เพราะสายสัมพันธ์ที่แนบแน่นระหว่างสมเด็จฮุน เซน กับอดีตนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยนั้น เปลี่ยนรัฐบาลใหม่ นโยบายด้านความสัมพันธ์กับกัมพูชา อาจเปลี่ยนไปอย่างคาดไม่ถึง



