
สกัด"ศึกชนช้าง"จับตา...นักฆ่าทีมหาเสียง
แม้ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้หลายฝ่ายประเมินว่าน่าจะส่อเค้ารุนแรง ส่วนผู้สมัคร ส.ส.หลายคนก็ผวาถูกลอบฆ่า มีการร้องขอให้ตำรวจช่วยดูแลรักษาความปลอดภัย ขณะที่การปราบปรามมือปืนรับจ้างของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือสตช.ครั้งนี้ ก็ทำให้บรรดา "มือปืนรับจ้าง" หวาดผวาต
สำหรับมาตรการกดดันที่ สตช. นำภาพถ่ายมือปืนรับจ้างปิดประกาศตามภูมิลำเนา หรือประกาศสืบจับโดยมีรางวัลนำจับนั้น ทำให้ผู้ถูกกล่าวหาบางคนติดต่อขอเข้ามอบตัวโดยที่ไม่ต้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหลายหน่วยงานติดตามจับกุม
อาทิ ผู้ถูกกล่าวหา 2 รายนี้ นายธนกฤติ วงษ์ทองดี หรือ ปื๊ด อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 130/17 หมู่ 15 ต.บ้านบึง อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี และ นายสุวิช ชูสวัสดิ์ หรือ คาน อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 4/42 ถนนเจตต์อำนาจ ต.บ้านบึง อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี โดยนายสุวิชเคยเป็นอดีตตำรวจสังกัด สภ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ซึ่งบุคคลทั้งสองที่ถูกกล่าวหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ตามหมายจับของศาลจังหวัดสุพรรณบุรี ที่ 22/2553 ลงวันที่ 19 มกราคม 2553 พล.ต.ท.พงษ์สันต์ เจียมอ่อน ผบช.ภ.7 เปิดเผยว่า ผู้ถูกกล่าวหาทั้งสองคนติดต่อขอเข้ามอบตัวเอง แล้วนำหลักทรัพย์คนละ 5 แสนบาทยื่นประกันตัวออกไปเพื่อต่อสู้ในคดีที่ถูกกล่าวหา
"ผู้ถูกล่าวหาเท่าที่สอบสวนเบื้องต้น สาเหตุที่ติดต่อเข้ามอบตัวโดยผู้ถูกกล่าวหาอ้างว่า หลังจากที่มีข่าวเรื่องปฏิทินมือปืนเมืองไทย แล้วมาตรการการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตำรวจเด็ดขาด ผู้ถูกกล่าวหาอ้างว่าเกิดความกลัว อีกทั้งเชื่อว่าผู้ถูกกล่าวหาน่าจะมีแนวทางการต่อสู้คดีจึงตัดสินใจเข้ามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ" พล.ต.ท.พงษ์สันต์ ระบุ
ส่วนกรณี "นักฆ่า" คลื่นลูกใหม่ที่เดินตามผู้กว้างขวางในพื้นที่ พล.ต.ท.พงษ์สันต์ กล่าวว่า กำลังดำเนินการตรวจสอบเช่นเดียวกัน หากเจ้าหน้าที่ตำรวจพบเห็นบุคคลใดก็ตามพกพาอาวุธปืนก็จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย
ด้าน "เปี๊ยก" อายุ 50 ปี (ขอสงวนชื่อนามสกุล) ผู้ที่เคยติดตามผู้กว้างขวางในเขตกรุงเทพและต่างจังหวัด เปิดเผยกับ "คม ชัด ลึก" ว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ มีแนวโน้มที่อาจจะรุนแรง แม้ว่าแวดวงมือปืนบางซุ้มหยุดความเคลื่อนไหว ผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นมือปืน หรือบุคคลเป้าหมาย ที่มีหมายจับในคดีฆ่าหรือร่วมกันฆ่า ก็พยายามหลบซ่อนไม่ให้ถูกจับกุม แต่ที่น่าระมัดระวังคือ "กลุ่มคลื่นลูกใหม่" ที่เดินตามผู้กว้างขวางในพื้นที่ต่างๆ กลุ่มพวกนี้น่าจับตามองอย่างใกล้ชิด เพราะสามารถทำอะไรก็ได้เพื่อทดแทนบุญคุณหรืออำนาจของเงิน
"กลุ่มนี้ส่วนใหญ่ก็เป็นวัยรุ่นหรือวัยหนุ่ม กลุ่มพวกนี้ในช่วงแรกจะไม่รู้จักมักคุ้น หรือสนิทสนมกับผู้กว้างขวาง แต่คนใกล้ชิดของผู้กว้างขวางนั้นเป็นตัวเชื่อมโยงและเปิดทางให้กลุ่มพวกนี้เข้าไปอยู่ใกล้ชิดผู้กว้างขวาง คอยเดินตามคอยติดตามรับใช้ แม้ว่าผู้กว้างขวางมีพฤติกรรมหรือพฤติการณ์ในทางใด กลุ่มพวกนี้มักไม่ค่อยสนใจเพราะหากเข้าไปอยู่ใกล้ชิดแล้วมักมีเงินใช้สอยเที่ยวเตร่ซื้อของหรือแม้แต่เลี้ยงครอบครัวให้มีความสุขสบาย ประเด็นสำคัญคือเมื่ออยู่กับผู้กว้างขวางก็ย่อมกลายเป็นผู้มีบารมีเป็นที่เกรงอกเกรงใจด้วย" อดีตผู้ใกล้ชิดผู้กว้างขวางรายเดิม ระบุ
ส่วนการจัดหากลุ่มคลื่นลูกใหม่นี้ "เปี๊ยก" อธิบายว่า กลุ่มผู้กว้างขวางมักไม่ค่อยหากลุ่มพวกนี้มาติดตามด้วยตนเอง แต่ผู้ใกล้ชิดมักเป็นผู้สรรหาบุคคลที่อยู่ในกลุ่มแล้วมีความไว้เนื้อเชื่อใจพูดคุยรู้เรื่อง แล้วชักชวนให้มาติดตามผู้กว้างขวาง ในทางตรงกันข้าม หากผู้กว้างขวางมีปัญหาส่วนใหญ่มักไม่บอกผู้ติดตามให้รับทราบ แต่จะพูดทำนองเปรยๆ ให้ผู้ใกล้ชิดทราบ โดยเมื่อผู้ใกล้ชิดรับทราบก็จะเรียกวัยรุ่นหรือวัยหนุ่ม ที่ให้ไปติดตามผู้กว้างขวางมาพูดคุยทำนองว่า "นาย" ไม่สบายใจเรื่องนั้นเรื่องนี้ จากนั้นผู้ใกล้ชิดก็จะหาวิธีที่ทำให้ผู้กว้างขวางสบายใจ โดยใช้ตั้งแต่วิธีก่อกวนในรูปแบบต่างๆ เช่นทำลายป้ายหาเสียง ไปจนถึงขั้นเอาชีวิตซึ่งกันและกัน หรือใช้งานเพื่อสร้างสถานการณ์ให้ผู้กว้างขวางได้รับประโยชน์หรือได้รับความสนใจเท่านั้น!?



