
ลองเลี้ยงหมาดุ
อีก 30 วันเศษคนไทยต้องเข้าคูหาเพื่อเลือกผู้แทนราษฎร เอาไปเป็นปากเสียงแทน
สมัยก่อนผู้แทน ทำหน้าที่ไปหางบประมาณมาพัฒนาท้องถิ่น ออกกฎหมายโดยภาพรวม พยายามทำให้ชาวบ้านลืมตาอ้าปากได้ แต่ปัจจุบันตรงข้ามหมด ส.ส.เข้าไปหาเงิน ไปทำงานสนองนโยบายพรรค รับใช้รัฐมนตรีพวกพ้องหรือรัฐบาลมากกว่าประชาชน แม้จะอ้างว่าสุดท้ายประโยชน์จะย้อนกลับมา แต่ภาพหรือท่าทีที่ปรากฏชาวบ้านหวังอะไรไม่ได้เลย
การชูนโยบายปรองดอง หาเสียงเพื่อให้เชื่อว่าตัวเองรักสงบ อยากให้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้า แต่บรรดานักการเมืองกลับแสดงพฤติกรรมรายวันที่ฟ้องว่า โอกาสปรองดองนั่นยากยิ่ง
สีเสื้อกลายเป็นกำแพงกั้นไม่เลือกข้างนี้ก็ต้องเลือกข้างนั้น ถ้าฝ่ายแดงกลับมาได้รับชัยชนะ แน่นอนว่าอดีตนายกรัฐมนตรีได้กลับบ้าน
สะท้อนว่าการรัฐประหารปี 2549 ล้มเหลว ผิดพลาด ไม่ชอบธรรม และจะส่งผลสะท้อนมาถึงเหตุการณ์กระชับพื้นที่มีคนตายกว่า 90 ราย แสดงว่า คนส่วนใหญ่ส่งสัญญาณบอกว่า ไม่เห็นด้วยกับการใช้กำลัง
อำนาจในกองทัพย่อมสั่นสะเทือนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
แต่หากพรรครัฐบาลปัจจุบันได้รับเลือกเข้ามาถล่มทลาย บ้านเมืองจะสงบหรือเปล่า ยังเป็นปัญหาเพราะเงื่อนไขปรองดองผ่านกฎหมายนิรโทษกรรม เดินหน้าไม่ได้ เหตุวุ่นวายจึงยังไม่จบสิ้น
โพลล์ที่ออกมาตั้งถามถึงนโยบายประชานิยมสวยหรูที่ทุกพรรคการเมืองงัดออกมาหาเสียงได้รับคำตอบจากคนส่วนใหญ่ว่า ไม่มีประโยชน์ หากบ้านเมืองยังเป็นอย่างนี้
ดังนั้นกลไกสำคัญในการควบคุมบ้านเมืองหลังการเลือกตั้งคงหลีกไม่พ้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ตำรวจต้องยึดกฎหมายอย่างเคร่งครัด ต้องไม่มีสี ไม่เชียร์ใครเป็นพิเศษขณะที่ยังสวมเครื่องแบบปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้พิทักษ์สันติราษฎร์
ที่ผ่านมาปัญหาความแตกแยกส่วนหนึ่งมาจากกฎหมายที่ถูกใช้ไม่เท่าเทียม การปฏิบัติคดีหนึ่งแตกต่างจากคดีลักษณะเดียวกัน
ตำรวจต้องควบคุมสังคมด้วยกฎหมาย ไม่ให้ใครละเมิด ต้องไม่กลัว ไม่รอศูนย์อำนาจใหม่
มีตำรวจใหญ่คนหนึ่งชอบพูดติดตลกไว้ว่า ตอนดีๆ (มีอำนาจ) ไม่เลี้ยงหมาดี หมาดุ แต่ดันไปเลี้ยงชิสุ ไว้เลียแข้งเลียขา
ฟังแล้วเห็นภาพ พวกที่เติบโตมีอำนาจวาสนาทุกวันนี้ ล้วนมีพรสวรรค์ในการสอพลอขั้นเทพ คนทำงานไม่มีอำนาจ บ้านเมืองถึงวุ่นวายเช่นนี้แหละ
รัฐบาลหน้าลองเลี้ยงหมาดุดูบ้าง !!



