
ชวรัตน์ไม่หวั่นพรรคใหญ่กลบกระแสภท.
"ชวรัตน์" ไม่หวั่นกระแสพรรคใหญ่กลบกระแส"ภท." เชื่อการตอนสินใจขั้นสุดท้ายอยู่ที่ปชช. "พร้อมพงศ์" โยน"กก.บห."ตัดสินใจพรรคอ้าแขนรับ"ภท."หรือไม่ ประพันธ์ระบุลต.ล่วงหน้าประชาสัมพันธ์ทั่วถึงทุกสื่อ
(30พ.ค.) ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการปราศรัยใหญ่ครั้งแรกที่จะมีขึ้นที่จ.นครราชสีมา ว่า พรรคภูมิใจไทยจะมีการปราศรัยถึงนโยบายของพรรค ซึ่งจะดำเนินการทันทีถ้าหากได้เป็นรัฐบาล ส่วนที่มีกระแสข่าวการจับขั้วกับพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน ขณะนี้ยังไม่มีการคุยกัน แต่ยอมรับว่า การรณรงค์ประชาสัมพันธ์ของพรรคขนาดกลาง และขนาดเล็กกระแสอาจไม่ดีเท่าพรรคขนาดใหญ่ เพราะปริมาณป้ายหาเสียงจะน้อยกว่า แต่ทุกพรรคก็ยังคงเคลื่อนไหวเพื่อรณรงค์การเลือกตั้ง อย่างไรก็ตามตนไม่หนักใจในกระแสของพรรคใหญ่จะกลบทำให้พรรคขนาดกลาง หรือพรรคขนาดเล็กเสียเปรียบ เพราะสุดท้ายอยู่ที่ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน
พท.โยน"กก.บห."ตัดสินใจพรรคอ้าแขนรับ"ภท."
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่มีสมาชิกพรรคภูมิใจไทย ออกมาแสดงความจำนงถึงร้อยละ 99 ที่อยากจะร่วมงานกับพรรคเพื่อไทยว่า ทางพรรคภูมิใจไทยคงมั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยจะได้เสียงข้างมากในการเลือกตั้งครั้งนี้ แต่เราควรรอให้การเลือกตั้งเสร็จสิ้นไปก่อนคือหลังวันที่ 3 ก.ค. ขณะนี้พรรคเพื่อไทยเราไม่ยังคิดจะฟอร์มรัฐบาล ขอลงพื้นที่หาเสียงก่อน ส่วนที่พรรคภูมิใจไทยคิดที่จะร่วมงานกับพรรคเพื่อไทยก็เป็นความคิดของพรรค ภูมิใจไทย ส่วนเราจะเลือกหรือไม่ ก็เป็นหน้าที่ของกรรมการบริหารที่มีการพิจารณาอีกครั้ง
ประพันธ์ระบุลต.ล่วงหน้าประชาสัมพันธ์ทั่วถึงทุกสื่อ
นายประพันธ์ นัยโกวิท กกต.ด้านบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทย ร้องเรียนให้กกต.ประชาสัมพันธ์ ให้ประชาชนเข้าใจถึงวันเลือกตั้งล่วงหน้า เพราะขณะนี้ประชาชนยังสับสน ว่า กกต.ประชาสัมพันธ์เรื่องนี้ไปหลายครั้งแล้ว ทั้งสื่อวิทยุ โทรทัศน์ รวมสื่ออื่นด้วย เช่น หนังสือพิมพ์ต่างๆ และวารสารต่างของกกต. จึงมั่นใจว่าประชาชนจะทราบและเข้าใจถึงวันเลือกตั้งล่วงหน้า ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทยขอให้แต่งตั้งตัวแทนพรรคการเมืองทั้ง 57 พรรค ไปเป็นกรรมการตรวจนับบัตรเลือกตั้ง เพื่อป้องกันการพิมพ์บัตรเกินนั้น เห็นว่า การที่จะให้กกต.ไปแต่งตั้งตัวแทนพรรคการเมืองเป็นกรรมการตรวจนับบัตรเลือกตั้งนั้นเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากกฎหมายไม่ได้กำหนดไว้ แต่ได้กำหนดให้สามารถส่งตัวแทนเข้ามาสังเกตการณ์ได้ในทุกขั้นตอนของการดำเนินการจัดการเลือกตั้ง
นายประพันธ์ กล่าวว่า ในวันที่ 31 พ.ค.ก็อยากให้มีตัวแทนพรรคการเมืองมาร่วมกันสังเกตการณ์การพิมพ์เลือกตั้งทั้ง 2 โรงพิมพ์ ที่กกต.จะพาไปดูกระบวนการการผลิต นอกจากนี้ตัวแทนพรรคการเมืองยังสามารถไปสังเกตการณ์ที่หน่วยเลือกตั้งได้ตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงการไปเฝ้าหีบบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าด้วย และอยากให้ไปช่วยดูตั้งแต่กระบวนการการส่งบัตร และหีบบัตรเลือกตั้งเลย
เมื่อถามถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยร้องว่า กกต.มีระเบียบ ในเรื่องของกรรมการประจำหน่วย จะต้องขานชื่อผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งด้วยเสียงดังๆทุกครั้งนั้น นายประพันธ์ กล่าวยอมรับว่า ระเบียบของกกต.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ก็ได้กำหนดไว้ให้กรรมการประจำหน่วยขานชื่อผู้มีสิทธิมาใช้สิทธิดังๆ ซึ่งได้มีการกำชับตลอดเวลาอยู่แล้ว ที่การเลือกตั้งผ่านๆ ยังมีหน่วยเลือกตั้งที่ไม่ขานชื่อผู้มาใช้สิทธิ อาจจะเป็นช่องให้ถูกร้องเรียน ดังนั้นเรื่องนี้กกต.จะมีการกำชับกับกรรมการประจำหน่วยเป็นพิเศษ และจะประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบถึงกระบวนการเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาระหว่างกรรมการประจำหน่วยและผู้มาใช้สิทธิ หรืออาจทำให้เกิดการร้องเรียนขึ้นมาอีกได้ ส่วนเรื่องการตั้งคณะอนุกรรมการฯขึ้นมาเพื่อช่วยตรวจนับคะแนนบัตรเลือกตั้งนั้น ตามกฎหมายไม่อนุญาตให้ผู้ที่ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องเข้าไปในพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ดำเนินการนับคะแนนได้ นอกจากนี้การคำสั่งการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการฯขึ้นมานอกเหนือจากกรรมการประจำหน่วยที่เรากำหนดไว้ทำหน้าที่ 9 คนไม่ได้



