
"นิมิตร จิวะสันติการ" นายกนักปฏิรูปการศึกษา
เป็นที่ยอมรับในฐานะครู นักบริหาร นักการศึกษา และนักพัฒนา สำหรับ ดร.นิมิตร จิวะสันติการ นายกเทศมนตรีนครลำปาง และประธานอนุกรรมการการศึกษาสมาคมสันนิบาตแห่งประเทศไทย ซึ่งมีปณิธานอันแน่วแน่ที่จะพัฒนาบ้านเกิดให้เป็นชุมชนที่อยู่อย่างมีความสุข ด้วยการปฏิรูปการศึ
ดร.นิมิตร บอกว่า เป็นผู้ก่อตั้งโรงเรียนพาณิชยการและเทคโนโลยี สอนระดับ ปวช. และ ปวส. โดยมีความฝันไม่ให้เด็กบ้านนอกไปเรียนที่กรุงเทพฯ และเพื่อให้ จ.ลำปาง มีโรงเรียนอยู่ในเมือง และเป็นโรงเรียนที่มีคุณภาพ ซึ่งผ่านมากว่า 40 ปี ถือว่าประสบความสำเร็จ กระทั่ง 6-7 ปีก่อน มีการต่อยอดในระดับปริญญาตรี ด้วยการเปิดวิทยาลัยอินเตอร์เทค ที่ผ่านมาโลดแล่นในวงการศึกษามานาน จนได้รับตำแหน่งประธานกลุ่มโรงเรียนเอกชนหลายสิบปี เป็นนายกสมาคมโรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทยหลายสมัย เป็นกรรมการหลายคณะในกระทรวงศึกษาธิการ รวมไปถึงที่ปรึกษา รมว.ศึกษาธิการ
"ผมคลุกคลีอยู่กับการศึกษา จนเห็นไส้เห็นพุงทุกแง่ทุกมุมการศึกษาไทย คือ มีแต่ภาพใหญ่ นโยบายใหญ่ งบประมาณเยอะที่สุด แต่ลงมาถึงเด็กน้อยมาก ถือเป็นความล้มเหลว ซึ่งการปฏิรูปการศึกษาคุยกันมานาน แต่ไม่ทำตามแนวทางการปฏิรูปตามกฎหมายของการศึกษาปี 2542 หากช่วยกันทำจริงจัง การศึกษาไทยจะก้าวไปไกล แต่ทุกวันนี้สนใจแต่อำนาจหน้าที่ ขยายองค์กร เพิ่มคนเพิ่มหน่วยงาน" ดร.นิมิตร กล่าว
ดร.นิมิตร กล่าวว่า นโยบายสำคัญคือ ปฏิรูปการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นกับเด็ก ซึ่ง จ.ลำปาง เป็นศูนย์กลางและเป็นเมืองน่าอยู่ ลำปางมีสถาบันอุดมศึกษา เช่น มหาวิทยาลัยราชภัฏ และมหาวิทยาลัยราชมงคล อาชีวศึกษา มัธยมศึกษาและประถมศึกษาก็มีมาก สิ่งที่เกิดขึ้นคือ แต่ละสถานศึกษาไม่สนใจที่จะมาทำกลุ่มการศึกษาร่วมกัน ต่างคนต่างอยู่ ทั้งนี้สิ่งที่ทุกแห่งมีเหมือนกัน ประการแรกไม่ตอบสนองตลาดแรงงาน ประการที่สอง สังคมไม่ชี้นำอาชีพ เด็กแห่ไปเรียนเพียงแค่ค่านิยม ดังนั้นทุกแห่งต้องหันหน้ามาคุยกันว่า พันธกิจของแต่ละสถาบันมีความเชี่ยวชาญด้านไหน ไม่ต้องซ้ำซ้อน
จากปัญหาดังกล่าว เมื่อตนเข้ามาดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีนครลำปาง สมัยแรกปี 2548 จึงเน้นนโยบายเพื่อปฏิรูปการศึกษาโรงเรียนเทศบาล 6 แห่ง เปลี่ยนวิธีการเรียนการสอนใหม่หมด วิธีเก่าๆ ที่ครูสอนหนังสือเลิกหมด และเอาการปฏิรูปการเรียนรู้มาแทนวิธีการเป็นครูสอน ทั้งนี้ต้องสนใจพัฒนาการของเด็ก ทั้งร่างกาย จิตใจ สมอง สติปัญญา เด็กๆ จะร่วมเรียนรู้กับครู ไม่ใช่วันๆ อยู่ในห้องกล่องสี่เหลี่ยม ครูและนักเรียนต้องมีกิจกรรมร่วมกัน ให้เข้าใจเรื่องต่างๆ ทั้งห้องสมุด อินเทอร์เน็ต ฯลฯ
"ผมปฏิวัติการศึกษาแบบเดิม เช่น เด็กอนุบาล จับมือเขียน ก ไก่ ข ไข่ เลิกทั้งหมด เพราะว่าเด็กยังไม่พร้อม ทั้งร่างกาย จิตใจ การพัฒนาการทางสมอง สติปัญญาบังคับเขาทำไม่ได้ ที่คนไทยไม่ชอบไปโรงเรียนและไม่ชอบอ่านหนังสือก็เพราะอย่างนี้ วัยของเขาอยากจะเล่น อยากกิน อยากนอน อยากร้องเพลง อยากวาดรูป เราจึงยกเลิกหมด และมาร่วมกันทำโครงการเรียนรู้ตามพัฒนาของสมองเด็ก" ดร.นิมิตร กล่าว
ทั้งนี้ ยอมรับว่า ในครั้งแรกได้รับการต่อต้านจากบรรดาครูๆ แต่ตนเป็นผู้นำ ต้องให้เขาเชื่อ ท้ายที่สุดครู ผู้ปกครองก็เข้าใจและมีความสุข เพราะพฤติกรรมเด็กเปลี่ยน คือสนใจการเรียนรู้ ช่างถามมากขึ้น เด็กเรียนรู้ตามพัฒนาการของสมอง ทำให้ชีวิตเป็นปกติขึ้น สวยงาม มีความสุข และสนุกสนานกับการเรียนรู้
อย่างไรก็ตาม ได้ย้ำกับครู ผู้ปกครองเสมอว่า การสร้างคน สำคัญกว่าสร้างอย่างอื่น เวลาสร้างฐานราก เราต้องใจเย็นอย่ารีบร้อน จะต้องให้มั่นคง
ขณะเดียวกัน เพื่อให้สอดคล้องกับโลกที่เปลี่ยนไป เพิ่มช่องทางการเข้าถึงข้อมูลของเยาวชน ประชาชน ก็ได้มีการติดตั้งระบบ “ไวไฟ” ฟรี ตามสวนสาธารณะ และตามสถานที่ต่างๆ ขณะนี้ได้ดำเนินการไปแล้วกว่า 10 จุด ในเขตเทศบาล ซึ่งจะเป็นช่องทางหนึ่งให้ประชาชน เยาวชน ได้เกิดการเรียนและค้นคว้า กระนั้น หากโครงการเหล่านี้ประสบความสำเร็จ เมืองนี้จะมีแต่รอยยิ้มของความสุข
"ประทีป นันทะผาบ"



