
เติ้งฉุนปชป.รับปากแล้วไม่รักษาคำพูด
บรรหารชี้เสธฯหนั่นมีโอกาสนั่งนายกฯ เผย สุเทพตั้งแต่ยุบสภาไม่เคยเคยโทรหา เตือนปชป.ทำงานกับใครต้องรักษาคำพูด เพราะเคยรับปากบางเรื่องแต่ไม่ทำ ชี้ปัญหาต้องแก้ที่"อภิสิทธิ์" ด้านเลขาฯปชป. ปรามพรรคขนาดเล็กอย่าสร้างเงื่อนไขต่อรองไม่เอา มาร์ค ย้ำนาย
(30พ.ค.) นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าพรรคขนาดกลางรวบรวมเสียงได้เกิน 100 เสียงและจะเลือกพล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกฯและที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนาเป็นนายกฯว่า ยังยืนยันพล.ต.สนั่นจะเป็นนายกฯก็มีโอกาสหาก 2 พรรคใหญ่ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ และต้องหาคนกลางที่ปรองดองก็มีโอกาสเป็นไปได้ แต่จะเป็นไปได้หรือไม่ต้องรอดูวันที่ 3 ก.ค.ว่าคะแนนจะได้เท่าไหร่ ขออย่างเดียวอย่าให้คะแนนผกผันเหมือนการเลือกตั้งปี 50 ที่คาดคะเนผิดทุกพรรค อย่างไรก็ตามพรรคขนาดกลางที่ได้ 20 เสียงขึ้นไปอาจจะมีแค่ 3 พรรค คือพรรคภูมิใจไทย ชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน ชาติไทยพัฒนา แต่ทั้งนี้ไม่ได้ดูถูกพรรคอื่น
นายบรรหาร กล่าวว่า การที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ขอโทษพล.ต.สนั่นเป็นเรื่องที่ถูกต้อง ความจริงพรรคประชาธิปัตย์ตนไม่ได้รังเกียจ และจะกล่าวหาตนเข้ากับพรรคเพื่อไทยไม่ได้ แต่ถ้าได้เสียงข้างมากเราก็ยินดีให้การสนับสนุนไม่ว่าใคร จะเป็นนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แต่ถ้านายอภิสิทธิ์ไม่เป็นก็จะให้นายสุเทพเป็นตนก็หนุนสุดลิ่มทิ่มตัว สมัยก่อนตอนที่พล.ต.สนั่นเป็นเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ได้เชิญเข้าร่วมรัฐบาลก็พูดกันรู้เรื่อง คราวที่แล้วนายสุเทพเป็นเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์มาประสานพรรคร่วมดีมากไม่แพ้พล.ต.สนั่น ตนก็เชียร์ถ้าให้คนประนีประนอมกันได้ ไม่น่ามีปัญหาเกิดขึ้น แต่ว่าสัญญาอะไรไว้ควรรักษาสัญญาด้วย
“ความจริงผมก็ไม่อยากทวงถึงนายอภิสิทธิ์ แต่เรียนตรง ๆในพรรคประชาธิปัตย์ต้องชมคนที่พูดรู้เรื่องและประสานงานพรรคร่วมรัฐบาลได้มีนายสุเทพเพียงคนเดียวที่พูดกันรู้เรื่อง เอาอย่างไรก็เอาด้วยกัน แต่ระยะนี้ท่านห่างไปตั้งแต่ยุบสภาไม่เคยโทรศัพท์หากันเลย อาจจะลืมพรรคชาติไทยพัฒนาก็ได้ ” นายบรรหาร กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคที่ได้เสียงข้างมากต้องมีโอกาสในการจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ นายบรรหาร กล่าวว่า ก็ต้องให้โอกาสเขาจัดตั้งรัฐบาลก่อน อยู่ที่ว่าจะรวบรวมเสียงได้หรือเปล่า เสียงพอหรือไม่ แต่ถ้าได้พรรคใหญ่ได้เสียงเกินกึ่งหนึ่งก็หมดปัญหา สามารถตั้งรัฐบาลได้
เมื่อถามว่านายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ แกนนำพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดินระบุว่าพรรคใหญ่อาจจะได้ 400 เสียง นายบรรหาร กล่าวว่า "อาจจะถึงหรือไม่ถึงก็ได้ หรืออาจจะเกินก็ได้ ส่วนพรรคอื่นก็ไม่ต้องได้อะไรแล้ว ต้องกินน้ำใบบัวบก รอวันที่ 3 ก.ค.ก่อน "
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ศักยภาพนายสุเทพ สามารถเป็นนายกฯได้หรือไม่ นายบรรหารกล่าวว่า เป็นได้ และพล.ต.สนั่น ก็เป็นได้เหมือนกัน ส่วนตนเป็นไม่ได้
เมื่อถามอีกว่านายสุเทพ ออกมาระบุว่ารัฐบาลหน้าจะเชิญนายบรรหารไปเป็นที่ปรึกษานายบรรหาร กล่าวว่า เป็นที่ปรึกษาอะไร แล้วคราวที่แล้วทำไมไม่เชิญ ถ้าเชิญมาป่านนี้พรรคประชาธิปัตย์ก็คงไม่ก่ำกึ่งแบบนี้หรอก
ผู้สื่อข่าวถามมถึงการที่นายสุเทพ ระบุว่าตอนนี้นายบรรหารอยากได้ตำแหน่งอะไรพร้อมให้ทุกตำแหน่ง นายบรรหารกล่าวว่า พอแล้วตนไม่เอาหรอก ตนไม่ต้องการ มีอย่างเดียวคือต้องแก้ที่นายอภิสิทธิ์
เมื่อถามว่าจะให้แก้อย่างไร นายบรรหารหัวเราะแล้วบอกว่าอย่าให้พูดเลยมันไม่ดี จากนั้นนายบรรหารก็หันรีหันขวางเหมือนอยากจะพูด แต่นายนิกร จำนง และนายประภัตร โพธสุธน กรรมการที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนาที่ยืนอยู่ข้างๆ ต่างปรามนายบรรหารว่า “ อย่าพูด ” ให้นายบรรหาร ซึ่งทำท่าจะพูดเลยบอกว่า “ไม่พูดดีกว่ามันไม่ดี”
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่านายสุเทพ ระบุว่าเรื่องนิรโทษกรรมสามารถพูดคุยกันได้ นายบรรหาร ย้อนถามกลับว่า จริงหรือเปล่า ตอนนั้นบอกว่าจะแก้มาตรา 237 แล้วก็ไม่ทำ พูดหลายครั้งหืดขึ้นคอก็ไม่ทำ
ผู้สื่อข่าวถามถึงการที่นายสุเทพขออย่างเดียวคืออย่าให้พรรคชาติไทยพัฒนาไปเป็นใบเฟิรนส์ให้กัพรรคเพื่อไทย นายบรรหาร กล่าวว่า แล้วนายสุเทพไม่ย้อนกลับว่าพรรคชาติไทยพัฒนาจะไปใบเฟิรนให้กับพรรคประชาธิปัตย์ก็ได้ ท่านต้องคิดแบบนี้ มันต้องมีทั้งบวกและลบ เอาเป็นว่าอนาคตใครจะจัดตั้งรัฐบาลยังบอกไม่ได้ ต้องรอวันที่ 3 ก.ค. ความจริงคราวที่แล้วก็บอกว่าอย่าเอาพรรคชาติไทยพัฒนาไปเป็นใบเฟิรน คราวนี้เกิดตนส่ง 170 แล้วได้ 140 ก็ได้เป็นกุหลาบในแจกัน สวยงามและหอมด้วย
เมื่อถามต่อว่าแสดงว่าตอนนี้กลายเป็น 3 แจกัน นายบรรหารกล่าวว่า ใช่ 3 แจกันแล้ว และตนก็เชียร์สุดลิ่มทิ่มประตูให้พล.ต.สนั่น ได้เป็น ซึ่งคราวที่แล้วก็หวิดได้เป็นเหมือนกัน แต่มันพลาดจังหวะไปนิดหนึ่ง เมื่อถามว่าพอจะตั้งได้หรือไม่ นายบรรหาร กล่าวว่า ตั้งได้ แต่เสียงต้องได้เป็นร้อย
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า มีอะไรที่เคยคุยกับพรรคประชาธิปัตย์แล้วไม่ยอมทำให้นายบรรหารกล่าวว่า ไม่พูดดีกว่า เพราะการจะอยู่กับใครทำงานกับใครมันสำคัญที่การพูดจา แล้ววันนี้ตนพอจะมีพื้นที่ข่าวในหน้าสื่อบ้างหรือไม่ และยังมีอีกซีนหนึ่งที่สำคัญมากที่จะเปิดในวันจันทร์ที่ 6 มิ.ย.นี้ แต่ขอเก็บไว้ก่อน
เมื่อถามต่อว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับสัญญาที่บอกจะทำแต่ไม่ทำใช่หรือไม่ นายบรรหารกล่าวว่า เขาทำแต่ทำไม่หมด ความจริงพรรคประชาธิปัตย์ติดปัญหาภายในพรรค จะทำอะไรต้องหารือในกรรมการบริหารพรรค หากในพรรคไม่เห็นด้วยก็ลำบาก หากรับปากไปแล้วกรรมการบริหารพรรคไม่เห็นด้วยก็ลำบาก ก็ต้องเห็นใจ
เมื่อถามว่ามีสองพรรคใหญ่มาติดต่อหรือไม่ นายบรรหารกล่าวว่า ยังไม่มีเลย ต้องรอคะแนนเสียงในวันที่ 3 ก.ค.นี้ก่อน หรือคืนวันที่ 2 ก.ค.ให้ไปเฝ้าหน้าพรรคเลย และจ้องหัวหน้าพรรคว่าใครไปที่ไหน ส่วนตนไม่แว๊บไปไหนจะอยู่ที่ร้านกาแฟพรรค
ผู้สื่อข่าวถามว่าโพล์ออกมาระบุว่านโยบายปรองดองของพรรคชาติไทยพัฒนากำลังได้รับความนิยมจากประชาชนในกทม. นายบรรหารกล่าวว่า ต่างจังหวัดด้วยไม่ใช่เฉพาะในกทม. พื้นที่แต่จังหวัด แต่ละภาคก็ต้องการไม่เหมือนกัน อย่างภาคกลางชาวนาเกษตรกรต้องการการจำนำข้าว ส่วนภาคอีสานต้องการการประกันรายได้ ขณะที่คนกทม.ก็มีความเห็นอีกอย่าง
ผู้สื่อข่าวถามว่าช่วงนี้รู้สึกว่าพรรคชาติไทยัพฒนาเนื้อหอม ใช้น้ำหอมยี่ห้ออะไร นายบรรหาร กล่าวว่า “ ใช่ใกล้ชิด ” แล้วก็ร้องเพลงต่อว่า “ ใกล้เข้ามาอีกนิด ชิดเข้ามาอีกหน่อย ”
ด้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงความสัมพันธ์กับพรรคร่วมรัฐบาลเดิม จนถึงขณะนี้พรรคประชาธิปัตย์เหลือเพื่อนอยู่กี่พรรคว่า ตอนนี้เพื่อนยังเหลืออยู่เท่าเดิม ส่วนใจเพื่อนยังเหลือเท่าเดิมหรือไม่นั้น เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตอนนี้ยังอยู่ แต่ใจคนก็เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาตามสถานการณ์ เป็นเรื่องปกติ มันอยู่ที่สถานการณ์ ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างตนกับพล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา ไม่มีปัญหา เมื่อตนได้กล่าวฝากขอโทษท่านผ่านสื่อไปแล้วท่านก็เข้าใจ คงไม่ต้องต่อสายพูดคุยกันโดยตรง เป็นนักการเมืองต้องหนักแน่น ไม่หวือหวา
ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้มีการประเมินว่าผลการเลือกตั้งจะออกมาสูสีกัน ในขณะที่เริ่มมีการเปิดสูตรการจัดตั้งรัฐบาลแล้ว พรรคประชาธิปัตย์ได้ดำเนินการอย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่า เรื่องการทาบทามจัดตั้งรัฐบาลเป็นเรื่องปกติ ที่ต้องมีการพูดคุยเตรียมการกันไปอย่างนี้ แต่ผลการเลือกตั้งจะเป็นตัวกำหนดที่แท้จริง ตอนนี้ใครจะพูดคุยอย่างไรก็ทำได้ แต่พอผลเลือกตั้งออกมาแล้วก็จะเป็นอีกแบบหนึ่ง ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์เรายังไม่ได้ทำอะไรมากเป็นพิเศษ ยังไม่ได้ทาบทามควบคู่กันไป แต่ตั้งหน้าตั้งตารณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง
ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้พรรคการเมืองขนาดเล็กรวมพลังต่อรองกับพรรคเพื่อไทยตั้งเงื่อนไขไม่เอาน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกฯ หากมายื่นเงื่อนไขนี้กับพรรคประชาธิปัตย์ ไม่เอานายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกฯ จะรับได้หรือไม่ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า คงไม่ได้ พรรคประชาธิปัตย์มีระบบของพรรค หากเราได้เสียงข้างมากหัวหน้าพรรคก็เป็นนายกฯ มันเป็นกฎเกณฑ์กติกาที่เราทำเป็นวัฒนธรรมทางการเมือง พรรคประชาธิปัตย์ไม่ใช่แบบพรรคเพื่อไทยที่ทุกอย่างอยู่ที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะสั่งว่าจะให้ใครเป็นหรือไม่เป็นอะไรก็ได้ พรรคประชาธิปัตย์ไม่มีใครที่มีอำนาจอย่างนั้น มันเป็นระบบพรรคการเมือง
ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่าพรรคประชาธิปัตย์ยืนยันว่า หากพรรคอื่นจะมาร่วมงานด้วยนายกฯต้องชื่อ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เท่านั้นใช่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า โดยระบบของพรรคประชาธิปัตย์หัวหน้าพรรคได้เสนอตัวกับประชาชนและนำนโยบาย ผลงานไปชี้แจงกับประชาชนเมื่อประชาชนเลือกพรรคประชาธิปัตย์มาและชนะมาเป็นอันดับ 1 หัวหน้าพรรคก็ต้องเป็นนายกฯ พรรคเล็กๆ คงจะไปรวมตัวกันเป็นรัฐบาลได้ยาก เพราะเขาคงรวมกันได้ประมาณ 100 เสียง จะไปตั้งรัฐบาลได้อย่างไร คงจะต้องมาร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์หรือพรรคเพื่อไทย
ส่วนการหาเสียงในพื้นที่ภาคใต้นั้น เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ส.ส.แต่ละจังหวัด เป็นคนดำเนินการร่วมกัน ไม่จำเป็นต้องใช้กำลังจากส่วนกลางไปช่วยเสริม แต่จะใช้วิธีการเดินหาเสียงพบปะประชานตั้งเวทีปราศรัย ส่วนที่มีการวิจารณ์ว่าประชาชนจะไม่เลือกพรรคประชาธิปัตย์ เพราะไม่ให้การช่วยเหลือในเหตุการณ์น้ำท่วม ตนยืนยันว่าทุกโครงการที่ให้ความช่วยเหลือประชาชนเดินหน้าไปตามปกติ ดังนั้นจึงเชื่อมั่นว่าคะแนนเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ในพื้นที่ภาคใต้จะเพิ่มมากขึ้น เพราะประชาชนติดตามการทำงานของรัฐบาลเห็นว่า พรรคประชาธิปัตย์และนายกรัฐมนตรี ทุ่มเททำงานอย่างหนักมา 2 ปีกว่า เพื่อรักษาบ้านเมือง ในขณะที่คู่แข่งเผาบ้านเผาเมือง
“ไม่ว่าโพลล์จะออกมากี่ครั้งกี่หนพรรคไหนนำอย่างไร ก็ไม่มีผลต่อการลงคะแนนเสียงของประชาชน เพราะประชาชนไม่ได้ลงคะแนนเลือกตั้งตามโพลล์ ผมเคยบอกแล้วว่ากระบวนการทางการตลาดของคู่ต่อสู้พรรคประชาธิปัตย์ พยายามสร้างภาพและให้ลิ่วล้อทั้งหลายออกมากระพือ แต่ตนเชื่อว่าไม่ได้ผล เพราะประชาชนตัดสินด้วยตัวเอง วันนี้คะแนนเสียงของพรรคประชาธิปัตย์แทรกคู่แข่งตั้งแต่วันนี้อยู่แล้ว เพราะคนไม่ลืมว่าคนเหล่านั้นเผาบ้านเผาเมือง ใครจะไปลืมได้ คนกรุงเทพฯจำได้เลยว่า กรุงเทพฯเหมือนกับเกิดกลียุค เผาบ้านเผาเมืองเอาอาวุธสงครามมายิงเจ้าหน้าที่และประชาชน เป็นช่วงเวลาที่ทารุณโหดร้ายที่สุดในช่วงเดือนมี.ค. - เม.ย. 53 คนทั้งประเทศก็เห็นแล้วอย่างนี้ใครจะเลือก ซึ่งวันนี้พรรคประชาธิปัตย์กำลังสู้กับคนที่คิดทำร้ายบ้านเมือง” นายสุเทพ กล่าว
ส่วนกรณีที่นักวิชาการวิจารณ์ว่าพรรคการเมืองแต่ละพรรค ต่างออกนโยบายประชานิยมที่ทำไม่ได้จริง เหมือนเป็นการหลอกลวงประชาชนให้ออกมาเลือกตั้งเท่านั้น เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า นักวิชาการคงพูดจาเกินไป เพราะการเมืองสมัยใหม่มุ่งทำงานให้ประชาชนโดยตรง ได้รับการบริการจากรัฐดีขึ้นมาก



