
นายกฯลั่นไทยพร้อมแจงศาลโลกพรุ่งนี้
นายกฯปลื้มยูเนสโกหนุนไทยเลื่อนพิจารณาบริหารพื้นที่ชายแดน ลั่นคณะของไทยพร้อมแจงศาลโลก31พ.ค."สุวิทย์กร้าวไทยอยู่นอกอำนาจศาลโลก ยันไม่ยอมรับคำพิพากษาคุ้มครองชั่วคราว
(30พ.ค.) เวลา 08.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่วัดศรีบุญเรือง เขตบางกะปิ ถึงความคืบหน้าการหารือระหว่างคณะผู้แทนเจรจาฝ่ายไทยกับฝ่ายกัมพูชา ที่สำนักงานคณะกรรมการมรดกโลก ซึ่งกัมพูชาออกมาพูดในสิ่งที่ตรงข้ามกับผลการหารือ ว่า เราทราบว่าฝ่ายกัมพูชาไม่ยินยอม แต่จากการพูดคุยกัน และการที่คณะกรรมการเตรียมร่างข้อเสนอเพื่อคณะกรรมการมรดกโลกพิจารณาในเดือน มิ.ย.นี้ ก็เป็นไปในทางที่ดี โดยทางสำนักงานยูเนสโกชี้ให้เห็นว่าการเลื่อนการพิจารณาแผนบริหารจัดการพื้นที่รอบปราสาทพระวิหารของฝ่ายกัมพูชา ออกไปก่อนเป็นทางออกที่ดีสุด และเราจะเดินหน้าทำงานตรงนี้ต่อไป ซึ่งรายละเอียดทั้งหมดนั้น นายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะประธานคณะผู้แทนเจรจาฝ่ายไทย จะกลับมารายงานต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) แต่ขณะนี้มีการชี้แจงต่อศาลโลกในการที่กัมพูชาร้องขอให้ตีความคำพิพากษาเมื่อปี 2505 และขอให้มีมาตรการคุ้มครองชั่วคราวให้ไทยถอนกำลังทั้งหมดออกจากพื้นที่รอบปราสาทพระวิหาร ซึ่งไทยจะต้องแถลงด้วยวาจาต่อศาลโลกในวันที่ 30-31 พ.ค.นี้ โดยจากการที่ตนได้สอบถามครั้งล่าสุด ก็พบว่ามีความพร้อมและได้มีการซักซ้อมในประเด็นต่างๆ
เมื่อถามว่าแนวทางที่ผู้อำนวยการยูเนสโกชี้ไว้จะมีผลต่อการตัดสินใจต่อคณะกรรมการมรดกโลกมากน้อยแค่ไหน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนเชื่อว่าแนวทางของผู้อำนวยการยูเนสโกมีน้ำหนัก แต่ทั้งหมดอำนาจอยู่ที่คณะกรรมการมรดกโลก ดังนั้น ฝ่ายไทยจึงต้องเดินสายทำความเข้าใจกันต่อ แต่ตนคิดว่าถ้าฝ่ายสำนักงานคณะกรรมการมรดกโลกมีข้อเสนอที่เป็นรูปธรรม คล้ายกับร่างข้อมติที่จะเป็นไปในทางที่ให้เลื่อนการพิจารณาแผนบริหารฯ ก็เป็นแนวโน้มที่ดี
เมื่อถามต่อว่ากัมพูชากล่าวตำหนิผู้อำนวยยูเนสโกว่าทำเกินหน้าที่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตรงนี้เป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าถ้ากัมพูชาเริ่มโวยวาย ก็แสดงให้เห็นว่าที่จริงแล้วมีความโน้มเอียงเห็นประเด็นที่ไทยเสนอมาตลอด ดังนั้น เราเดินหน้าทำงานในแง่ของการพูดคุยกับคณะกรรมการมรดกโลก
เมื่อถามว่านายสุวิทย์ ที่ต้องทำหน้าที่ไปพูดคุยสร้างความเข้าใจในเรื่องนี้ ก็จะต้องไปรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง จะทำให้มีปัญหาหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คงไม่มีปัญหา เพราะเรามีเครือข่ายและเจ้าหน้าที่ที่จะช่วยทำ นายสุวิทย์ก็ทำเต็มที่ และมีการรายงานถึงตนมาตลอด เมื่อถามว่าแนวทางที่ไทยจะต่อสู้ในศาลโลกมีอะไรบ้าง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นี่เป็นเรื่องของการพิจารณากรณีที่กัมพูชาร้องขอมาตรการชั่วคราว ซึ่งหลักๆคือไม่มีความจำเป็นที่ออกมาตรการนี้ อีกทั้งเป็นคำขอก้าวล่วงไปเกินเลยจากคำพิพากษาเดิมและคำตีความที่กัมพูชาพยายามเสนออยู่ ดังนั้น เราจึงต่อสู้ทั้งในแง่ของความจำเป็น ขอบเขตอำนาจของศาล และตัวข้อเท็จจริงของการนำเสนอ โดยหลักของเราคือเมื่อกัมพูชาชนะคดีในรอบที่แล้ว รัฐบาลไทยได้กำหนดขอบเขตวิธีปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลโลก และได้ทำมานานตั้งแต่ปี 2505 ซึ่งกัมพูชาไม่ได้โต้แย้ง ดังนั้นตรงนี้ควรจบไปนานแล้ว
เมื่อถามว่ากัมพูชาอ้างบันทึกความเข้าใจ(เอ็มโอยู)ระหว่างไทยกับกัมพูชาว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบก ปี 2543 และยังอ้างว่าไทยยอมรับแผนที่ของกัมพูชา 1:200,000 ที่ฝรั่งเศสจัดทำขึ้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ใช่อย่างนั้น แต่ตรงกันข้าม กัมพูชามีเอกสารที่ส่งถึงคณะกรรมการมรดกโลก โดยอ้างถึงเอ็มโอยูไทย-กัมพูชา ปี 2543 ว่าทำให้กัมพูชาไม่สามารถใช้แผนที่ 1:200,000 ยื่นต่อคณะกรรมการมรดกโลกได้ ซึ่งเอกสารนี้น่าจะมัดกัมพูชา และไทยถือว่าเอ็มโอยูนี้บ่งบอกว่ากัมพูชายอมรับว่ากระบวนการการจัดทำหลักเขตแดนยังไม่จบ เพราะฉะนั้น การอ้างจากคำพิพากษาว่าเขตแดนอยู่ตรงนั้นตรงนี้จึงไม่เป็นความจริง เพราะกัมพูชาลงนามในเอ็มโอยูนี้เองว่าจำเป็นต้องจัดทำหลักเขตแดน
สุวิทย์กร้าวยันไทยไม่ยอมรับคำตัดสินศาลโลก
นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ในฐานะหัวหน้า คณะผู้แทนเจรจามรดกโลกฝ่ายไทย กล่าวถึงกรณีศาลยุติธรรมระหว่างประเทศหรือศาลโลก ที่กรุงเฮก ประเทศเน เธอร์แลนด์ จะพิจารณาคำขอรัฐบาลกัมพูชาให้ศาลโลกออกมาตรการชั่วคราว ตามข้อ 41 ของธรรมนูญศาลโลกในคดีคำพิพากษาปราสาทพระวิหารที่ศาลโลกตัดสินไปเมื่อปี 2505 ระหว่างวันที่ 30-31 พ.ค.นี้ว่า เนื่องจากไทยไม่รับอำนาจของศาลโลกอยู่แล้ว ดังนั้นการดำเนินการโดยกัมพูชาที่ขอให้ศาลโลกตีความใหม่ เพื่อให้เกิดความคุ้มครองชั่วคราวตามข้อเสนอทั้ง 3 ข้อ โดยอ้างว่าอยู่ในพื้นที่ของกัมพูชานั้น โดยกระบวนการของศาลโลกที่ต้องตีความให้คุ้มครองชั่วคราวก็ไม่น่าจะมี เพราะถ้ามีก็จะเท่ากับว่าศาลโลกมีคำพิพากษาออกมาเป็นคำสั่ง ซึ่ง ไทยก็ไม่อาจยอมรับได้ เพราะถือว่าไทยไม่ได้อยู่ในอำนาจของศาลโลก
นายสุวิทย์ กล่าวว่า เชื่อมั่นว่าเรื่องนี้ทางคณะทำงานของกระทรวงการต่างประเทศก็จะต้องต่อสู้ในประเด็นนี้อย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันหากศาลโลกมีความเห็นใดออกมานั้น มันก็อาจจะมีหรือไม่มีผลกระทบต่อกระบวนการพิจาร ณาแผนบริหารจัดการพื้นที่พระวิหาร ของคณะกรรมการมรดกโลกที่เตรียมประชุมในวันที่ 19-29 มิ.ย.นี้เช่นกัน เพราะ โดยกระบวนการเมื่อศาลโลกรับฟังข้อมูลของทั้งสองประเทศแล้ว จะใช้เวลาตัดสินอีก 3-4 เดือนข้างหน้า ทั้งนี้ โดยส่วนตัวเชื่อว่าศาลโลกจะไม่คำตัดสินออกมา เพราะเรื่องดังกล่าวมีคำพิพากษาตั้งแต่ 50 ปีก่อน และกัมพูชาก็ไม่ทักท้วงอะไรออกมา การที่จะมาขอมาตรการคุ้มครองชั่วคราวในตอนนี้ก็ไม่น่าจะมีผลอะไร
หัวหน้าคณะผู้แทนเจรจามรดกโลกฝ่ายไทย กล่าวอีกว่า ส่วนผลการประชุมที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 25-26 พ.ค.นี้ ซึ่งทางองค์การยูเนสโก และคณะกรรมการมรดกโลก มีข้อเสนอให้ร่างข้อมติเลื่อนพิจารณาแผนบริหารพื้นที่ปราสาทพระวิหารออกไปในคราวประชุมมรดโลกครั้งนี้ แต่กัมพูชา ยังไม่ยอมรับนั้น ยอมรับว่าถ้าการประชุมทวิภาคีระหว่างไทยกับกัมพูชา ก่อนประชุมเวทีมรดกโลกในเดือนมิ.ย.นี้ ไม่สำเร็จเพราะกัมพูชาไม่รับข้อเสนอดังกล่าว วาระการพิจารณาแผนพระวิหารที่บรรจุไว้แล้วก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอนของที่ประชุม ซึ่งขึ้นกับคณะกรรมการทั้ง 21 ชาติว่าจะมีความเห็นอย่างไร โดยวิธีการตรงนี้ก็อาจจะใช้รูปแบบการให้คะแนนแบบเปิดเผยและแบบลับ



