ข่าว

ผกก.หัวหมากดึงโซเชียลเน็ตเวิร์กลดอาชญากรรม

ผกก.หัวหมากดึงโซเชียลเน็ตเวิร์กลดอาชญากรรม

30 พ.ค. 2554

ผกก.โรงพักหัวหมาก ไอเดียกระฉูด นำร่องโครงการโซเชียลเน็ตเวิร์ก ลดอาชญากรรมในพื้นที่ ดึงนักศึกษา-จนท.โรงพยาบาล-พนักงานห้าง เข้าร่วมเป็นหูเป็าตา ลดปัญหา ลักวิ่งชิงปล้น

(30พ.ค.) พ.ต.อ.สรรค์หกิจ บำรุงสุขสวัสติ ผกก.สน.หัวหมาก กล่าวถึงโครงการ"โซเชียลเน็ตเวิร์ก ลดอาชญากรรมอย่างจริงจังต่อเนื่อง ซึ่งเป็นโครงการนำร่องของ สน.หัวหมาก ที่นำระบบโซเชียลเน็ตเวิร์กมาปรับใช้กับการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า  สืบเนื่องจากปัญหาอาชญากรรมประเภทลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ ชิงทรัพย์ และปล้นทรัพย์เกิดขึ้นทุกวันอย่างต่อเนื่อง  ลำพังกำลังตำรวจท้องที่เองไม่เพียงพอต่อการดูแลประชาชนได้อย่างทั่วถึงจึงนำแนวคิดทำคนน้อยให้เป็นคนมากมาใช้ในสังคมออนไลน์ที่มีการแพร่กระจายข้อมูลข่าวสารอย่างรวดเร็วทั่วถึง 
         
 ผกก.สน.หัวหมาก  กล่าวต่อว่า  ปัจจุบันประชาชนไทยมีและใช้ระบบโซเชียลเน็ตเวิร์กในการติดต่อสื่อสารสูงถึง 4,600,000 ราย โดยระดับอายุที่ใช้มีตั้งแต่ 10-40 ปีจึงตั้งเป้าทำโครงการนี้ดึงประชาชนในพื้นที่ สน.หัวหมากประมาณ  10,000 คนเข้ามาเป็นเครือข่าย เริ่มจากกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยต่างๆในพื้นที่ รวมถึงพนักงานห้าง  เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล  และผู้ประกอบการร้านทอง    ตอนนี้มีผู้ให้ความสนใจสมัครเป็นสมาชิกของโครงการแล้วกว่า 2,000 คน
         
 สำหรับขั้นตอนในการเข้าร่วมโครงการนั้น  ผู้สนใจต้องสมัครเป็นสมาชิก โดยการกรอกข้อมูลพื้นฐานให้กับเจ้าหน้าที่โครงการ หรือโทรศัพท์ติดต่อไปที่เบอร์ 0-2719-1546 หรือ ส่งรายละเอียดไปที่อีเมล [email protected] หลังจากสมัครสมาชิกแล้วถ้าท่านมีโอกาสไปพบ เหตุสามารถแจ้งมายัง สน.หัวหมาก ได้ทุกช่องทางสื่อสาร ไม่ว่าจะเป็นอีเมล เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ หรือ โทรศัพท์ที่เบอร์ สน.หัวหมาก 0-2319-3001 จะมีเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่ตลอด 24 ชั่วโมง
         
 ผกก.สน.หัวหมากชี้แจงต่อว่า    เมื่อเจ้าหน้าที่รับทราบข้อมูลแล้วจะประสานไปยังตำรวจซึ่งกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ให้ไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พร้อมกันนั้นจะแจ้งข้อมูลไปยังบล็อกของ สน. เพื่อเผยแพร่ข้อมูลไปยังระบบโซเชียลเน็ตเวิร์ก ทำให้สมาชิกสามารถรับรู้ข้อมูลข่าวสารได้อย่างรวดเร็ว  ซึ่งโครงการนี้เป็นโครงการนำร่องที่  สน.หัวหมาก เป็นผู้เริ่มต้นถ้าทำแล้วเห็นผลสามารถลดอาชญากรรมได้อย่างต่อเนื่องตามนโยบายของกองบัญชาการตำรวจนครบาลและกองบังคับการตำรวจนครบาล 4 ก็จะนำไปปรับใช้กับ สน.อื่นในพื้นที่ต่อไป โดยหวังผลแค่ให้สมาชิกช่วยเป็นหูเป็นตา เป็นแนวร่วมในการแจ้งเบาะแสทั้งเรื่องของยาเสพติด   อาชญากรรมต่าง ๆและด้านการจราจร