
อาจารย์ถูกตุ๋นขายไอโฟนสูญเงินกว่า3แสน
29 พ.ค. 2554
อาจารย์โร่ร้อง ตร. หลังถูกแก๊งตุ๋นในเฟซบุ๊กชวนลงหุ้นขายไอโฟน สุดท้ายถูกตุ๋นเชิดเงินหนีสูญกว่า 3 แสน
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 29 พฤษภาคม นายธนน ลาภธนวิรุฬห์ อายุ 31 ปี อาจารย์โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง พร้อมด้วยผู้เสียหายอีก 4 คน เข้าพบ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 เพื่อร้องเรียนให้ช่วยเหลือติดตามจับกุมตัว น.ส.รุ่งนภา หรือภควรรณ สวัสดี อายุ 33 ปี และนายศราวุธ สวาทนุช อายุ 33 ปี ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกง พร้อมนำสลิปการโอนเงินของธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงเทพ มามอบให้เจ้าหน้าที่เป็นหลักฐาน
นายธนนกล่าวว่า รู้จักกับ น.ส.รุ่งนภาทางเว็บโพสต์ เมื่อปลายเดือนมกราคม 2554 จากนั้นก็พูดคุยกันทางโปรแกรมเอ็มเอสเอ็นเรื่อยมา กระทั่งกลางเดือนกุมภาพันธ์ ได้ชักชวนตนทำธุรกิจจำหน่ายโทรศัพท์มือถือ โดย น.ส.รุ่งนภาอ้างว่าสามารถซื้อโทรศัพท์มือถือไอโฟนได้ในราคาถูกกว่าท้องตลาด ทั้งยังอ้างว่าทำงานเป็นประชาสัมพันธ์ขายสินค้าแห่งหนึ่ง ที่ จ.ระยอง จึงหลงเชื่อ และมีการลงทุนไปในธุรกิจร่วมจำหน่ายมือถือไอโฟน 4 และอ้างว่าสามารถหาโทรศัพท์มือถือไอโฟน 4 สีขาว ได้ในราคาถูกกว่าท้องตลาด 5,000-6,000 บาท และบอกว่าจะติดต่อหาลูกค้าให้
หลังจากนั้น น.ส.รุ่งนภาก็อ้างว่าได้นำสินค้าส่งมอบให้ลูกค้า ก่อนที่จะแจ้งมาหาตนว่ามีลูกค้ารับของไปแล้ว โดยทุกครั้งให้ตนโอนเงินสดไปให้ก่อน จำนวน 1.6 หมื่นบาท และอ้างว่าหลังจากรับเช็คจากลูกค้าเรียบร้อยจะโอนเงินส่วนต่างมาให้ จึงร่วมลงทุนหมดเงินไปกว่า 3 แสนบาท ซึ่งเวลาผ่านไปหลายเดือนไม่ได้รับเงินแม้แต่บาทเดียว
นายธนนกล่าวอีกว่า เมื่อสอบถามกลับผู้ต้องหาก็พยายามบ่ายเบี่ยง อ้างมีปัญหาเรื่องการเคลียร์เช็คต่างธนาคาร ต่างสาขา ต้องใช้เวลานานนับเดือน นอกจากนี้ยังอ้างปัญหาเรื่องสุขภาพ โรคประจำตัว ทำให้รู้สึกเห็นใจ ต่อมารู้สึกเอะใจว่าชื่อบัญชีที่ตนโอนเงินให้ผู้ต้องหาว่าเป็นใคร จึงนำข้อมูลไปค้นหาทางอินเทอร์เน็ต จึงรู้ว่าผู้ต้องหาและนายศราวุธเจ้าของบัญชีธนาคารเป็นแก๊ง 18 มงกุฎ มีเหยื่อหลงเชื่อกว่า 10 ราย จึงนำเอกสารการโอนเงินเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.ปากน้ำ จ.สมุทรปราการ กระทั่งมีการออกหมายจับ น.ส.รุ่งนภาแล้ว ก่อนประสานเครือข่ายเฟซบุ๊ก ให้ผู้เสียหายที่เคยถูกผู้ต้องหารายนี้หลอกมาร้องขอความเป็นธรรมดังกล่าว
น.ส.ภาวิดา เตชะเจริญสุขจิระ อายุ 34 ปี ผู้เสียหายอีกราย กล่าวว่า ถูกผู้ต้องหารายเดียวกันหลอกให้ซื้อโทรศัพท์มือถือยี่ห้อไอโฟนในราคาเครื่องละ 8,000 บาท โดยผู้ต้องหาอ้างว่าเป็นหลานสาวอธิบดีกรมศุลกากร จึงสามารถหาโทรศัพท์มือถือหนีภาษีมาจำหน่ายได้ ก็หลงเชื่อสั่งซื้อไป 20 เครื่อง คิดเป็นเงิน 5.6 หมื่นบาท นอกจากนี้ยังมีเพื่อนๆ ฝากซื้อโทรศัพท์รุ่นเดียวกันนี้อีกหลายเครื่อง รวมมูลค่ากว่า 2 แสนบาท แต่เมื่อนัดส่งมอบของที่ห้างเซ็นทรัล สาขาชลบุรี ปรากฏว่าผู้ต้องหาไม่มาตามนัด และไม่สามารถติดต่อได้ จึงรู้ว่าถูกหลอก จึงไปแจ้งความไว้ที่ สน.ชนะสงคราม
ด้าน พล.ต.ต.วิชัยกล่าวว่า ได้สั่งการให้ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.พญาไท ติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองคนมาดำเนินคดี จากการตรวสอบพบว่าผู้ต้องหา ทั้งสองมีหมายจับในคดีลักษณะดังกล่าวในหลายท้องที่ ทั้งนี้ อยากจะฝากไปยังประชาชนว่า การซื้อขายของกันทางอินเทอร์เน็ตอย่าไปไว้ใจใคร เพราะของดีราคาถูกไม่มี และการซื้อขายทางอินเทอร์เน็ตต้องระมัดระวัง อย่าโอนเงินให้ก่อน



