ข่าว

ชัยอนันต์ชี้พรรคไม่ทำหน้าที่มุ่งทำกิน

ชัยอนันต์ชี้พรรคไม่ทำหน้าที่มุ่งทำกิน

29 พ.ค. 2554

"ชัยอนันต์"ชี้พรรคการเมืองไม่ทำหน้าที่ เน้นรณรงค์เลือกตั้งแล้วเข้ามาทำมาหากิน ผอ.สถาบันอิศรา เปิดห้า บ่อเงินนักการเมือง ตลาดหุ้น ผูกขาดสัมปทาน จัดซื้อจัดจ้าง ปล่อยสินเชื่อ ซื้อขายตำแหน่ง นักวิชาการชำแหละนโยบายพรรคการเมือง เน้นโครงการใช้เงินที่ใช้เงินม

(29พ.ค.) การเสวนาหัวข้อขุมทรัพย์พรรคการเมือง ซึ่งจัดโดยสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย  ที่โรงแรมสวีทโฮเทล ลอ คอคอร์ด รัชดา  ศ.ดร.ชัยอนันต์ สมุทวณิช ราชบัณฑิต ได้กล่าวปาฐกถาว่า พรรคการเมืองเป็นกลไกสำคัญที่สุดในระบบประชาธิปไตย เพราะมีหน้าที่คัดเลือกบุคคลเข้ามาดำรงตำแหน่งทางการเมือง จัดทำนโยบาย และให้การศึกษาทางการเมืองแก่สังคม แต่พรรคการเมืองไทยกลับทำหน้าที่เหล่านี้ไม่สมบูรณ์มุ่งเน้นแต่ผลประโยชน์ ในอดีตพรรคการเมืองเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์จากนโยบายที่เป็นเงินงบประมาณแผ่นดิน

 สาเหตุที่พรรคการเมืองประเทศไทยแตกต่างกับที่อื่นได้แก่ 1. ความเป็นมาทางประวัติศาสตร์ ในอดีตฝ่ายปกครองมองว่า ประชาชนไทยยังทำไร่ทำนา หากปล่อยให้จัดตั้งพรรคการเมืองอาจจะถูกชาวจีนที่กุมอำนาจทางเศรษฐกิจไว้แล้วครอบครองได้ จึงมีการออกกฎหมายเพื่อขัดขวางไม่ให้มีการจัดตั้งพรรคการเมือง 2. บริบทสังคมไทยในอดีตไม่มีปัจจัยเอื้อให้ประชาชนรู้สึกต้องมีส่วนร่วมทางการเมือง เพราะเห็นว่า ไม่จำเป็นต้องมารวมตัวกันเพื่อวัตถุประสงค์ทางการเมือง และ 3. การเมืองไทยถูกแทรกแซงจากอำนาจทหารอยู่เป็นระยะ พรรคการเมืองที่เกิดขึ้นจึงอยู่ได้เพียงเวลาสั้นๆ ดังนั้นการตั้งพรรคการเมืองในปัจจุบันมีวัตถุประสงค์เดียวคือแข่งขันเลือกตั้ง

 ศ.ดร.ชัยอนันต์ กล่าวต่อว่า ผู้นำของแต่ละพรรคไม่มีเวลาพิสูจน์ตัวเอง ซึ่งต่างจากต่างประเทศ ตนเห็นว่า พรรคการเมืองปัจจุบันเข้ามาหาผลประโยชน์จากงบประมาณของรัฐเพิ่งเกิดขึ้นมาในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ที่อดีตพรรคการเมืองจะหากินกันจากค่าคอมมิชชั่นคิดกันเป็นเปอร์เซ็นต์เท่านั้น แต่ ไม่มากเท่ากับปัจจุบันที่เป็นการสมคบกันของพรรคร่มรัฐบาลไปจัดทำโครงการเพื่อหากินแบ่งกันไปคุมกระทรวงต่างๆ แล้วอ้างเอาว่า ประชาชนได้เลือกตั้งเข้ามา สื่อมวลชนเองก็ไม่สามารถไปดูข้อมูลเบื้องลึกที่มาที่ไปได้

 “พรรคการเมืองมีหน้าที่อย่างเดียวรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง แล้วมุ่งแต่ว่า ใครไปดูแลอะไรเข้าไปแบ่งสรรปันส่วนกันในกระทรวงต่างๆ หัวหน้ารัฐบาลถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติว่า เมื่อให้พรรคอื่นไปดูกระทรวงใด ตัวเองก็ไม่มีสิทธิไปควบคุมดูแล เป็นสาเหตุให้ประชาชนไม่พอใจพรรคประชาธิปัตย์เหมือนในขณะนี้ เป็นปัญหาและว่า การคอรัปชั่นถูกมองว่า เป็นการกินงบประมาณแผ่นดินที่ไม่มีใครรู้สึกเป็นเจ้าของ โดยส่วนตัวยอมรับว่าเป็นเรื่องยากที่จะจับการที่แก้ไม่ตก เพราะพรรคการเมืองเขาต้องไปหาเงิน ” ศ.ดร.ชัยอนันต์ กล่าว

 นายชัยอนันต์ กล่าวต่อว่า พรรคการเมืองหาจะหาเงินได้ 2 ทาง 1. หัวหน้าพรรคทำคนเดียวเป็นคนจัดการตั้งรัฐมนตรีให้เข้าไปทำหน้าที่ในลักษณะแค่นั่งเก้าอี้อย่างเดียว นอกนั้นหัวหน้าพรรคเป็นผู้จัดการเพียงคนเดียว เรื่องนี้เป็นข้อมูลลึก “ผมมีเพื่อนเป็นรัฐมนตรีมีหนี้ 100 ล้านไปนั่งเป็นรัฐมนตรีหัวหน้าพรรคจัดการหนี้ให้หมดไป”   2. เป็นการช่วยกันหากินแล้วมาแบ่งสรรกันว่า ใครสมควรจะได้อะไร โดยสร้างภาพหัวหน้าพรรคให้เป็นคนดี แต่ให้ลูกพรรคแสวงหาผลประโยชน์ จึงอยากเสนอให้ไปยึดทรัพย์บุคคลที่พบข้อพิรุธเอามาก่อน หากพิสูจน์ได้แล้วก็ค่อยคืนที่หลัง

 ด้านนายประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์ ผู้อำนวยการสถาบันอิศรา กล่าวว่า ในปัจจุบันไม่มีพรรคการเมืองใดทำนโยบายต้านคอรัปชั่น อยากถามไปว่า เป็นเพราะกลัวจะเข้าตัวหรือไม่ ในส่วนตัวมองว่า ขุมทรัพย์นักการเมืองนั้น แบ่งออกเป็น 5 ประเภท 1. ตลาดหุ้น เช่น การปั่นหุ้น หุ้นกู้แปลงสภาพ ไปขายวอร์แรนท์ โดยการใช้ข้อมูลภายในเพื่อแสวงหากำไร และฉ้อโกงบริษัทที่เป็นการไซฟอนเงิน และใช้อำนาจหน้าที่เอื้อประโยชน์ให้ราคาหุ้นสูง เป็นต้น  2. การผูกขาดสัมปทานที่เป็นโครงการระยะยาว 3. การจัดซื้อจัดจ้างจากงบประมาณแผ่นดินที่มีอยู่กว่า 5 แสนล้านบาท ถ้ามีการรั่วไหลเพียง 20% จะเป็นเงินกว่า 1 แสนล้าน เช่น โครงการเงินกู้ โครงการรับจำนำสินค้าเกษตร โครงการต่างๆ ของรัฐวิสาหกิจที่มีขนาดใหญ่ และงบภัยพิบัติต่างที่มีอยู่ตลอด 4. การปล่อยสินเชื่อธนาคาร และ 5. การซื้อขายตำแหน่ง เช่น ตำรวจ กระทรวงทรัพย์ฯ ผู้ว่าราชการฯ เหล่านี้หนทางที่พอสกัดกั้นได้ น่าจะเป็นการเปิดเผยข้อมูล ตรงนี้จะทำให้การทุจริตลดลง

 ขณะที่รศ.นวลน้อย ตรีรัตน์ คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า สิ่งที่พบในนโยบายหาเสียงของพรรคการเมือง ได้แก่ 1. การเสนอทำโครงการขนาดใหญ่ ที่มักจะต้องใช้เงินกู้เป็นจำนวนมาก เรื่องนี้จำเป็นต้องจับตาเพราะง่ายต่อการทุจริต 2. โครงการแก้ปัญหาความเดือดร้อน หรือโครงการประชานิยมที่มักจะยกอ้างว่า ทำเพื่อประชาชน แต่อยากให้ไปดูว่า ประชาชนได้กลับมาจริงเพียงนิดเดียว จึงอยากให้ตั้งข้อสังเกต หากมีลักษณะดังกล่าวแล้วจะมีการรั่วไหลของเงินอย่างแน่นอน เช่น การประกาศภัยแล้ง ภัยหนาว ทุกปี มีนำงบลงพื้นที่จำนวนมาก รวมถึงโครงการเอสเอ็มแอล แต่นักการเมืองกลับเสนอแกมบังคับว่า แต่ละชุมชนควรทำอะไร 3. โครงการประเภทแทรกแซงตลาดแต่สุดท้ายก็ต้องจ่ายแพงขึ้นกว่าเดิมมาก เช่น โครงการน้ำมันปาล์ม

 “การเปิดเผยข้อมูลเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ความสำเร็จของการต่อสู้คอรัปชั่นในประเทศเกาหลีคือมีการทำฐานข้อมูลของภาคการเมือง และกระบวนการยุติธรรม เมื่อเราเชื่อว่า ทุกการกระทำย่อมมีร่องรอยปรากฏ ดังนั้นฐานข้อมูลยิ่งทำให้การตรวจสอบมีประสิทธิภาพขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ผู้บริจาคให้นักการเมือง แม้หน้าฉากจะบริจาคน้อยแต่เราจะทราบได้ว่า บุคคลใดเกี่ยวโยงกับใคร มีผลประโยชน์อะไร ” รศ.นวลน้อย กล่าวและว่า ปัจจุบันทุกวันสื่อมวลชนแข่งกันเรื่องความเร็วเป็นหลักมีโอกาสตกเป็นเครื่องมือของนักการเมืองได้ นอกจากเรื่องความเร็วตนอยากให้สื่อมวลชนให้มิติของความลึกด้วย ที่สำคัญอยากเสนอให้ทางสื่อมวลชน ไม่ว่าหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ตั้งโต๊ะข่าว สำหรับตรวจสอบการคอรัปชั่นเป็นการเฉพาะอีกทางหนึ่งด้วย