
มาร์คชี้สิทธิกก.มรดกโลกเลื่อนพระวิหาร
นายกฯอภิสิทธิ์ชี้อำนาจการเลื่อนวาระเขาพระวิหารเป็นหน้าที่ กก.มรดกโลก ระบุเป็นเรื่องธรรมดาที่กัมพูชาต้องค้าน ไทย - กัมพูชา เตรียมให้ข้อมูลทางวาจากับศาลโลก 30-31 พ.ค. นี้ คาดรู้ผลมาตการคุ้มครองชั่วคราวใน 3-4 เดือน
(29พ.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคณะกรรมการมรดกโลก ยอมเลื่อนการพิจารณาแผนบริหารจัดการพื้นที่รอบปราสาทเขาพระวิหารออกไปพิจารณาในการประชุมครั้งที่ 36 ปี 2012 แต่กัมพูชาไม่เห็นด้วยว่า ขณะนี้ยังเป็นเรื่องที่คณะทำงานต้องเสนอเรื่องนี้ต่อคณะกรรมการมรดกโลกในการประชุมเดือนมิ.ย.แต่ความเห็นของหลายฝ่ายตอนนี้เห็นพ้องกับไทย นายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธารรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าคณะเจรจามรดกโลกของไทยก็รายงานว่า มีแนวโน้มไปในทางที่ดี แต่อำนาจการตัดสินใจที่จะเลื่อนวาระพิจารณาแผนพัฒนาพื้นที่รอบปราสาทพระวิหารออกไปนั้นเป็นเรื่องของคณะกรรมการมรดกโลก ระหว่างนี้นายสุวิทย์จะนำร่างและข้อมติต่างๆกลับมาให้ครม.พิจารณา อาจจะเป็นวันที่ 31 พ.ค.ที่จะถึงนี้ ถ้าทำทันในวันดังกล่าวก็จะนำเข้าที่ประชุมครม . หากไม่ทันก็ยังจะมีเวลาอีกหนึ่งสัปดห์ก่อนการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกจะมีขึ้น
ผู้สื่อข่าวถามถึงเหตุผลในการที่กัมพูชาคัดค้านเรื่องนี้ นายกฯกล่าวว่า ก็ต้องคัดค้านอยู่แล้ว แต่เราต้องเดินหน้าในแนวทางนี้เพราะเราได้พูดกับยูเนสโกตั้งแต่ต้นปี ก็ยังคิดว่าตอนนี้ไปในทางที่ดี
เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ในช่วงนี้จะเกิดการปะทะตามแนวชายแดนขึ้นอีก นายกฯกล่าวว่า ไม่ควรจะมี และเราไม่เป็นฝ่ายเริ่มต้นก่อนอยู่แล้ว หากเกิดเหตุต่างๆขึ้น เราต้องชี้ให้เห็นอยู่แล้วว่า กัมพูชาใช้วิธีนี้ตลอดในการยกระดับของปัญหา
ผู้สื่อข่าวถามถึงความคืบหน้าในการส่งผู้สังเกตุการณ์ของอินโดนีเซียเข้ามายังพื้นที่ นายกฯ กล่าวว่า เรื่องการสำรวจนั้นเกิดขึ้นก่อนได้ แต่การสำรวจนั้นไม่ได้นำไปสู่เรื่องผู้สังเกตการณ์จนกว่า การประชุมคณะกรรมการทั่วไปชายแดนไทย - กัมพูชา(จีบีซี)และการถอนทหารจะเดินได้
เมื่อถามว่าจะบอกกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยอย่างไรว่า ยุติการชุมนุมได้เล้ว นายกฯหัวเราะก่อนกล่าวว่า ตนคงไปบอกให้พวกเขายุติไม่ได้แต่ยืนยันได้เพียงว่า รัฐบาลเดินหน้าในการปกป้องผลประโยชน์ของประเทศและการที่จะหนีปัญหาไปโดยการถอนตัวจากเวทีต่างๆไม่ได้ช่วยอะไร และจะทำให้ต่างประเทศไปเข้าข้างกัมพูชามากขึ้น ฉะนั้นเราต้องทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดก่อน และต้องขอความกรุณาว่า เวลาที่พูดจากับประชาชนขอให้อิงกับข้อเท็จจริงเพราะอย่างน้อยที่สุด ยืนยันได้ว่ารัฐบาลไม่ได้มีผลประโยชน์ในทางที่จะไปสร้างเสียหายของไทยเลย แต่พยายามกล่าวหากันมาตลอด ทั้งๆที่ไม่เป็นความจริง
ผู้สื่อข่าวถามว่าการพูดแบบนี้สะท้อนไปยังกลุ่มพันธมิตรฯให้ทบทวนจุดยืนของตัวเองใช่หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ตนเห็นต่างกับพันธมิตรฯแต่พันธมิตรฯจะเห็นต่างกับตนก็เป็นสิทธิที่จะเคลื่อนไหว แต่สิ่งที่กล่าวหามานั้น ไม่จริง การที่บอกว่ารัฐบาลคิดไปสมคบกับกัมพูชานั้นเป็นไปไม่ได้ หากสมคบกันจริงคงไม่ได้ยินเสียงสมเด็จฮุนเซน นายกฯกัมพูชาต่อว่าด่าทอตนไม่รู้กี่ครั้งแล้ว
เมื่อถามว่า นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศได้รายงานก่อนเดินทางไปชี้แจงกับศาลโลกกรณีที่กัมพูชาเสนอให้ตีความคำพิพากษาปราสาทพระวิหารปี 2505 หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า เมื่อคืนนี้ตนคุยกับนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการรมว.ต่างประเทศ เพราะตนติดตามประเด็นที่จะไปต่อสู้อยู่ตลอด ซึ่งมีความพร้อม หลักของเรานั้นไม่มีเหตุผลอะไรที่ศาลจะออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวใดๆทั้งสิ้น ปัญหาเรื่องนี้ คำพิพากษาเมื่อปี 2505 จบไปนานแล้วและไทยปฏิบัติไปนานแล้ว กัมพูชาก็ทราบว่าไทยปฏิบัติตามไปนานแล้วก็จบ ไม่มีอะไร
ไทย-กัมพูชาเตรียมให้ข้อมูลทางวาจากับศาลโลก
นายกษิตเปิดเผยถึงขั้นตอนการให้ข้อมูลทางวาจาต่อศาลโลก ในกรณีที่กัมพูชายื่นร้องขอให้ออกมาตรการคุ้มครองชั่วคราวบริเวณปราสาทพระวิหารว่า ศาลโลกได้เปิดให้ทั้งไทยและกัมพูชาให้ข้อมูลทางวาจาในวันที่ 30 - 31 พ.ค. นี้ โดยให้เวลาประเทศละ 3 ชั่วโมง โดยวันที่ 30 กัมพูชาจะเป็นฝ่ายให้ข้อมูลต่อศาลโลกก่อน ในเวลา 10.00น. -12.00 น. ส่วนไทยจะให้ข้อมูลในเวลา 14.00-16.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของกรุงเฮก ประเทศเนเธอร์ ขณะที่วันที่ 31 พ..ค. กัมพูชาจะให้ข้อมูลในช่วงเช้า เป็นเวลา 1 ชั่วโมง และไทยจะเข้าให้ข้อมูลในช่วงบ่ายอีก 1 ชั่วโมง ทั้งนี้ผู้แทนฝ่ายไทยที่จะให้ขข้อมูลต่อศาลคือ นายวีระชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงเฮก
ทั้งนี้ไทยมีความพร้อม เนื่องจากทราบมาก่อนเป็นเวลานานว่ากัมพูชาเตรียมที่จะยื่นเรื่องและเราไหด้ค้นคว้าหาข้อมูลหลักฐานเอกสารทางประวัติศาสตร์แล้ว อย่างไรก็ตามในเช้าวันที่ 1 มิ.ย. ตนจะโฟนอินมาให้สัมภาษณืกับสื่อมวลชนในประเทศ ซึ่งสำหรับการออกมาตรการคุ้มครองชั่วคราวน่าจะทราบผลใน 3-4 เดือนข้างหน้า ซึ่
ก็ขึ้นกับศาลโลก



