
พท.เมินเข้าร่วมกิจกรรมลต.สร้างสรรค์
"กกต."แนะผู้สมัครแข่งขันลต.แบบมีน้ำใจนักกีฬา ชี้ต้องการให้ประเทศก้าวหน้า วอนงดทำผิดกม. ย้ำให้เลือกตั้งอย่างสร้างสรรค์อย่าทำลายกัน "ปชป." ชี้ "พท."เมินเข้าร่วม"กิจกรรมเลือกตั้งสร้างสรรค์" เพราะสนใจแต่กม.นิรโทษกรรมเพียงอย่างเดียว สาทิตย์ปะทะคารมปลอดประ
(29พ.ค.) ที่เมืองทองธานีที่ห้องแกรนด์ ไดมอนด์ บอลรูม อาคารคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพคเมืองทองธานี นายวิสุทธิ์ โพธิแท่น กรรมการการเลือกตั้งด้านกิจการการมีส่วนร่วม ให้สัมภาษณ์ว่า การจัดโครงการการเลือกตั้งสมานฉันท์ในการเลือกตั้งส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ในวันนี้จัดขึ้นมาเพื่อต้องการให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ สุจริตและเที่ยงธรรม โดยมีกกต. เป็นคนกลางจัดการเลือกตั้ง ซึ่งหวังว่าผู้ลงสมัครเลือกตั้งทุกคนจะปฏิบัติตนตามระเบียบและกฎหมายการเลือกตั้ง แข่งขันกันด้วยความสุจริตมีน้ำใจนักกีฬา
เมื่อถามว่า กกต.มีความกังวลว่าการหาเสียงเลือกตั้งต่อจากนี้จะรุนแรงหรือไม่ หลังมีผู้สมัครจำนวนหนึ่งได้ขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจคุ้มกัน นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า ทุกประเทศที่จัดการเลือกตั้งย่อมเกิดเหตุการณ์ที่ไม่ปกติ แต่ต้องยอมรับว่ามีน้อยมาก หากทุกคนต้องการให้ประเทศมีความเจริญก้าวหน้า ก็ควรงดการกระทำที่ผิดกฎหมายการเลือกตั้ง เพราะทำไปก็ไม่ได้เกิดประโยชน์ใดๆ ฉะนั้น ควรแข่งขันไปตามกฎ กติกา ตรงไปตรงมา อย่าทำร้ายกันจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด แต่หากมีเรื่องร้องมากกต.ก็สอบสวนกันไป แต่หวังว่าครั้งนี้จะมีน้อย ขอให้ตั้งหน้าตั้งตามทำงานเพื่อประเทศชาติ สร้างสรรค์ดีกว่าทำลายกัน อีกทั้งการเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งเพราะจะเป็นการกำหนดอนาคตและทิศทางของประเทศไทย
เมื่อถามว่าการจัดโครงการเลือกตั้งเชิงสมานฉันท์ในครั้งนี้ มีผู้สมัครและพรรคการเมืองตอบรับเข้าร่วมงานกันน้อยมากจะส่งผลต่อความร่วมมือต่อการการจัดการเลือกตั้งหรือไม่ นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า อย่าไปกังวลหรือคิดอะไรเลย ควรมองโลกในแง่ดี เข้าใจว่าขณะนี้ผู้สมัครและทุกพรรคการเมืองกำลังเข้าสู่ช่วงของการลงพื้นที่หาเสียงเลือกตั้ง รวมทั้งโครงการการเลือกตั้งสมานฉันท์ในวันนี้เป็นการเชิญผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งหากผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใดที่ไม่สะดวกเดินทางมาร่วมงานก็สามารถส่งตัวแทนมาร่วมงานก็ได้ อย่างไรก็ตาม ภาพรวมของงานในวันนี้ก็เป็นไปด้วยดี รู้สึกว่าทุกคนรักใคร่กลมเกลียวกัน ซึ่งตนก็คาดหวังว่าจะดีเช่นนี้ตลอดไป
เมื่อถามว่า ทางกกต.อยากฝากอะไร ถึงผู้สมัครและพรรคการเมืองที่ไม่ได้มาร่วมงานในวันนี้ นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า ขอฝากไปทางผู้สมัครทุกคน ถ้าหากว่าเกิดความสงสัยในเรื่องของข้อกฎหมายการเลือกตั้งก็สามารถสอบถามมายังกกต. ได้ โดยเฉพาะในการจัดงานวันนี้ กกต.ได้มีรองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ทุกด้าน มาให้ข้อมูลและความรู้ ฉะนั้น หากมีความสงสัยก็ให้สอบถามได้ ส่วนโครงการการเลือกตั้งสมานฉันท์ของผู้สมัครส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ก็จะมีการจัดกิจกรรมเช่นกัน โดยกทม. จะจัดในวันที่ 6 มิ.ย.ที่ศูนย์การค้าเจเจมอลล์ เขตจตุจักร ส่วนจังหวัดอื่นๆ ก็จะทยอยจัดงานต่อไป
พท.เมินเข้าร่วม"กิจกรรมเลือกตั้งสร้างสรรค์"
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยไม่เข้าร่วมการสัมมนาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ซึ่งเป็นกิจกรรมส่งเสริมการเลือกตั้งเชิงสมานฉันท์ ว่า พรรคเพื่อไทยสนใจแต่การออกกฎหมายนิรโทษกรรม เพื่อประโยชน์ของบุคคลเพียงคนเดียว จึงเรียกร้องให้พรรคเพื่อไทย เข้าร่วมกิจกรรมที่ทางกกต.จัดขึ้น เพื่อเป็นประโยชน์ต่อภาพรวมของการเลือกตั้งครั้งนี้ อย่างไรก็ตามการปรองดองจะทำไม่ได้ด้วยพรรคเดียว หรือเกิดขึ้นได้ด้วยกฎหมายนิรโทษกรรม
ส่วนกรณีที่นายประเกียรติ นาสิมมา ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ออกมาเปิดเผยว่ามีการพบปะกันระหว่างพลเอกเปรม ตฤณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและนายอภิชาติ สุขัคคานนท์ ประธานกกต. ในวันที่ 26 พฤษภาคมที่ผ่านมา นายองอาจมองว่า เป็นการไม่เหมาะสมที่นำพลเอกเปรมมาเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง และยังบั่นทอนความน่าเชื่อถือของกกต.ว่าไม่มีความมีความเป็นกลางอีกด้วย
“สาทิตย์”ปะทะคารม“ปลอดประสพ”เรื่องคนกลางลดขัดแย้ง
ที่โรงแรม สวิสโซเทล เลอ คองคอร์ด รัชดา เครือข่ายองค์กรสื่อได้จัดสัมมนาสื่อมวลชน เรื่อง พรรคการเมือง ตอบโจทย์สื่อ ปฏิรูปประเทศไทย โดยได้เชิญตัวแทนของพรรคการเมือง ได้แก่ นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ฐานะหัวหน้าพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน (ชพน.), นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย, นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ และ นายวัชระ กรรณิการ์ โฆษกพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) เข้าร่วมเพื่อแถลงนโยบายและตอบคำถามจากตัวแทนสื่อมวลชน
นายปลอดประสพ กล่าวว่า หากพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล มี 2 สิ่งที่ต้องทำทันที คือ 1. จะสร้างระบบยุติธรรมและสิทธิที่เป็นมาตรฐานเดียว รวมถึงต้องปรับบวนการยุติธรรมไม่ใช้ระบบหมาหมู่ แต่ต้องใช้เหตุผล ซึ่งต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และ 2. ต้องให้ทหารกลับเข้ากรม,กอง เพื่อทำหน้าที่ของวีรบุรุษ ที่สำคัญทหารต้องยอมรับรัฐบาลที่มาจากประชาชน สำหรับประเด็นการปฏิวัตินั้นตนไม่กลัว และเชื่อว่าปัจจุบันไม่มีใครยอมรับวิธีการดังกล่าวแล้ว
ส่วนนายสาทิตย์ กล่าวว่า เรื่องที่ดินทำกิน เป็นนโยบายแรกที่พรรคประชาธิปัตย์จะดำเนินการให้ได้ในทันที อาทิ การออกโฉนดชุมชน , ภาษีที่ดิน และการเปิดเผยข้อมูลการถือครองที่ดิน สำหรับประเด็นความขัดแย้งในปัจจุบันที่หลายฝ่ายมองว่ามีนักการเมืองเป็นต้นเหตุ เบื้องต้นตนยอมรับว่านักการเมืองเป็นหัวหอกความขัดแย้ง ดังนั้นการแก้ไขต้องไม่ใช่การออกกฎหมายหรือนิรโทษกรรมให้กับใครที่ทำผิด แต่ต้องให้คนกลาง หรือคนที่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับนักการเมืองเข้าไปแก้ไข
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อนายสาทิตย์ตอบคำถามดังกล่าว นายปลอดประสพ พูดแทรกขึ้นว่า “ขอตอบแบบมนุษย์ เวลามีใครทะเลาะถึงขั้นต่อยกัน จะเอาคนกลางมาห้ามคงไม่ได้ ต้องให้ 2 ฝ่ายหยุดกันเอง มาจับมือสัญญาว่าเลิกทะเลาะกัน ดังนั้นการปรองดองเป็นการยินยอมพร้อมใจของผู้ที่แตกแยก ไม่ใช่ให้คนอื่นมาชี้ อย่ามาโม้ ให้คนกลางมาช่วยมันเป็นเพียงนิยาย”
จากนั้นนายสาทิตย์ กล่าวต่อว่า อย่างที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ฐานะแกนนำคนเสื้อแดง เคยพูดบนเวทีว่า หากเพื่อไทยเป็นรัฐบาล จะดำเนินคดีกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ หรือ จะย้ายผู้ว่าราชการจังหวัด และขณะนี้นายจตุพร เข้ามาสมัครรับเลือกตั้งแล้ว ดังนั้นการแก้ไขความขัดแย้งต้องเป็นข้อเสนอที่ปราศจากการมีส่วนได้เสียและนำไปสู่การปฏิบัติได้ ทั้งนี้ต้องแยกความขัดแย้งเป็น 2 มิติ คือ การละเลยกระบวนการยุติธรรม ด้วยการไปลบล้างความผิด ซึ่งหากทำเช่นนั้นจริงจะเป็นการสั่นคลอนรากฐานกระบวนการยุติธรรม
ทำให้นายปลอดประสพ กล่าวสวนขึ้นว่า “ผมจะให้ใครเป็นปาร์ตี้ลิสต์ไม่ใช้เรื่องของท่าน ขอให้มองในแง่ดีหน่อย ผมเอาพวกเขาที่อยู่ริมถนนเข้าสู่ระบบ จะเสียหายอะไร พวกเขาขึ้นเวทีแล้วเป็นคนหรือไม่ พูดได้หรือไม่ ต้องเคารพกติกาของประเทศ ถึงแม้ว่าแกนนำคนเสื้อแดงไม่มีชื่อในปาร์ตี้สิสต์เพื่อไทย คนเสื้อแดงก็ยังอยู่ ผมว่าคนเราต้องรู้จักให้อภัย และมองโลกในแง่ดี ต้องให้โอกาสเขา”
จากนั้นนายสาทิตย์ กล่าวต่อว่าการเสนอคนกลางที่ไม่มีส่วนได้เสียเข้ามาเป็นกลไกปรองดอง เป็นจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ การพาดพิงบุคคลอื่น เป็นการนำเสนอด้วยความห่วงใย แต่ละเรื่องมีเหตุผลของตนเอง แต่คนที่ตัดสินใจเรื่องดังกล่าว คือ ประชาชน
ด้านนายวัชระ กล่าวยอมรับว่าความขัดแย้งปัจจุบันมาจากนักการเมือง ซึ่งคนทั้งประเทศมองแบบนั้น ดังนั้นวิธีแก้คือนักการเมืองต้องเคารพกติกา และอยู่ภายใต้กฎหมายและกฎเลือกตั้ง ส่วนหลังเลือกตั้งแล้วพรรคชาติไทยพัฒนาจะไปอยู่ข้างไหน ขึ้นอยู่กับมติพรรค
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าในเวทีดังกล่าวสื่อมวลชนได้สอบถามถึงการบังคับใช้มาตรา 112 ของประมวลกฎหมายอาญา ที่ว่าด้วยความผิดต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ นพ.วรรณรัตน์ กล่าวว่า นักการเมืองทุกคนต้องปฏิบัติตามกรอบ โดยเฉพาะขณะนี้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ได้ระบุกฎชัดเจนว่าต้องไม่หาเสียงโดยกล่าวพาดพิงสถาบัน
ด้านนายสาทิตย์ กล่าวว่า ขณะนี้มีคนบิดเบือนการใช้มาตรา 112 ว่าเป็นการกลั่นแกล้งบุคคลที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล ทั้งที่จริงเป็นปัญหาเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายที่ต้องพิสูจน์เจตนา ก่อนหน้านี้ นายอภิสิทธิ์ เคยกล่าวไว้ว่าบุคคลที่ยกเรื่องดังกล่าวมาพูด เป็นสิ่งที่ควรพิจารณว่าคนดังกล่าวมีเจตนาฝ่าฝืนกฎหมายหรือไม่ ส่วนตัวมองว่าหากพูดถึงมาตรา 112 ต้องแยกแยะว่าเป็นเรื่องของกฎหมาย ที่จำเป็นต้องมีเพื่อพิทักษ์สถาบันหรือการบังคับใช้ ที่ต้องชัดเจนว่าไมได้มุ่งกลั่นแกล้ง
เพื่อไทยจี้ตร.เร่งหามือมืดปาไข่มาลงโทษ
เมื่อเวลา 10.00 น.ที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า สำหรับกรณีความปลอดภัยของผู้สมัครส.ส.รวมถึงการเปิดเวทีปราศรัย ซึ่งล่าสุดมีมือดีปาไข่จำนวน 2 ฟองบริเวณหลังเวทีปราศรัยใหญ่ของพรรคเพื่อไทยที่สวนลุมพินีเมื่อวันที่ 28 พ.ค.ที่ผ่านมานั้น ถือว่าโชคดีที่เป็นไข่ไม่ใช่ระเบิด
ดังนั้นจึงอยากให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีมาตรการที่เข้มข้นและเป็นเชิงรุกมากกว่านี้ โดยจะต้องป้องกันความปลอดภัยให้กับผู้สมัครส.ส.และพรรคการเมืองที่เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ และขอประณามขบวนการปาไข่ที่ต้องการให้เกิดกระแสเชิงลบกับพรรคเพื่อไทยด้วย รวมทั้งขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเร่งตรวจสอบและเอาคนผิดมาลงโทษให้ได้
ชูวิทย์หาเสียงขอนแก่นปล่อยปลาไหลสะเดาะเคราะห์
นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ เบอร์ 5 พร้อมด้วยทีมงานได้ลงหาเสียงที่ตลาดสดบางลำภู จ.ขอนแก่น เพื่อขอคะแนนเสียงจากพ่อค้าแม่ค้า และประชาชนชาวจังหวัดขอนแก่น ให้เลือกตนเองเข้าไปเป็น ส.ส.ทำหน้าที่ฝ่ายค้านตรวจสอบรัฐบาล และได้หาซื้อปลาไหลที่แม่ค้านำมาขาย แล้วเดินทางโดยรถ ตุ๊กๆ ไปทำพิธีปล่อยปลาไหลที่บึงแก่นนคร
โฆษกปชป.เผยอภิสิทธิ์ลงพื้นที่อีสานกระแสตอบรับดี
น.พ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงสรุปผลการลงพื้นที่หาเสียงของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ซึ่งได้มีการประเมินจากการพื้นที่ จาก 3 จังหวัด ประชาชนภาคอีสานได้ให้การตอบรับเป็นอย่างดี โดยเฉพาะนโยบายราคาพืชผลทางการเกษตรและการประกันรายได้ ซึ่งเป็นนโยบายที่ประชาชนต้องการให้นายอภิสิทธิ์ สานต่อนโยบายการช่วยเหลือเกษตรกรต่อไป เพราะหากมีการยกเลิกนโยบายดังกล่าวจากพรรคการเมืองใด ก็จะไม่ให้การสนับสนุนในการเลืกตั้งครั้งนี้ พร้อมกันนี้ พรรคประชาธิปัตย์ เห็นว่า ลงพื้นที่พบปะประชาชน เป็นแนวทางที่พรรคจะปรับรูปแบบในการหาเสียง ควบคู่กับการขึ้นเวทีปราศรัยที่จะต้องทำอย่างต่อเนื่อง
ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทย จัดเวทีปราศรัยหาเสียงที่สวนลุมพินี และมีการจัดพิธีรำลึกถึงพลตรีขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดงนั้น ถือเป็นสิทธิที่จะระลึกถึงผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว อย่างไรก็ตามไม่ควรลืมว่า บริเวณดังกล่าว ในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา กลุ่มนปช.ได้ก่อเหตุสร้างวุ่นวายด้วยเช่นกัน ซึ่งถือเป็นบทเรียนสำคัญที่ประชาชนทั้งประเทศ จะได้เรียนรู้เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในกรุงเทพมหานคร รวมถึงการเผาศาลากลางจังหวัด 10 แห่งทั่วประเทศด้วย
นอกจากนี้ ยังระบุถึงกรณีที่นายทรงชัย แกนนำคนรุ่นใหม่ กลุ่ม 24 มิถุนา จะยื่นฟ้องนายกรัฐมนตรี กรณีที่อ้างว่านายกรัฐมนตรี ระบุว่ากลุ่ม 24 มิถุนาและกลุ่มนปช.และพรรคเพื่อไทย เป็นกลุ่มเดียวกัน ว่า มีหลักฐานที่สามารถเชื่อมโยงกันได้ว่าเป็นเรื่องจริง ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ขัดข้องหากจะมีการดำเนินการฟ้องร้องในกรณีดังกล่าว
ชพน.หาเสียงตลาดราชวัตรและศรีย่าน
นายโสภณ ดำนุ้ย ผู้สมัคร ส.ส. กทม. เขต 5 พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน (ชพน.) เปิดศูนย์ประสานงานการเลือกตั้ง เขตดุสิต-ราชเทวี ที่บริเวณปากซอยสุโขทัย 2 จากนั้นได้ลงพื้นที่หาเสียงย่านตลาดราชวัตร และตลาดศรีย่าน ด้วยขบวนจักรยานจำนวน 10 คัน ทั้งนี้มีนายภราดร ศรีชาพันธุ์ รองโฆษกพรรค และผู้สมัคร ส.ส.กทม. ของพรรรค ชพน. เข้าร่วมสร้างสีสัน โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีผู้ค้าและประชาชนที่มาเดินซื้อสิ่งของมอบดอกไม้และถ่ายรูปร่วมกับนายภราดร และน.ส.เยาวภาเป็นจำนวนมาก ภายหลังการลงพื้นที่นายโสภณ กล่าวว่าทางทีมงานได้ลงพบปะประชาชนและรับฟังปัญหา โดยล่าสุดนั้นได้รับเสียงตอบรับจากประชาชนในระดับที่น่าพอใจ ทั้งนี้เชื่อว่าผลงานของพรรค และนโยบายจะช่วยส่งผลให้ได้รับแรงสนับสนุนจากประชาชน ทั้งนี้ยอมรับว่าการลงพื้นที่ล่าช้ากว่าพรรคการเมืองอื่นเพราะติดปัญหาเรื่องป้ายแนะนำตัว เบื้องต้นเชื่อว่าจะไม่ส่งผลต่อคะแนน
ด้านนายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา ผู้อำนวยการเลือกตั้งกรุงเทพและภาคกลาง ชพน. กล่าวถึงแผนการลงพื้นที่ของพรรค ว่า จะเน้นให้หาเสียงเป็นกลุ่มในช่วงกลางวัน ส่วนช่วงเช้าและช่วงเย็น ให้ผู้สมัครกลับไปเดินหาเสียงในพื้นที่ของตนเอง และล่าสุดตารางการหาเสียงในช่วง 10 วันแรกของเดือนมิถุนายนได้ทำแล้วเสร็จแล้ว โดยจะเน้นทำงานเป็นทีมและลงพื้นที่ที่มีคนอยู่เยอะ นอกจากนั้นยังมีคิวปราศรัยในพื้นที่กทม. ช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนมิถุนายนด้วย



